
ความสงบอันประเสริฐ
ความสงบอันประเสริฐ : ทางสายกลาย โดยแก๊งกู้ใจ
เข้าพรรษานี้ที่สวนโมกขพลาราม (วัดธารน้ำไหล) จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่ง ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่ภาวนาอย่างเข้มข้นตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ถอดรหัสจากพระไตรปิฎกชนิดก้าวต่อก้าวทีเดียว โดยมีโบสถ์ธรรมชาติ มีท้องฟ้าเป็นหลังคา นั่งภาวนาบนเรือนทราย ...ดูคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ ปภากโร ภิกขุ หรือ พระสุเทพ ขวัญใจของมวลมหาประชาชน เลือกไปจำพรรษาที่นั่น แบบเงียบๆ ขนาด พระอธิการสุชาติ ปัญญาทีโป เจ้าอาวาส ยังรู้ล่วงหน้าเพียงชั่วโมง สองชั่วโมงเท่านั้นว่าท่านจะมาขอจำพรรษา เมื่อเดินทางมาแล้วท่านสุชาติก็มอบหมายให้ พระอุดม อุตตโม ช่วยดูแลจัดหากุฏิให้ท่านอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม้ว่ากุฏิในพรรษารองรับพระเต็มแล้วก็ตาม...
วันรุ่งขึ้น ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ท่านก็ออกบิณฑบาตเลยทั้งๆ ที่แขนที่ผ่าตัดยังไม่หายดีเท่าไหร่ แต่ความสบายใจของท่านดูเหมือนจะมากกว่าสิ่งใดทั้งหมด ดังที่ท่านได้กล่าวกับชาวสวนโมกข์ว่า "กลับมาที่สวนโมกข์เหมือนได้กลับมาที่บ้าน ไม่ใช่อบอุ่น แต่สงบ" เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า เหตุใดท่านจึงเลือกที่จะบวชและพักใจที่นี่
อาจารย์สมจิตรา สุริเย ซึ่งเป็นอาจารย์ที่สอนลูกผู้หญิงอยู่ในธรรมมาศรมธรรมมาตา ได้มีโอกาสต้อนรับพระสุเทพ หลังจากที่ท่านมาจำพรรษาได้สองสามวัน เล่าว่า วันนั้น ท่านอาจารย์โพธิ์ จันทสโร อดีตเจ้าอาวาสสวนโมกข์ พาท่านสุเทพเดินมาในธรรมมาตา พอดีเป็นวันโกน (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗) ผู้เข้าอบรมกำลังทำงานสนามอยู่ เพราะที่สวนโมกข์ วันโกน ท่านอาจารย์พุทธทาสเรียกว่า 'วันกรรมกร' คือทั้งพระ และฆราวาสที่มาปฏิบัติธรรมในวัด ช่วยกันทำงานอาสาให้เหงื่อออก และเหงื่อนั้นท่านว่าคือ 'น้ำมนต์'
เย็นวันนั้นท่านสุเทพถามอาจารย์สมจิตราว่า อบรมกันอย่างไร ทำมากี่ปีแล้ว เปิดรับสมัครตอนไหน
อาจารย์ก็ตอบไปว่า ก็ทำกันมาเกือบยี่สิบปีแล้ว เปิดรับสมัครก่อนประมาณเดือนครึ่ง ช่วงนี้เป็นช่วงอบรมอยู่พอดี ใช้เวลา ๓ เดือน ท่านโพธิ์ก็แนะนำว่านี่เป็นที่อยู่ ที่อบรมปฏิบัติธรรมของลูกผู้หญิงที่ก่อตั้งขึ้นจากดำริของท่านอาจารย์พุทธทาส ที่ต้องการให้โลกมีธรรมเป็นมารดา เพื่อเป็นการกตัญญูกตเวทีตอบแทนเพศมารดาให้สมแก่ความเหนื่อยยากลำบาก เพื่อให้เพศแม่ได้มีโอกาสศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรมได้เต็มที่ แล้วเผยแผ่และสืบอายุพระพุทธศาสนาได้สูงสุด ในลักษณะของธรรมทูตหญิง และข้อสุดท้ายคือ เพื่อเป็นการเสริมแทนภิกษุณีบริษัทที่ยังขาดอยู่
ลูกผู้หญิงท่านใดสนใจมาอบรมก็เตรียมตัวไว้นะคะปีหน้า ช่วงเข้าพรรษาพอดี
โดยส่วนตัวของอาจารย์สมจิตรา เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ได้พบกับพระสุเทพ อาจารย์เล่าว่า ใครบวชก็อนุโมทนาทั้งนั้นแหละ ส่วนใครจะปฏิบัติได้เท่าไหร่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนตัวเราเองปฏิบัติมาตั้งนานก็ยังไม่ถึงไหน (แหม อาจารย์ถ่อมตัวอีกแล้ว)
เรายังถามต่อไม่เลิก "สำหรับผู้ที่ทำงานด้านการเมืองมาขนาดนี้ อาจารย์คิดว่า เมื่อท่านพบความสงบแล้วจะหวนกลับไปทางโลกและทำงานการเมืองอีกไหมคะ
"คือ อันนี้ต้องไปถามท่านเองแล้วนะ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของการบวช เราตอบไม่ได้ แต่มองในแง่ที่ว่าใครบวชก็อนุโมทนา ถือว่าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ส่วนเรื่องเจตนาเป็นเรื่องของมโนกรรมของแต่ละคน ถ้าเจตนาถูกต้องก็ไปได้ดี เราไปตีความคนอื่นเขาเองไม่ได้ คือท่านบวชมาแล้ว สวนโมกข์ก็ให้ที่พำนัก ท่านสุเทพก็เคยไปมาหาสู่กับสวนโมกข์สมัยก่อน ท่านพุทธทาสก็รับหมด ใครการเมืองไม่การเมืองท่านไม่รับรู้หรอก เราไปวิเคราะห์ความคิดในจิตของคนอื่นไม่ได้เลย เราไปคิดเอาเองก็ไม่ได้ ที่สำคัญคือ อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันมันก็อีกอย่างหนึ่ง เราไม่ต้องไปคิดหรอกว่า นักการเมืองมาบวช เขาคิดอย่างไร ไม่ต้องคิดแทนเขา แต่ให้เราเร่งความเพียรปฏิบัติขัดเกลากิเลสในตนเองจะดีกว่า"
ชัดเจน แจ่มแจ้ง สาธุค่ะอาจารย์ ทำให้เราได้น้อมมาใส่ใจว่า หนทางนี้แล ไม่ต้องดูใคร หรือดูจิตใจใคร ให้ดูตัวเรา ดูจิตเราเองสถานเดียวค่ะ"
สวนโมกขพลาราม จัดอบรมอานาปานสติภาวนา สำหรับผู้สนใจทั่วไป ทุกเดือน สำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศ ชาวไทย อบรม ๗ วัน ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๗ ของทุกเดือน ส่วนอบรมภาคภาษาอังกฤษ ๑๐ วัน ระหว่างวันที่ ๑-๑๐ ของทุกเดือน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ อาคารคณะธรรมทาน โทรศัพท์ ๐-๗๗๔๓-๑๕๕๒



