พระเครื่อง

สันติวิธียาวิเศษแก้วิกฤติความขัดแย้งได้ทุกมิติจริง?

สันติวิธียาวิเศษแก้วิกฤติความขัดแย้งได้ทุกมิติจริง?

06 ก.ค. 2557

สันติวิธียาวิเศษแก้วิกฤติความขัดแย้งได้ทุกมิติจริง? : สำราญ สมพงษ์ นิสิตพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสันติศึกษา 'มจร' รายงาน

               จากสถานการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้สะท้อนภาพความขัดแย้งในหลายมิติทั้งระดับชีวิตส่วนบุคคล ชุมชน สังคม ประเทศ และโลก ส่งผลไปสู่ความรุนแรงตั้งแต่การทะเลาะวิวาทไปจนถึงเกิดสงครามโลกถึง 2 ครั้ง

               ปัจจัยที่เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งอาจเกิดจากการับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงกัน ไม่ครบถ้วนเพียงพอ หรือรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวที่ตัวเองชื่นชอบเท่านั้น อาจเกิดจากความต้องการหรือผลประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งต่างๆที่ปรารถนาแบบไร้ขีดจำกัด ความต้องการเช่นอำนาจและหน้าที่ที่ไม่สมประสงค์และเพียงพอ พร้อมกันนี้อาจเกิดจากความสัมพันธ์ได้แก่บุคลิกภาพและพฤติกรรมที่ต่างกัน อาจเกิดจากโครงสร้างกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงบ่อยจนเกิดความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือสองมาตรฐาน

               จากปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งดังกล่าวจึงทำให้มนุษย์ส่วนหนึ่งพยายามที่จะแสวงหาวิธีการแก้ความขัดแย้งนั้น เพื่อที่จะทำชิวิต ชุมชน สังคม ประเทศและโลกเกิดความสงบหรือสันติสุข จึงเกิดแนวคิดด้านสันติภาพขึ้นเพื่อที่จะจัดการหรือบริหารความขัดแย้งให้อยู่ในกรอบหรือระงับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นแล้ว 4 กลุ่มคือ

               1.สันติภาพคือสภาวะที่ปราศจากสงครามส่วนใหญ่เป็นักคิดด้านการทหาร 2.สันติภาพคือสภาวะที่ปราศจากความรุนแรง 3.สันติภาพคือสภาวะที่ปราศจากความรุนแรงและความขัดแย้ง ส่วนใหญ่จะเป็นนักคิดเชิงพุทธที่เห็นว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้และยั่งยืนนั้นจะต้องเกิดจากสันติภาพภายในคือมีภาวะสันติภาพระดับโลกุตตระ และ4.สันติภาพคือสภาวะที่ปราศจากความรุนแรงและเกิดความขัดแย้งได้ เป็นนักคิดที่ยอมรับสภาวะของสังคม ชุมชนที่มีความหลากหลายย่อมเกิดความขัดแย้งกันได้ แต่อยู่ที่ว่าจะสามารถระงับหรือบริหารจัดการความขัดแย้งไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างไร

               ขณะเดียวกันก็มีการแยกกลุ่มย่อยเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มที่นำสันติภาพไปใช้ในการดำรงชีวิต กลุ่มที่นำไปใช้เพื่อให้เกิดสันติภาพ และกลุ่มที่นำไปใช้ในการเรียกร้อง

               จากแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับ "การจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี" นั้นทำให้เกิดการคิดค้นวิธีการหรือกระบวนการที่จะทำให้เกิดสันติภาพอย่างเช่น แนวคิดเรื่อง"ทศธรรมหรือตรีปณิธาน" เรื่อง"ตรีสากล" เรื่อง"การยอมรับในความหลากหลายและการพึ่งพาอาศัยกันและกัน" เรื่อง"ความสามัคคี" เรื่อง"สิทธิมนุษยชน" เรื่อง"ความยุติธรรม" เรื่อง"ความไว้วางใจและความสัมพันธ์" และเรื่อง"การมีส่วนร่วม"

               หรือวิธีการจัดการความขัดแย้ง 3 วิธีคือ 1.วิธีทางการทูตเชิงสันติเช่นการเจรจา การไต่สวน การสร้างสมานฉันท์โดยการไกล่เกลี่ย การประนีประนอม 2.วิธีทางกฎหมายเชิงสันติด้วยตั้งอนุญาโตตุลาการ กระบวนการทางศาล และกระบวนการออกกฎหมาย และ3.ทางเลือกเชิงสันติอื่นๆเช่นการหลีกเลี่ยงหรือการถอนตัว การเผชิญหน้า การโน้มน้าว การสนับสนุน การแข่งขัน การโอนอ่อนผ่อนตาม การร่วมมือและการมีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังสามารถนำหลักการแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงพุทธคือการระงับอธิกรณ์ที่เรียกว่า "อธิกรณสมถะ" เป็นต้นมาใช้

               จากการเห็นภัยของความขัดแย้งและรู้วิธีแก้ดังกล่าวทำให้สามารถนำหลักการมาใช้กับการดำเนินชีวิต สังคม ชุมชนได้อย่างมีสติ เริ่มตั้งแต่ระดับครอบครัวโดยยอมรับความเห็นต่างและความเป็นส่วนตัว ไม่ครอบงำหรือยัดเยียดแนวความคิดของสมาชิกในครอบครัวว่าความคิดของเราเท่านั้นถูกต้อง แต่จะให้ข้อมูลเพื่อให้เขาประกอบในการตัดสินใจเองว่าอะไรดีชั่วถูกผิดอย่างไร

               ส่วนความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหากเกิดความขัดแย้งขึ้นจะใช้หลักการเจรจาประนีประนอม จะไม่พยามยามใช้อำนาจหรือคำสั่ง สำหรับเนื้อหาของงานจะตั้งอยู่บนหลักของความถูกต้องให้ข้อมูลรอบด้าน และจะไม่นำเสนอในลักษณะที่เป็นการยั่วยุเลี่ยงถ่อยคำที่นำไปสู่ความเกลียดชังหรือความแตกแยกแบ่งฝ่าย พร้อมกับพยายามเสนอทางออกความขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบันในลักษณะของรายงานและบทความเป็นเต้น

               พร้อมกันนี้การสื่อสารทั้งส่วนตัวหรือผ่านสังคมออนไลน์จะเน้นตั้งอยู่บนศีลข้อที่ 4 เน้นปิยวาจา และจะไม่โน้วน้าวไปทางใดทางหนึ่งแต่จะให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ

               สำหรับการสะท้อนให้เห็นความสำคัญของสันติภาพในระดับประเทศนั้น ตั้งแต่ที่มีการชุมนุมประท้วงที่เกิดจากความขัดแย้งแบ่งฝ่ายนำไปสู่ความรุนแรงได้สะท้อนให้เห็นโทษดังกล่าวแล้วนำเสนอแง่มุมของสันติภาพของนักคิดทั้งไทยและต่างประเทศ หากมีประเด็นที่เรียกร้องให้มีการนำหลักการของ"สันติภาพ"มาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเช่นกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ชูประเด็นสื่อด้วยสัญลักษณ์สันติภาพเช่นต่างหูและสายสร้อยมาเป็นตัวรณรงค์เป็นต้นจะให้ความสำคัญในการนำเสนอ

               ระดับโลกนั้นมองว่าหลักการสันติภาพเชิงพุทธจะเป็นตัวเชื่อมให้โลกเกิดสันติภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกที่มีการแบ่งฝ่ายตะวันตกตะวันออกรวมถึงปัญหาในตะวันออกกลางในปัจจุบันนี้ เพราะสหประชาชาติได้รับรองให้วันวิสาขบูชาเป็นวันวิสาขบูชาโลก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สังคมโลกหันมาสนใจหลักการสันติภาพเชิงพุทธ ซึ่งเป็นการพัฒนาสันติภาพให้เกิดจากภายในแล้วกระตุ้นให้สังคมภายในมีสันติภาพด้วยซึ่งจะเป็นสันติภาพที่ยั่งยืนและแท้จริง จะทำให้เกิดเอกภาพและสันติภาพของโลกบนความหลากหลาย ถึงว่าเป็นความงดงามยิ่งเพราะมนุษย์ทั้งมวลคือพี่น้องกัน

 

"}])