
วันอาสาฬหบูชาปี 57ศน.จัดทำบุญแนวชายแดน
วันอาสาฬหบูชาปี 57 เน้นปฎิบัติธรรม-ถือศีล 5 จัดกิจกรรมแนวชายแดนสานสัมพันธ์อาเซียน
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2557 ที่ห้องประชุมชั้น 12 กรมศาสนา (ศน.) ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานการแถลงข่าวจัดงาน “อาสาฬหบูชา เพ็ญเดือน 8 เข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 นุ่งขาวรักษาศีล 5 ทุกวันพระ” งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2557 โดย ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวว่า ศน. ได้จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาระหว่างวันที่ 7- 11 ก.ค. 2557 ขึ้น โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกลุ่มเยาวชนจิตอาสา เป็นต้น ในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นการประสานหน่วยงานจังหวัดต่างๆตั้งคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ขอความร่วมมือสถานศึกษาให้แต่งกายชุดขาวปฎิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา
ตลอดจนดึงพลังเยาวชนจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สร้างจิตสำนึกให้คนในชาติยึดมั่นในพระพุทธศาสนา เพื่อต้องการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศาสนากับประชาชน พร้อมกับรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ประชาชนชาวพุทธ ได้เห็นถึงความสำคัญของวันดังกล่าว รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนชาวพุทธได้รักษาศีล 5 เป็นแนวปฎิบัติในชีวิติประจำวันอีกด้วย เพราะเชื่อว่าการรักษาศีลจะสร้างความสุขให้กับประเทศได้อย่างมาก ซึ่งขณะนี้ประเทศกำลังต้องการความสมานฉันท์ ดังนั้นพระพุทธศาสนาจะเป็นบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันให้เกิดความสงบสุขของคนในชาติได้
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา จัดกิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยในส่วนกลาง วันที่ 7 ก.ค.2557 ศน. จะร่วมกับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ องค์กรเครือข่ายเผยแพร่ศีลธรรม จัดพิธีเจริญพุทธมนต์หล่อเทียนพรรษา 9 ต้น และฟังเทศน์มหาชาติ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และในวันที่ 11 ก.ค.2557 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดขบวนแห่เทียนพรรษา 9 ต้น เพื่อถวายพระอารามหลวง 9 วัด ได้แก่ วัดสระเกศ วัดปากน้ำ วัดบวรนิเวศ วัดสามพระยา วัดประยุรวงศาวาส วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดสุวรรณาราม ส่วนภูมิภาค ศน.ได้ประสานขอความร่วมมือกับองค์กร เครือข่าย สถานประกอบการ จัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา พร้อมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนของจังหวัดได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา
“นอกจากนี้ ศน.ยังสร้างสัมพันธ์กับต่างประเทศสมาชิกอาเซียนในมิติศาสนาจัดกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาด้วย เช่น งานสัปดาห์อาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพุทธศาสนาระหว่างไทย-เมียนมาร์ ที่วัดไทยวัฒนาราม จังหวัดตาก งานสัปดาห์อาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา สานสัมพันธไมตรีมิติพุทธศาสนาระหว่างไทย-ลาว วัดพระธาตุผาเงา จังหวัดเชียงราย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ศน.เชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวไปสู่ประชาชนชาวพุทธได้อย่างเป็นรูปธรรม”นายกฤษศญพงษ์ กล่าว
มส.ให้พื้นที่วัด-ธรณีสงฆ์ขุดสระช่วยภัยแล้ง-กันน้ำท่วม
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า จากการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้วัดทุกแห่งพิจารณาพื้นที่ของวัดในการขุดสระน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการกักเก็บน้ำไว้ในช่วงหน้าแล้ง และช่วยป้องกันน้ำท่วมในหน้าฝน ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวสืบเนื่องมาจากนายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายปราโมทย์ ไม้กลัด ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เข้ากราบนมัสการ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อขออนุเคราะห์ความร่วมมือจากวัดและคณะสงฆ์ เพื่อร่วมโครงการขุดสระเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย และต้านภัยแล้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งตรงกับความตั้งใจของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จึงมีบัญชาให้คณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯรับเป็นธุระอย่างจริงจังเพื่อช่วยเหลือประชาชนถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่ปี 2557-2559
นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า มีชาวบ้านมาร้องเรียนยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาจากน้ำท่วม น้าป่าไหลหลาก รวมทั้งปัญหาน้ำแล้ง และแม้ส่วนราชการที่รับผิดชอบจะพยายามแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังขาดการประสานงานอย่างจริงจัง อีกทั้งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็มีข้อมูลตรงกันว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำฝนสูงมาก แต่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก
ทั้งนี้หากมีการขุดสระเก็บน้ำตามขนาดที่เหมาะสมเมื่อถึงช่วงฤดูฝนจะสามารถช่วยเก็บน้ำไว้ในหน้าแล้งได้ รวมทั้งในฤดูน้ำหลากสระเก็บน้ำก็จะสามารถช่วยกักน้ำไว้ บรรเทาเหตุอุทกภัยได้ด้วย ซึ่งหากประชาชนสามารถดำเนินการได้เอง ไม่ต้องพึ่งงบประมารแผ่นดินจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทางผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่ามหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์มีบารมีธรรมที่จะสามารถเป็นแกนหลักในการเชิญชวนประชาชนมาดำเนินการได้ จึงได้ทำเรื่องขอความอนุเคราะห์มหาเถรสมาคมในการพิจารณาที่ดินซึ่งเป็นที่วัด หรือธรณีสงฆ์ ที่ติดกับเขตที่ดินเอกชนหรือชุมชน และมีศักยภาพน้ำผิวดินหรือน้ำบาดาลเพื่อขุดสระเก็บน้ำต้านภัยแล้ง และป้องกันอุทกภัยด้วย โดยขณะนี้ทางมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาฯได้พิจารณาโครงการดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญของคณะสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แล้ว
นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ประเทศไทยเกิดปัญหาภัยแล้งทุกปี จึงจำเป็นต้องหาทางว่าจะทำอย่างไรให้มีน้ำใช้ในหมู่บ้านในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งการแก้ปัญหาก็คือต้องหาทางกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ใช้ โดยทางที่ดีที่สุดคือการขุดสระเก็บน้ำ จึงขอความร่วมไปยังคณะสงฆ์ เพราะคณะสงฆ์กับชุมชนมีความผูกพันกัน ทั้งนี้ได้มีการจัดทำคู่มือขุดสระเก็บน้ำแจกให้กับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในทุกพื้นที่แล้ว ซึ่งในคู่มือดังกล่าวจะระบุวิธีการขุดสระ สถานที่ที่ควรขุด ไว้อย่างละเอียด ซึ่งการขุดสระจะมีทั้งการขุดสระแบบป้องกันน้ำท่วม การขุดสระแบบกักเก็บน้ำ พร้อมทั้งระบุด้วยว่าหากจะขุดสระเก็บน้ำ จะต้องขุดขนาดใหญ่เท่าใดจึงจะเพียงพอต่อประชาชน เช่น หากขุดสระน้ำในพื้นที่ 20 ไร่ ลึกประมาณ 3.50 - 4 เมตร จะสามารถเก็บน้ำได้ถึงกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร



