
สุรินทร์ตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้างแห่งเดียวในโลก
11 ก.ค. 2557
สร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง 87 เชือก ที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในโลก
วันที่ 11 ก.ค.57 เมื่อเวลา 07.30 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ศรีณรงค์จางวาง จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับเทศบาลเมืองสุรินทร์ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ (ททท.) จัดตักบาตรบนหลังช้าง 87 เชือก มีนายยุทธนา วิริยะกิตติ รอง ผวจ.สุรินทร์ ประชาชนและหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนมาร่วมกิจกรรม งานบุญใหญ่ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง 87 เชือก ที่มีหนึ่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางโดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ 87 รูปนั่งบนหลังช้างรับบิณฑบาตจากประชาชน และนักท่องเที่ยว ได้ร่วมทำบุญตักบาตรในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถด้วย และยังเป็นศิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์เป็นดินแดนที่เลี้ยงช้างมากที่สุดในประเทศไทย สร้างชื่อเสียงเป็นที่รูจักกันทั่วโลกว่า “สุรินทร์ถิ่นเมืองช้าง” การปฏิบัติต่อช้างเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ที่เป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองสุรินทร์ จนถึงปัจจุบันในฐานะของ “เมืองช้าง” จังหวัดสุรินทร์ ได้นำช้างกลับคืนถิ่นสุรินทร์บ้านเกิด จึงได้มีการนำช้างร่วมพิธีงานต่าง ๆ เช่น ประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ, งานวันช้างไทย, งานประเพณีบวชนาคชาง, งานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง, งานแสดงของช้างสุรินทร์ที่สร้างชื่อเสียงเกียงไกรไปทั่วโลก, รวมถึงงานแห่เทียนพรรษา และงานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง ที่ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2550 และได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 7
กทม.จัดพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 87 รูปในวันอาสาฬหบูชาที่วัดมหาธาตุฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. นายมานิต เตชอภิโชค รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานในพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 87 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2557 ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร ทั้งนี้ กทม.ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า จัดงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ 7 - 11 ก.ค. ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
อุตรดิตถ์-พุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาวร่วมตักบาตรดอกกุศล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดบ้านกลาง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พุทธศาสนิกชนจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว ทำให้จิตใจผ่องใสและบริสุทธิ์ จัดเตรียมอาหารคาวหวานทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์วันพระใหญ่ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก และเป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ภายในวิหารวัดบ้านกลางพุทธศาสนิกชนประกอบพิธี “ตัก บาตรดอกกุศล” ดอกไม้พื้นบ้านที่นิยมปลูกทุกครอบครัว เมื่อถึงฤดูฝน จะแตกใบอ่อน ลวดลายสวยงาม ไม่มีกลิ่น จัดช่อพร้อมธูปเทียน ใส่บาตรและพานขนาดใหญ่ต่อหน้าพระพุทธรูปองค์พระประธาน จากนั้นพระสงฆ์นำกล่าวถวายขันดอกไม้ดังกล่าว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ถือโอกาสเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนาและวันหยุดยาว พาครอบครัว ลูกหลาน ที่เดินทางจากต่างจังหวัดกลับภูมิลำเนาทำบุญตักบาตร วัดใกล้บ้านกันอย่างเนื่องแน่น เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ได้ร่วมกันมาปฏิบัติธรรม น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ ในการ ลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีของ สังคม และประเทศ
ชาวอุดรแห่ทำบุญวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา
ที่ ถ.อัศวมิตร หน้าวัดทิพรัฐนิมิต หรือ วัดบ้านจิก เทศบาลนครอุดรธานี พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเป็นการนำหลักพุทธธรรมเป็นแนวทางการสร้างบรรยากาศความปรองดองและความสามัคคีของคนในชาติ และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และสืบทอดประเพณีเข้าพรรษาให้ยั่งยืนตลอดไป
สำหรับพุทธศาสนิกชนใน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นพุทธมามกะ นอกจากการทำบุญตักบาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแล้ว ยังจะเข้าวัด เพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา และในวันอาสาฬหบูชา พุทธศาสนิกชนต่างพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่างๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุ อันได้แก่ พระธาตุเจดีย์หรือพระพุทธปฏิมา ที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ด้วยเครื่องบูชา มีดอกไม้ ธูปเทียน ด้วยการเวียนเทียนที่วัด ในขณะที่มีอีกหลายคน ตั้งใจละเลิกอบายมุข ในช่วงเข่าพรรษานี้ปีนี้ด้วย
อบจ.สารคาม-ชาวบ้านอัญเชิญพระบรมสารีริธาตุด้วยขบวนช้าง 5 เชือก
นายกองโท ดร. คมคาย อุดรพิมพ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เดินทางมาร่วมพิธีขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริธาตุด้วยขบวนช้าง 5 เชือก และเป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมธาตุ ประดิษฐาน ณ วัดบ้านค้อโนนอุดม ต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เนื่องในวันอาสาฬบูชา และเทศกาลเข้าพรรษาให้ชาวบ้านได้บูชากราบไว้พร้อมกับปฏิญาณตนให้เป็นหมู่บ้านศีล 5 เพื่อความผาสุกของพุทธศาสนิกชน เป็นการบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดจนเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง และพัฒนาสู่การเป็นกลุ่ม เครือข่ายต้นแบบด้านศีลธรรมถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านศีลธรรมให้แก่เครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียน ในทุกระดับของสังคม และฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวพุทธที่ ดีงามกลับคืนสู่สังคมไทย ให้สมกับที่นานาประเทศเลือกประเทศไทย เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ตลอดจนปลุกกระแสศีลธรรม และความเป็นสิริมงคลสร้างขวัญ กำลังใจสร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดิน
ชาวนครเริ่มบุญอาสาฬหฯ ร่วมกันตักบาตรหน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และประชาชนจำนวนมากเข้าประกอบพิธีตักบาตรและถวายภัตตาหารกับพระสงฆ์บริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16,17,18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ แสดงสัมโมทนียกถา ถึงความสมบูรณ์พร้อมพระรัตนไตรในวันอาสาฬหบูชา และในช่วงค่ำของวันเดียวกันจะมีการแสดงแสงสีเสียงถวายเป็นพุทธบูชา
"}])



