
เลิกเหล้าเข้าพรรษาเถอะเพื่อน
เลิกเหล้าเข้าพรรษาเถอะเพื่อน : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพระชาย วรธัมโม
ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ทำการสำรวจและสัมภาษณ์พฤติกรรมการดื่มเหล้าของชายไทยที่มีอายุระหว่าง ๑๙-๓๕ ปี จำนวน ๑๘ คน พบว่า ๕ คนดื่มเหล้าทุกวัน ๕ คนดื่มทุกสัปดาห์ ที่เหลือดื่มเดือนละครั้งหรือแล้วแต่โอกาส ๓ คนเคยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ขณะเมาแล้วขับ ๑๓ คนเคยผ่านประสบการณ์ดื่มเหล้าจนขาดสติสัมปชัญญะ ๑๑ คนรู้จักดื่มเหล้าตั้งแต่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ที่เหลือ ๖ คนรู้จักดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไป มีเพียงคนเดียวในกลุ่มสำรวจที่ไม่ดื่มเหล้า
จากการสำรวจทำให้รับรู้ว่าชายไทยส่วนใหญ่อย่างน้อยต้องเคยข้องแวะกับน้ำเมากันมาบ้าง และ/หรือ ชายไทยจำนวนมากเป็นนักดื่มตัวฉกาจ มีชายไทยส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ดื่มเหล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลตัวเลขจากการสำรวจที่บ่งบอกว่าชายไทยจำนวนเกินครึ่งรู้จักการดื่มเหล้าตั้งแต่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี
ชายหนุ่มสองคนเปิดใจเล่าว่า เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังดื่มเหล้าจนเมาโดยตนเองเป็นผู้ขับขี่ หนึ่งในนั้นบอกว่า หลังจากที่ดื่มจนเมาได้ที่ก็ขับรถบรรทุกเล็ก ด้านหน้าเป็นแค็บ (ที่นั่งตอนเล็กสำหรับผู้โดยสาร) มีเพื่อนนั่งมาด้วย ๓ คนกับเบาะข้างคนขับอีก ๑ คน ส่วนที่เป็นกระบะ (ส่วนหลังของรถ) บรรทุกเพื่อนอีก ๑๖ คน เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตนเกิดอาการหลับในจากฤทธิ์ของสุราเป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำ เพื่อนที่บรรทุกมาด้วยบนกระบะเทกระจาดกระจัดกระจายไปบนท้องถนน เพื่อนหลายคนได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นอยู่ในสภาพสาหัสต้องผ่าตัดสมองเนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์จนต้องพักฟื้นเป็นเวลา ๓ เดือน แม้จะหายดีแล้วแต่ก็ไม่สามารถกลับมาเป็นปกติดังเดิม ๑๐๐% เป็นอุบัติเหตุครั้งที่รุนแรงที่สุดที่หนุ่มผู้ให้สัมภาษณ์เล่าให้ฟัง
หนุ่มอีกคนเปิดใจว่า นอกจากจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มาแล้ว ๓ ครั้ง เนื่องจากเมาแล้วขับ ยังมีครั้งย่อยๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วนที่เกิดการทะเลาะวิวาทกันเนื่องจากเมาแล้วหาเรื่อง ตัวเขามักจะดื่มเหล้ากับเพื่อนประมาณ ๑๐ คน เกือบทุกสัปดาห์ แต่ละคนอยู่ในพื้นที่ละแวกบ้านซอยเดียวกัน ประกอบกับในกลุ่มตนเองเป็นก๊วนมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ซึ่งส่วนใหญ่มีจิตใจนักเลง เมื่อเกิดอาการเมาจึงมีอาการรักพวกพ้องตามมา ใครอยู่ใกล้ๆ มาทำซ่าก็จะเกิดการเขม่นกัน แล้วนำไปสู่การทะเลาะวิวาทชกต่อยกันหลายครั้ง หนุ่มอีกคนเล่าว่า รู้สึกมีความกล้ามากขึ้นหลังจากดื่มเหล้าเข้าไป จากที่เป็นคนเรียบร้อยก็กลายเป็นคนที่กล้าพูดกล้าทำ สามารถท้าตีท้าต่อยกับใครก็ได้ หรืออาจจะละเมิดเพศตรงข้ามก็ได้ นี่เองที่เขาเรียกว่า "น้ำเปลี่ยนนิสัย"
นั่นเป็นผลกระทบจากการดื่มเหล้าที่นำไปสู่อุบัติเหตุบนท้องถนน และการทะเลาะวิวาท รวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่นซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ ส่วนในด้านสุขภาพร่างกาย แน่นอนว่าเหล้ามีผลกระทบอย่างรุนแรงไม่น้อยไปกว่ากัน คนที่เคยดื่มเหล้าน่าจะรู้สึกได้ถึงความรุนแรงของแอลกอฮอล์ เมื่อน้ำเหล้าผ่านเข้าไปในปากจะรู้สึกได้ทันทีว่าแอลกอฮอล์ได้เข้าไปกัดเยื่อบุอ่อนๆ ในปากจนเกิดอาการแสบร้อน เมื่อเหล้าลงไปในกระเพาะอาหารจึงรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที แม้บางคนจะแนะนำว่าอย่ากินเหล้าขณะท้องว่างต้องกินกับแกล้มลงไปด้วย แต่ความจริงก็คือนั่นเป็นเพียงเทคนิคการดื่มเท่านั้น มันไม่ได้ช่วยให้อวัยวะภายในเสื่อมน้อยลงเลย
