
สิ่งสำคัญของชีวิต
สิ่งสำคัญของชีวิต : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
หนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศสที่เคยมาเป็นอาสาสมัครทำงานในกัมพูชา เลือกที่จะทำงานที่เสียมเรียบหลังจากจบปริญญาตรีธุรกิจการลงทุนจากฝรั่งเศส ทั้งที่ได้เงินเดือนไม่มากแต่เขารู้สึกมีความสุขที่จะอยู่กับความเป็นธรรมชาติของที่นี่ ได้ทำงานกับคนท้องถิ่นที่มีจิตใจอ่อนโยน แม้พวกเขาต้องลำบากและได้ค่าจ้างน้อย แต่ก็มีความสุขที่ได้เดินหรือปั่นจักรยานไปทำงาน
หนุ่มกัมพูชาที่ขับรถตุ๊กๆ มารับและนำไปชมนครวัด ได้เงินเดือนประมาณ ๒,๑๐๐ บาท รายได้ของคนท้องถิ่นที่นี่น้อยมาก ถูกกดเป็นเวลาหลายสิบปี แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ นอกจากยอมรับสภาพ เพราะระบบของประเทศเป็นเช่นนั้น ถ้าอยากได้รายได้มากกว่านี้ก็ต้องไปทำงานต่างประเทศหรือมาขายแรงงานที่ประเทศไทย มาทำงานที่คนไทยไม่ทำ ประเภทรับจ้างหรือกรรมกร แม้ต้องเสียค่าทำหนังสือเดินทางที่สูงกว่าประเทศไทยถึงสามเท่า
คนที่เลือกจะมีชีวิตอย่างต่ำกับคนที่ไม่เลือกแต่ต้องอยู่อย่างต่ำ แม้ต้องอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนอาจได้รับโอกาสที่จะมีฐานะทางสังคมที่สูง มีความสะดวกสบายทางวัตถุ แต่เขาไม่เลือกที่จะเป็นเช่นนั้น กลับไปใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย สัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ คลุกคลีกับคนท้องถิ่นมีรายได้น้อย แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข อ่อนโยน จริงใจ บางคนอาจไม่มีโอกาสเลือกเลย ขอแค่มีเพียงข้าว อาหารประทังชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ มีเสื้อผ้าแค่เพียงปกปิดความละอาย ขอเพียงแค่มุมเล็กๆ สำหรับซุกหัวนอนก็พอ
คนที่ดูผิวดำกร้านจากการตรากตรำงานหนัก มีริ้วร้อยเต็มบนใบหน้า แต่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มความอ่อนโยน อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ มีของจำเป็นที่ใช้น้อยชิ้น ว่างจากงาน อยู่กับธรรมชาติและความเงียบ ได้ทบทวนตัวเองสม่ำเสมอ อาจดูเหมือนไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีอะไร ไม่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่เป็นที่รู้จัก แต่อาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และให้คุณค่าแท้จริงกับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ได้ ถ้าชีวิตด้านในของเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลง เติบโต ยอมรับ ปล่อยวางตัวตนอยู่กับธรรมชาติที่ดำรงอยู่อย่างที่เป็น เขาจะค่อยๆ เข้าใจชีวิตจากวิถีที่เป็นอยู่ ว่าเรามาแบบไม่มีอะไร เราจะไปแบบไม่มีอะไรเช่นกัน แต่ขณะที่เรากำลังอยู่ระหว่างทางแห่งชีวิต ก็พยายามใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับความจริง ใช้บริโภคแต่สิ่งจำเป็นแห่งการดำรงอยู่ ความสุขสงบด้านในที่เป็นความสุขแท้จึงค่อยๆ ปรากฏ เติบโต อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
การที่เราคิด กระทำ พูด อาจไม่เหมือนใครในสังคมส่วนใหญ่ที่กระทำตามกัน อาจไม่ใช่เรื่องผิดหรือเรื่องร้ายเสมอไป ถ้าสิ่งที่เรากำลัง พูด คิด กระทำ เป็นเหตุเพื่อช่วยให้เราเข้าใจความจริงแห่งชีวิต ปลดปล่อยตัวเองจากกรงขัง รูปแบบที่ยึดติดและสืบทอดกันมาในสังคมโลก รุ่นแล้วรุ่นแล้วเล่า แล้วเราก็ทำตามกันไปในทิศทางเหล่านั้น อันเป็นให้เกิดความเสื่อม ความทุกข์ การทำร้าย ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สำคัญเป็นเหตุแห่งปัญหามากมายที่จะเกิดขึ้นจากความไม่พอในจิตใจของมนุษย์นั่นเอง กระทั่งควบคุมไม่ได้ และเราจะตกเป็นทาสมันในที่สุด ไร้ซึ่งความละอายเพียงเพื่อให้ได้มี ได้เสพอย่างต่อเนื่อง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เราจะสร้างเหตุผลมาหลอกตัวเองและผู้อื่นที่อยู่ร่วมมากมายว่าสิ่งที่เรากำลัง พูด คิด กระทำนั้น คือสิ่งที่กำลังพัฒนา ดีงาม วิเศษ ประเสริฐ เป็นสิทธิ์ที่ถูกต้อง เราค่อยๆ กลายเป็นคนไม่มีความจริงใจ ไม่ซื่อสัตย์ ไม่ยอมรับความเป็นจริง ปกปิดความไม่น่ารัก ไม่ดีของตัวเองแบบไม่รู้ตัว เห็นแต่ประโยชน์ตนเป็นใหญ่ เราจะเป็นคนที่รู้แบบไม่รู้ ที่บอกกับผู้อื่นเสมอว่า เรารู้ แต่กายใจของเราไม่เคยปกติและสงบสุข
เพราะสุขแท้ เกิดจากความไม่มี



