พระเครื่อง

ศิลปะการเลือกครู(จบ)ครูจะต้องนำพาเราได้

ศิลปะการเลือกครู(จบ)ครูจะต้องนำพาเราได้

11 ก.ค. 2557

ศิลปะการเลือกครู(จบ)ครูจะต้องนำพาเราได้ : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต


                โกนฺ หาโส กิมานนฺโท นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ

                อนฺธกาเรน โอนทฺธา             ปทีปํ น คเวสถ . . . ฯ ๑๔๖ ฯ

                จะมัวร่าเริง สนุกสนานกันทำไม ในเมื่อโลกกำลังลุกเป็นไฟอยู่เนืองนิตย์

                พวกเธอถูกความมืดมิดปิดบังตา          ไยไม่แสวงหาแสงสว่างกันเล่า
          ธรรมบท
                การแสวงหาแสงสว่าง จนกว่าเราจะสามารถเป็นแสงสว่างในตนเองได้ ครูจึงเป็นผู้ที่สำคัญไม่ว่าสมัยไหน

                คำว่า 'ครู' จากรากศัพท์ ภาษาบาลีว่า 'ครุ' หรือ ภาษาสันสกฤตว่า 'คุรุ' นั้น มีความหมายว่า 'ผู้มีภาระอันหนัก ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือ ผู้ควรได้รับการเคารพ' ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการเลือกครูแตกต่างกันไป

                ตัวเราเองก็เลือกครูเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่ได้เชื่อตัวเอง แต่เราเลือกเชื่อผู้ที่จะอบรมบ่มนิสัยเราได้ หมายความว่า ถ้าเราเดินทางไปเจอคนที่ดีกว่า และนำพาเราได้ ก็จงไปกับเขา หรืออยู่กับเขาเถิด เราก็มาคนเดียว เที่ยวไปคนเดียว ส่วนที่ว่าใครดีใครไม่ดี แล้วเราจะอยู่กับเขาได้ไหม ก็ต้องอาศัยความคิดพิจารณาอย่างมาก ทางศาสนาเรียกว่า โยนิโสมนสิการ ความละเอียดลออในการพิจารณาอยู่ร่วมกันนานๆ หน่อย ไม่ใช่ว่ามาอยู่ศึกษาแล้วตรงนั้นจะทำให้เราดีเลยก็ไม่ใช่ เราก็ต้องดูไปด้วย

                มาใหม่ๆ ครูท่านนี้อาจจะใช้ได้ แต่พออยู่ไปปีสองปี ห้าปี สิบปีอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะเวลาเปลี่ยนคนได้ เวลาเปลี่ยนทุกอย่างได้เช่นกัน แม้ว่าคนนั้นจะเป็นครูก็เปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและองค์ประกอบหลายๆ อย่าง มันไม่ตายตัว

                เพราะฉะนั้นผู้ศึกษาธรรม หรือผู้ศึกษาทางโลก ก็ต้องใช้ความคิดพิจารณาให้มาก ถ้าไม่ใช่ก็ต้องหยุด และถอยออกไป การที่เราจะเชื่อครู ก็ต้องมีเข็มทิศ มีปัญญาที่เราต้องใช้ดูว่า ที่เราเลือกนั้นถูกไหม ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าเชื่ออย่างเดียว เพราะถ้าเชื่อแล้วถูก ก็ได้ดีไป แต่ถ้าเชื่อผิด เรียกว่างมงาย

                ดังนั้น บุคคลที่บำเพ็ญเพียรด้วยศรัทธาจึงไปได้ไว เพราะไม่มีข้อกังขาอะไร นั่นคือ เชื่อถูก คนที่ศรัทธา ทำสิ่งใดจึงสำเร็จได้ง่าย แต่เราต้องมุ่งหวังว่า ขอให้ศรัทธานั้นถูกที่เถิด

                เมืองไทยมีครูที่เป็นแบบอย่างที่ดีอยู่แล้วคือในหลวง ไม่ต้องไปหาครูที่ไหนแล้ว นี่แหละคือครูของคนไทยทั้งประเทศ เรียนจากพระองค์ท่านได้เลย เพราะทุกอย่างพระองค์ท่านชี้แนะไว้ให้หมด ไม่ต้องพิสูจน์แล้วจนพระชนมายุของพระองค์เข้าปัจฉิมวัย ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเป็นลูกศิษย์ที่ดีแค่ไหน เพียงใด ทางศาสนาก็ยกให้ท่านเป็นครูโดยไม่ต้องกังขา

                โลกจะเจริญไปเพียงใด ครูก็ยังสำคัญ แต่ครูก็ยังตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์อยู่เป็นธรรมดา ส่วนครูผู้ประเสริฐ ไม่มีกิเลสตัณหาแล้ว เช่น พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ คือครูทั้งโลกมนุษย์และโลกสวรรค์ที่เป็นครูของครูทั้งหลาย ซึ่งครูที่ว่านี้ มีคุณสถานเดียว เราทั้งหลายที่เป็นศิษย์ควรจะหาครูแบบที่ว่านี้

 

"}])