ลองจินตนาการดูว่า อวัยวะภายในของเราเต็มไปด้วยเนื้อเยื่ออ่อนๆ ที่ไม่น่าจะทนทานกับสารปนเปื้อนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ใช่สารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย แต่เป็นสารเคมีที่มีความรุนแรง เมื่อแอลกอฮอล์ไหลผ่านเข้าไปอวัยวะน้อยใหญ่เหล่านี้จะทนทานได้สักเท่าไร หากมีแอลกอฮอล์ไหลทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งมันก็ต้องชำรุดเสื่อมไป เพราะแอลกอฮอล์ที่ถูกดูดซึมจะทำให้เนื้อเยื่อเหล่านี้แปรสภาพไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้เต็มที่ ในที่นี้ตับจะเป็นอวัยวะอันดับต้นๆ ที่จะเสื่อมสภาพไปในเวลาอันรวดเร็ว เพราะสารพิษใดที่ตับไม่สามารถกำจัดได้ สารพิษนั้นจะหันมาทำร้ายตับทันที
นอกจากเหล้าจะเข้าไปทำลายตับแล้ว เหล้ายังมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์สมอง ซึ่งมีคุณค่าต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพราะทำให้มนุษย์มีความฉลาด มีสติปัญญา มีไหวพริบ มีความกระฉับกระเฉง หากเซลล์สมองถูกทำลายไปจะไม่มีการสร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อเราดื่มเหล้าแต่ละครั้งเซลล์สมองจะถูกทำลายไปวันละนิด หากดื่มเหล้าบ่อยครั้งเข้าเซลล์สมองก็จะถูกทำลายไปเป็นจำนวนมากขึ้นตามจำนวนและปริมาณเหล้าที่ดื่มลงไป เมื่อเซลล์สมองถูกทำลายมากขึ้นจะทำให้คน ๆ นั้นกลายเป็นคนคิดช้า เริ่มขาดสติ มือสั่น ความจำเลอะเลือน จนในที่สุดจะกลายเป็นผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ขาดเหล้าไม่ได้ต้องดื่มเหล้าทุกวัน จนกลายเป็นคนป่วยที่ไม่อาจเยียวยารักษาได้
ในวาระเข้าพรรษามาถึงอีกรอบ น่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับชาวคอทองแดงทั้งหลายที่นิยมชมชอบการดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ หากท่านยังเห็นว่าสังขารร่างกายนี้ยังมีคุณประโยชน์กับการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ก็อาจจะอาศัยโอกาสนี้สมาทานเลิกเหล้าเข้าพรรษาเสียเลย ไม่ใช่แค่งดเหล้าเข้าพรรษาเท่านั้นแต่เป็นหมุดหมายในการยุติการดื่ม เพราะหากท่านยังดันทุรังดื่มต่อไปก็เป็นไปได้ว่าท่านอาจจะไม่ได้แก่ตาย แต่ท่านอาจจะตายก่อนเวลาอันควร หรือถ้าไม่ตายก็อาจจะประสบอุบัติเหตุจากการเมาซึ่งก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าชะตาชีวิตของท่านจะเป็นอย่างไร
บางท่านอาจจะมองว่าศาสนาอื่นอย่างเช่นศาสนาคริสต์เขายังไม่ต่อต้านการดื่มเหล้า เขายังใช้เหล้าในการประกอบพิธีกรรม แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าศาสนาคริสต์ที่เขาดื่มเหล้านั้นเขาไม่ได้ดื่มเหล้ารสชาติแรง ๆ เหมือนอย่างที่เราดื่มกัน เขาใช้ไวน์ในพิธีรับศีลมหาสนิทเพื่อเป็นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับพระเจ้า ไวน์ที่นำมาใช้ในการประกอบพิธีไม่ได้มีรสชาติรุนแรงเหมือนกับไวน์ทั่วไปที่มีขายตามท้องตลาด และเขาก็ไม่ได้ดื่มกันจนเมามายขาดสติเหมือนกับที่เราดื่มกัน เขาดื่มนิดเดียวพอเป็นพิธีหรือบางครั้งก็มีการใช้น้ำผลไม้แทนไวน์ ในทางคริสต์ศาสนาเองก็ไม่สนับสนุนให้คนดื่มเหล้าจนเมามายขาดสติ ดังนั้นถ้าชาวคริสต์จะดื่มเหล้าเมาจนหัวราน้ำ นั่นก็ถือเป็นความประพฤติที่ไม่อยู่ในเส้นทางที่พระเจ้าจะยินดีเช่นกัน แม้แต่ในหมู่ชุมชนชาวมุสลิมเองก็ไม่สนับสนุนการดื่มเหล้าเช่นเดียวกับศาสนาอื่น ๆ
จุดมุ่งหมายที่ศาสนาต้องการให้คนหันมาละเว้นการดื่มเหล้า เพราะคนมักจะดื่มเหล้ากันจนขาดสติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเบื้องต้นเหล้าได้ทำลายความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ในเมื่อสามัญสำนึกเบื้องต้นได้ถูกทำลายลงไปจึงเป็นเรื่องอันตรายที่คนเราจะละเมิดหรือกระทำความผิดอื่น ๆ ตามมาเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ควบคุมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของมนุษย์ไว้แล้ว
ดังนั้น เลิกเหล้าเถิดเพื่อน ก่อนจะสายเกินไป



