'กิตติพงศ์ สุประดิษฐ ณ อยุธยา'แขวนเหรียญร.๔
'กิตติพงศ์ สุประดิษฐ ณ อยุธยา'แขวนเหรียญร.๔ เพื่อรำลึกถึง'บรรพบุรุษต้นราชสกุล' : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
วัดตรีทศเทพวรวิหร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหารโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร (พระองค์เจ้า สุประดิษฐ์ - ต้นราชสกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยา) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างขึ้นใกล้วังของพระองค์ หลังจากทรงกำหนดที่จะเริ่มงานเพียงเล็กน้อยก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๐๕ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงมีพระบรมราชโองการให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (พระองค์เจ้านพวงส์ - ต้นราชสกุลนพวงศ์ ณ อยุธยา) ซึ่งเป็นพระเชษฐาร่วมพระมารดาเดียวกันคือ เจ้าจอมมารดาน้อย (หลานพระจ้าตากสิน) เจ้าจอมองค์แรกในรัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างต่อแต่ยัง ไม่ทันสำเร็จก็ลิ้นพระชนม์อีกพระองค์หนึ่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๐ รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างเพิ่มเติมจนสำเร็จ และพระราชทานนามว่า วัดตรีทศเทพ มีความหมายว่า วัดที่เทพสามองค์สร้าง ซึ่งหมายถึง พระองค์และพระราชโอรสทั้งสองทีได้ร่วมกันสร้างวัด ได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๒
"ตั้งแต่สร้างวัดตรีทศเทพฯ มากว่า ๑๐๐ ปี ไม่รู้ว่าเป็นเหตุอาถรรพ์หรือความบังเอิญ จะต้องมีคนในราชกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยา บวชเป็นพระอยู่ที่วัดนี้อย่างน้อย ๑ รูป และวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดประจำราชสกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยา เมื่อว่างเว้นจากงานพระจำหรือแม่เวลาว่างก็จะเดินทางไปกราบไหว้ของพรพระประธานในพระอุโบสถ ขณะเดียวกันเพื่อระลึกถึงต้นราชสกุลที่มี่ส่วนในการสร้างวัดแห่งนี้" นี่เป็นคำบอกเล่าของ นายกิตติพงศ์ สุประดิษฐ ณ อยุธยา ราชกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยารุ่นที่ ๖ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๒๕ ราชสกุลในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เมื่อถามถึงเหตุผลในการแขวนเหรียญ ร.๔ นายกิตติพงศ์ บอกว่า พระองค์ท่านเป็น "บรรพบุรุษ" และจุดเริ่มต้นของราชสกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยา โดยพระองค์เจ้า สุประดิษฐ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่เกิดกับเจ้าจอมมารดาน้อย (หลานพระจ้าตากสิน) ก่อนที่ ร.๔ จะขึ้นครองราชสมบัติ
ส่วนการพระรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมาหาราชนั้น นายกิตติพงศ์ บอกว่า มีความตั้งใจมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส รวมทั้งหาสถานที่ประดิษฐานที่เหมาะสมและสมพระเกียรติไม่ได้ แต่เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๖ ที่ผ่านมาถือว่าเป็นความบังเอิญและโอกาสที่ดีขึงได้หล่อพระรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมาหาราช โดยได้ประดิษฐาน ณ วัดศรีสว่าง (วัวลาย) ต.หารแก้ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีอธิการบุญต่อ อุปลวัณโณ หรือ ครูบาจง เป็นเจ้าอาวาส เพื่อระลึกถึง พระองค์เจ้า สุประดิษฐ์ - ต้นราชสกุลสุประดิษฐ์ ณ อยุธยา
สำหรับเรื่องเล่าที่เกี่ยวปาฏิหาริย์นั้น นายกิตติพงศ์ บอกว่า เรื่องนี้เล่าให้ใครฟังใครก็ไม่เชื่อว่า “ตอนเด็กสมารถมองเห็นวิญญาณ หรือ ผี จนกระทั่ง ๖ ขวบ จึงมองไม่เห็น” และเรื่องนี้ได้มาเกิดกับลูกชนอดที่เรียกว่าเหลือเชื่อเช่นกัน คือ “ทุกๆ วันพระลูกจะมีการตัวร้อนโดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อเลยเที่ยงคืน อาการตัวร้อนจะหายเป็นปลิดทิ้งราวกับว่าไม่เกิดอะไรขึ้นเลย” อาการตัวร้อนของลูกอยู่ๆ ก็หายเมื่ออายุ ๖ ขวบ
ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นทำให้มีความเชื่ออย่างสนิทใจว่า เรื่องภูตผี วิญญาณ และชาติภพนั้นมีอยู่จริง แม้ใครจะมองเป็นเรื่องเหลวไหลและเรื่องตลกก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะไม่ลบหลู่เลย คือ ทุกพื้นแผ่นดิน และทุกๆ สถานที่มีวิญญาณสิงสถิตอยู่ หากจะทำอะไรต้องยกมือไหว้ขอขมาทุกก่อนครั้ง
“มีคนบอกผมว่าในอดีตชาติผมเคยรุกรานแผ่นดินคนอื่น และเมือกวา ๑๐๐ ปี ที่ผ่านมาผมเคยไปเผาไล่ที่คนอื่นเขา กรรมเลยตามมาในชาติปัจจุบัน คือ ทุกวันนี้แม้ว่าจะมีเงินมากพอที่จะซื้อที่ดินได้ แต่ความคิดเรื่องซื้อที่ดินเป็นชื่อและสมบัติของตัวเองนั้นไม่มีอยู่เลย ที่สำคัญ คือ เคยคิดซื้อหลายครั้งแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ บ้านที่อยู่ทุกวันนี้เป็นบ้านของภรรยา” นายกิตติพงศ์ กล่าว



