'สุดารัตน์'ชี้เฉพาะศีล5สร้างปรองดองไม่ได้
นายอำเภอเมืองลพบุรีจัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง 'สุดารัตน์'ชี้เฉพาะศีล5สร้างปรองดองไม่ได้ 'ชาญเชาว์'รักษาการปลัดยธ.แนะวิธี นิสิตสันติศึกษา'มจร'เสนอยึดหลักอริยสัจ4
29มิ.ย.2557 นายอานนท์ ศรีรัตน์ นายอำเภอเมืองลพบุรีได้จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชนตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี ภายใต้โครงการปลูกจิตสำนึก รู้รักสามัคคี สร้างความปรองดอง บริเวณ หอประชุมโรงเรียนปัญญานุกุล จำบลป่าตาล โดยมีประชาชน หน่วยงานราชการ และเด็กๆนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยการกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าจะเป็นคนดี และพร้อมใจกันสร้างความสงบสุขกับคืนมาให้กับคนในชาติ
นอกจากนี้ทางหน่วยทหารได้จัดหน่วยแพทย์ทหารเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนด้วยการตรวจรักษาโรคฟรีทุกชนิด พร้อมกับแจกยาสามัญประจำบ้านให้กับผู้ที่มาร่วมภายในงานนี้ แะจากการตรวจรักษาผู้ป่ายในครั้งนี้พบว่าส่วนใหญ่ป่วยเป็น เบาหาน ความดันโลหิตสูง และโรคทั่วๆไป อีกส่วนทางอำเภอได้รับความร่วมมือจากกลุ่มช่างตัดผมที่มีจิตอาสาออกมาร่วมกิจกรรมบริการตัดผมฟรีให้กับเด็กๆและผู้สูงอายุสร้างความสุขให้กับผู้มาร่วมงานในวันนี้เพราะจะหล่อจะสวยกับไปจากการตัดผม
ขณะที่นักศึกษาจากกลุ่มอาชีวะได้จัดนักเรียนช่างออกมาให้บริการตรวจเช็คสภาพรถจักยานยนต์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงซ้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับชาวบ้านฟรีทุกรายการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
'สุดารัตน์'ชี้เฉพาะศีล5สร้างปรองดองไม่ได้
ขณะเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นิสิตปริญญาเอก สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้เดินทางไปร่วมงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ บัณฑิตวิทยาลัย มจร ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระศรีคัมภีรญาณ รองอธิกาบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีนิสิตสาขาต่างๆ เช่น พระพุทธศาสนา พุทธบริหารการศึกษาและสันติศึกษา รุ่นที่ 2 ร่วมประมาณ 500 รูป/คน
ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการสร้างความปรองดองว่า การจะนำศีล 5 อย่างเดียวมาสร้างความปรองดองนั้นคงเป็นไปไม่ได้แต่จะต้องมีหลักธรรมมากกว่านี้ ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้นจะต้องช่วยกันคิด และในวันเสาร์ที่ 5 ก.ค.นี้ตนจะนำเสนอรายงานวิทยานิพนธ์เรื่อง "พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทย" ที่บัณฑิตวิทยาลัย มจร ที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวทางแก้ไขปัญหาสังคมด้วยความปรองดอง บวกกับมอบหมายให้ พศ. แก้ไขปัญหาสังคมที่อ่อนแอ โดยเฉพาะเรื่องพระภิกษุที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ประกอบกับพล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.เห็นถึงความสำคัญในบทบาทของคณะสงฆ์ในการช่วยสร้างความปรองดอง จึงได้เดินทางเข้ากราบนมัสการและถวายรายงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของชนในชาติ โดยใช้แนวทางพระพุทธศาสนา ภายใต้แนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดพิชยญาติการามที่ผ่านมานั้น
และต่อมาได้มีคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.) แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5)" จำนวน 17 รูป มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธาน โดยระบุเหตุผลว่า ด้วยมหาเถรสมคมมีนโยบายเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ จึงมีดำริให้คณะสงฆ์ทุกจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงกรสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล5) และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และถวายพระราชกุศล ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2557 เป็นต้นไป
'ชาญเชาว์'รักษาการปลัดยธ.แนะวิธี
พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมานายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปบรรยายให้ความรู้แก่นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษาทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มจร กว่า 60 รูป/คนในหัวข้อ "ความปรองดองในสังคมไทย: อะไร และอย่างไร" ณ ห้อง 401 สำนักงานอธิการบดี มจร เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ร่วมกันสร้างสุนทรียสนทนา ความว่า จะต้องมองว่าความขัดแย้งและความปรองดองเป็นคู่ขนานที่อยู่ในเนื้อเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้ ดังนั้น จะทำอย่างไรให้คนเรามีความรู้สึกว่าเราอยู่ร่วมกับความขัดแย้งอย่างมีความสุข ทั้งนี้ก็จะต้องมีองค์ประกอบเริ่มจาก 1.สร้างการเรียนรู้ 2.สร้างกระบวนการประชาธิปไตย 3.สร้างการมีส่วนร่วม 4.สร้างเครือข่ายเริ่มจากจุดเล็กๆคือพลังชุมชน 5.มีการประเมินอยู่บนหลักของเหตุผล
นิสิตสันติศึกษา'มจร'เสนอยึดหลักอริยสัจ4
ต่อจากนั้นเป็นการระดมความเห็นของนิสิตทั้ง 2 รุ่นตามหลักสันติวิธี โดยความสรุปเป็นข้อเสนอในการสร้างความปรองดองว่า จะต้องยึดพระพุทธศาสนาตามหลักอริยสัจ 4 คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ และก็มรรค โดยจะต้องรู้ว่า ความขัดแย้งคือทุกข์เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ แล้วพยายามละสาเหตุแห่งความขัดแย้งนั้นก็คือสมุทัย โดยใช้วิธีตามหลักมรรค 8 ประการเริ่มจากความเห็นที่ถูกต้องงดการว่าร้ายกัน ก็จะเกิดความปรองดองเชิงพุทธคือนิโรธอย่างแน่นอนและหยั่งยืน



