
ทึ่ง!หลวงตาวัย85ปีจบป.ตรีมุ่งมั่นต่อป.โท
กรมการศาสนา สำนักพุทธฯ วัดทั่วประเทศ ดึงเด็กและเยาวชน ร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ทึ่ง!หลวงตาเจ้าอาวาสวัย 85 ปี เรียนจบปริญญาตรี มุ่งมั่นต่อปริญญาโท
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. กรมการศาสนา(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.).จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีเด็กและเยาวชนมาร่วมพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษาไปถวายยังวัดสำคัญในกรุงเทพมหานคร 9 แห่ง ได้แก่ 1.วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 2.วัดประยุรวงศาวาส 3.วัดสุวรรณาราม 4.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.วัดบวรนิเวศวิหาร 6.วัดไตรมิตรวิทยาราม 7.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 8.วัดสามพระยา และ9.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พร้อมกิจกรรมรณรงค์ให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติตามหลักศีล 5 ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีศน. กล่าวว่า ตนขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกันรักษาศีล 5 ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตมาสู่การปฏิบัติ ที่สำคัญหากประชาชนทุกคนมีศีลธรรม รักษาศีล 5 เชื่อว่า จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เป็นสุข และเป็นสังคมแห่งความปรองดองอีกครั้ง
วันเดียวกันได้รับการเปิดเผยจาก สมเด็จพระพุทธชินวงศ์(สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)ในฐานะรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐมว่า เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ทางหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนา รุ่นที่ 9 ได้จัดส่งพระนิสิต ฆราวาส77 รูป/คน ไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตรดังกล่าว ที่มุ่งเน้นให้พระนิสิตที่ศึกษาครบหน่วยกิตการเรียนจำนวน 28 หน่วยกิตแล้ว จะต้องเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน จึงจะมีสิทธิ์ที่เสนอสอบวิทยานิพนธ์ได้
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กล่าวต่อไปว่า การเรียนเช่นนี้ถือว่า เป็นการฝึกพระนิสิตที่เข้มข้นมาก ซึ่งในครั้งนี้ ตนได้พบว่า มีพระนิสิตที่มีอายุมากที่สุดเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในหลักสูตรปริญญาโทนี้ด้วย คือ พระครูติลกานุรักษ์ หรือหลวงตาปราโมทย์ เจ้าอาวาสวัดดาวคะนอง อายุมากถึง 85 ปี พรรษาที่ 63 มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือ พัฒนาตนเองถึงแม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม โดยจากการสอบถาม พระครูติลกานุรักษ์ บอกว่า เรียนจบมาแค่ป.4 พอมาเป็นเจ้าอาวาสก็ตั้งใจเรียนต่อ จนได้มาศึกษาปริญญาตรี สาขาพุทธศาสตร์ ที่มจร.ตอนอายุ 80 ปี จากนั้นเมื่อเรียนจบ ก็ตั้งใจที่จะมาเรียนปริญญาโท หลักสูตรวิปัสสนาภาวนา ต่อเพื่อไว้ใช้สอนพุทธศาสนิกชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นแบบอย่างให้พระรุ่นใหม่ๆ
“ตอนนี้อาตมาได้จัดส่งหลวงตาปราโมทย์พร้อมพระนิสิต แม่ชี ฆราวาส อีก 76 รูป/คนไปเข้าหลักสูตรวิปัสสนาภาวนา ระยะที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคมถึง 6 พฤศจิกายน 2557 เป็นเวลา 4 เดือน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม “ธรรมโมลี” อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2557 เป็นเวลา 30 วัน ณ วัดนาหลวง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และระยะที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ถึง12กุมภาพันธ์ 2558 เป็นเวลา 2 เดือน ณ สำนักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา มหาสีสาสนเยก่า กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์” รองอธิการบดีมจร.กล่าว
