
'ปัญหา'เป็นหนทางแห่ง'ปัญญา'
'ปัญหา'เป็นหนทางแห่ง'ปัญญา' : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
รถ Shuttle bus สีขาวรับส่งผู้โดยสารจากท่าอากาศสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งโดยปกติใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑ ชม.แต่วันนี้รถติดทำให้ใช้เวลา ๑ ชม. ๒๐ นาที เมื่อไปถึง ผู้หญิงชาวต่างชาติสองคนดูท่าทางลุกลี้ลุกลนตะโกนถามก่อนลงจากรถว่า Terminal 1 ใช่ไหม? ไม่มีเสียงตอบจากใคร?
พระมองโดยรอบเห็นว่าไม่มีวี่แววว่าใครจะตอบ เลยตอบเธอไปว่า ใช่ ขอให้เธอเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเช็กอิน หญิงสาวร่างบอบบางกว่าหันมาบอกเพื่อนว่าต้องไปก่อน แล้ววิ่งตาตั้งไปยังชั้นบน เพราะเหลือเวลาอีก ๕๐ นาที เครื่องจะออก ซึ่งเธอทั้งสองก็ไปเวลาเดียวกันกับพระ
ระหว่างที่เดินตามหญิงร่างท้วมที่กำลังเร่งรีบตามเพื่อน ก็ถามเธอว่า จะไปที่ไหน? เธอตอบด้วยสีหน้าตระหนกว่าจะไปเสียมเรียบ กัมพูชาและไม่ทราบก่อนว่าต้องเปลี่ยนสนามบิน พระบอกเธอว่า อาตมาก็ไปเที่ยวเดียวกับเธอ ทำให้เธอมองด้วยความสงสัยแต่ไม่พูดต่อ เมื่อถึงชั้นที่ต้องเช็คอิน เธอถามว่าไปทางไหน จึงชี้บอกทางให้เธอทราบ เธอวิ่งตาตั้งเช่นกัน
พระเดินไปถึงเคาน์เตอร์เช็กอิน ก็พบเพื่อนที่เพิ่งมาถึงอย่างไม่รีบร้อน เธอบอกเพื่อนที่ล่วงหน้ามาก่อนว่า พระเป็นเพื่อนฉัน ท่านบอกฉันว่า ไม่เป็นไรไม่ต้องรีบ และท่านก็เดินอย่างปรกติดูเขาไม่ตกใจ ตื่นตระหนกเหมือนพวกเราเลย
การมีน้ำใจ เห็นอกเห็นใจ ทำถูกต้อง เคารพในหน้าที่มีความจำเป็นและสำคัญไม่ว่าบทบาทไหนในสังคม คนขับเครื่องบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พนักงานขับรถรับส่งผู้โดยสาร พนักงานบนรถ คนเข็นรถ คนทำความสะอาด ฯลฯ เพียงแค่ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสุข รับผิดชอบในบทบาทสมมติใดๆ อย่างแท้จริง มีจิตใจอยู่กับสิ่งที่กำลังกระทำ ก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นมากมาย โดยไม่ต้องคิดว่าต้องการช่วย เพราะการปรากฏของเขาและเธอ ทำให้ที่เหล่านั้น น่าอยู่ สะอาด สงบเรียบร้อยไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ
หลายคนเสพติดโทรศัพท์ ไลน์ เฟซบุ๊ก เกม และใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่ ก้มหน้าดูจอโทรศัพท์ ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปกับเทคโนโลยีเหล่านั้นทุกวันๆ ทำให้ขาดความมั่นคง สูญเสียอิสรภาพอย่างไม่รู้ตัวและตกเป็นทาสอารมณ์ ทำให้มีท่าทีที่ไม่น่ารัก ไม่งามต่อผู้ที่ต้องเกี่ยวสัมพันธ์ในเวลานั้น
การที่ต้องทนทำงานทุกวันด้วยจิตใจที่ไม่เป็นสุข ไม่เคารพในบทบาทหน้าที่ ไม่อยู่กับสิ่งที่กระทำ ทำเพียงเพื่อเงิน ตำแหน่ง ชื่อเสียง อำนาจ คือ การทำร้ายตัวเองอย่างน่ากลัวที่สุด เป็นการทำลายสุขภาพกาย สุขภาพจิต เพราะเรากำลังสร้างภาวะของความไม่รู้มากขึ้นทุกวันๆ เราจะกลายเป็นคนขี้เกียจ ไม่กระตือรือร้น ไร้ชีวิตชีวา เห็นแก่ตัว ไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น จิตใจแห้งแล้ง มองร้ายต่อตัวเอง บุคคลรอบข้าง ชอบเปรียบเทียบน้อยเนื้อต่ำใจ และเราจะประสบปัญหา จมอยู่กับความทุกข์ทั้งหลายมากขึ้น
หากสาวเข้าไปหาเหตุ ปัญหาต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นจากใจที่ไม่ยอมรับตนเองอย่างที่เป็น จึงมีท่าทีไม่ถูกต้องกับบุคคล สถานการณ์เหล่านั้น เพราะเรามัวแต่โทษบุคคล สิ่งรอบข้าง แต่ไม่ปรับทัศนคติที่จิตใจของเรา
แท้จริงแล้ว เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวัน เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้เรากลับมามองตน สำรวจตน เปลี่ยนแปลงตน เมื่อจิตใจไร้ซึ่งความสงบสุข ต้องเรียนรู้ที่จะหยุดและกลับหาตัวเอง ดำรงอยู่กับสภาวะนั้นอย่างแท้จริง แล้วเราจะเห็นสภาวะแย่ๆ นั้นถอนตัวจากไป มันไม่อยู่กับเราตลอดไปอย่างแน่นอน แต่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้อย่างใจเย็น แล้วทุกปัญหาจะเป็นหนทางแห่งปัญญา ทุกบทบาทหน้าที่จะเป็นหนทางแห่งความสุขได้เสมอ ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมที่จะมีความสุข ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของเธอ
ทำหน้าที่ ถูกหน้าที่ ชีวิตนี้มีแต่สงบสุข



