พระเครื่อง

บทสรุปการประชุมวิชาการระดับชาติของมจร.

บทสรุปการประชุมวิชาการระดับชาติของมจร.

29 ก.ค. 2557

บทสรุปการประชุมวิชาการระดับชาติของ มจร.

                “พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคม” การประชุมวิชาการระดับชาติของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ครั้งที่ ๑ (MCU Congress I) นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๓-๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา

                ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณะด้วยการตีพิมพ์ทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนาบูรณาการเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่และจะเป็นเวทีสาธารณะเพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยและงานวิชาการหลากหลายสาขาที่มีการนำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาที่เรียกว่า “พุทธบูรณาการ”

                ในการจัดงานครั้งนี้ มจร. คณะผู้จัดงาน จึงกำหนดให้มีการแสดงทัศนะในการประชุมกลุ่มย่อย ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย ๑.พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและปัญญา ๒.พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาการบริหาร การเมืองและธรรมาภิบาล และ ๓.พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

                ขณะเดียวกันได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อความหลากหลายในการเสนอองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับพุทธบูรณาการ ประกอบด้วย ๑.การแสดงปาฐกถา โดย พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. มาเป็นองค์ปาฐก ๒.การสัมมนาทางวิชาการโดยมีลักษณะเป็นการอภิปรายร่วม (Panel Discussion) และการประชุมกลุ่มย่อย (Group Discussion) โดยได้รับความเมตตาจากนักวิชาการทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ จากสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ และ ๓. การจัดนิทรรศการโดยนำข้อมูลจากงานวิชาการและงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ทำการศึกษาร่วมกับบุคลากรและนิสิตของมหาวิทยาลัยรวมทั้งจากภาคส่วนต่างๆ

                บทสรุปการประชุมครั้งนี้มีบทความที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อตีพิมพ์จำนวนทั้งสิ้น ๑๐๕ เรื่อง โดยมีบทความที่ผ่านการคัดเลือกให้นำเสนอในการประชุมกลุ่มย่อย จำนวน ๓๓ เรื่อง นำเสนอในรูปแบบโปสเตอร์ จำนวน ๓๑ เรื่อง และเมื่อสำเร็จการประชุมระดับชาติดังกล่าวแล้ว จะได้มีการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมครั้งนี้เพื่อเผยแพร่แก่สาธารณะต่อไป

                พระพรหมบัณฑิต บอกว่า การประชุมวิชาการระดับชาติ มจร. ครั้งที่ ๑ เรื่อง “พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคม” นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในรูปขององค์ความรู้ทางวิชาการไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม โดยเฉพาะช่วงนี้มีการรณรงค์ให้คนไทยมีความปรองดองสมานฉันท์ หลักธรรมควรนำมาประยุกต์ให้นั้นก็คือหลักของโยนิโสมนสิการ พร้อมกันนี้ควรนำหลักปฏิจจสมุปบาทมาพิจารณาดูซิว่าสาเหตุแห่งความขัดแย้งนั้นตัวเราเองนั้นแหลอาจเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ และควรยึดหลักสาราณียธรรม 6 ประการ เท่านี้สังคมไทยก็มีความปรองดองแล้วตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ว่า “จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม” ต่อไป

                ขณะที่พระมหาหรรษา ธัมมหาโส หัวหน้าหลักสูตรสันติศึกษาปริญญาโท มจร. ได้กล่าวว่า ได้นำเสนอประเด็น "๓ ปรับ ๔ เปลี่ยน จุดเทียนสามัคคีในชาติ" "๓ ปรับคือ ความเข้าใจ ท่าที และอารมณ์ ให้เกิดดุลยภาพนั้นก็คือหลักขอมรรค ๘ ส่วน ๔ เปลี่ยนคือจากสังคมเกลียดชังสู่สังคมอุดมรัก จากการแย่งชิงสู่การแบ่งปัน จากกติกูสู่กติการ่วมที่เป็นธรรม และจากความคิดที่คับแคบสู่การร่วมคิดที่แยบยล เชื่อแน่ว่าจะเป็นหาทางสู่การปรองดองได้"
 

"}])