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กล่าวอีกว่า หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ตามมจร.มีผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ ตั้งแต่ปี 2548เป็นต้นมา รวม 9 รุ่น มีจำนวนนิสิต 384 รูป/คน มีผู้สำเร็จการศึกษาและรับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตแล้ว จำนวน 192รูป/คน อยู่ระหว่างการเสนอสอบวิทยานิพนธ์ 87รูป/คน และมีกำหนดเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกัน 7 เดือน จำนวน 77 รูป/คน แบ่งเป็นพระภิกษุ 62 รูป แม่ชี 2 ท่าน คฤหัสถ์ชาย 6 คน คฤหัสถ์หญิง 5 คน ซึ่งเมื่อพระ และบุคคลเหล่านี้จบการศึกษาแล้ว จะสามารถเป็น พระวิปัสสนาจารย์ ที่มีความรู้อย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย ในการสอนวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งปัจจุบันนี้ มีไม่เพียงพอต่อสำนักปฏิบัติธรรมและความต้องการของพุทธศาสนิกชน
พระครูติลกานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดดาวคะนอง กล่าวว่า เรียนจบป.4-5 มานานมากแล้วตั้งใจมาเรียนต่อจนจบปริญญาตรีของมจร. และตั้งใจเรียนต่อปริญญาโท หลักสูตรวิปัสสนาภาวนา เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้วิปัสสนากรรมฐาน ถึงแม้จะมีอายุมากแต่ก็ใจสู้ ที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ญาติโยม ที่สำคัญอยากให้พระรุ่นใหม่ได้ตั้งใจที่เรียนและฝึกวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
ส่วนบรรยากาศในวันอาสาฬหบูชาช่วงเย็น เวลา 16.00 น. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และในเวลา 17.30น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ และในส่วนภูมิภาควัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการตักบาตร การเวียนเทียน การปฏิบัติธรรม การฟังพระธรรม กันเป็นจำนวนมาก
มอบรางวัลพระนักพัฒนาดีเด่นในวันอาสาฬหบูชา
ที่วัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.ตรัง นายอมรเศรษฐ์ สุวรรณมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีถวายรางวัลเพื่อสดุดี เชิดชูเกียรติ คุณธรรม ความดีงาม แด่พระสงฆ์ผู้บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณะประโยชน์เป็นต้นแบบแห่งคุณธรรมความดีเป็นที่ประจักษ์ ด้วยรางวัลพระนักพัฒนาสังคมดีเด่น ประจำปี 2557 แด่พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การเอกชนจังหวัดนครปฐม (ศอน.) ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนทำงานเพื่อพัฒนาสังคมส่วนรวม ไม่หวังผลตอบแทน และปัจจุบันมีสมาชิก 127 องค์กร ได้มีมติร่วมกันถวายรางวัลดังกล่าว แด่พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระราชาคณะผู้ทรงคุณธรรม ต้นแบบคุณธรรม ความดีงามของพุทธศาสนิกชน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2557
พร้อมกันนั้น ยังมีการจัดกิจกรรมประจำปีภายใต้ชื่อ "ชื่นชม อุดมการณ์ "และจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 แล้ว ด้วยการมอบโล่ของนายกรัฐมนตรี ให้กับกลุ่มองค์กร และผู้ที่กระทำความดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและรักษาความดีให้คงอยู่ร่วมเชิดชู คุณธรรมความดีงาม สนับสนุนคนดี มีกำลังใจในการทำความดีเพื่อส่วนร่วมต่อไป
สำหรับ พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2471 สิริอายุ 86 ปี เป็นบุตรของ นายเปลี่ยน และนางทองอ่อน ลิ่มไทย จบการศึกษา ป.4 จากโรงเรียนเพาะปัญญา อ.นาโยง จ.ตรัง บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ.2483 ที่วัดมงคลสถาน อ.นาโยง จ.ตรัง และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อปี พ.ศ.2491 ที่วัดจอมไตร อ.นาโยง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตตกิตติมศักดิ์ จากหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อ พ.ศ.2505 ซึ่งนอกจากจะเป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้แล้ว ยังมีการปฏิบัติหน้าที่พระเถระสมาคมหลากบทบาทเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จนได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์ต่างๆ กระทั่งล่าสุดทางสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การเอกชนจังหวัดนครปฐม จึงพิจารณาให้ได้รับรางวัลพระนักพัฒนาสังคมดีเด่น ประจำปี 2557



