
ปฏิรูปประเทศไทยธรรมะช่วยอะไรได้บ้าง?
ปฏิรูปประเทศไทยธรรมะช่วยอะไรได้บ้าง? : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์
คงเป็นคำถามของใครหลายๆ คนที่ยังไม่ได้คลุกวงในการปฏิบัติธรรม จนเห็นชัดเจนว่า หนทางที่พระพุทธองค์มอบไว้ให้นั้น ไม่เพียงสามารถปฏิรูประเทศไทยเท่านั้น จะปฏิรูปทั้งโลกก็เป็นไปได้ หรือสามารถพลิกจักรวาลเลยก็ไม่ผิดนัก เพียงแต่วิถีของพระองค์ มิใช่การปฏิรูปผู้อื่น แต่คือการปฏิรูปจากด้านในของตัวเราเองก่อนเป็นบาทฐานสำคัญ
วุฒิ วิพันธ์พงศ์ วิศวกร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เคยบวชเรียนที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ แล้วไปจำพรรษาที่สวนโมกข์ในปี ๒๕๓๓ ปัจจุบัน เขาทำธุรกิจส่วนตัว ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวหลักของกลุ่มอยู่เย็นเป็นประโยชน์ ที่จัดอบรมอานาปานสติคอร์สสั้นๆ ทุกสัปดาห์ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์ กรุงเทพฯ จนเห็นแจ้งจากการปฏิรูปส่วนตนมาสู่ การปฏิรูปสังคมในมุมกว้าง ในนามของ "กลุ่มเคลื่อนไทยด้วยปัญญา"
วันนี้ เขาและทีมพร้อมแล้วที่จะนำปัญญาจากพระพุทธองค์มาถอดรหัสเป็นกระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย โดยอาศัยพระธรรมนำทางไปกับผู้คนในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเอกชน คนทำมาหากินโดยสุจริตชอบ กับกิจกรรมการเรียนรู้แบบลงลึกสี่ครั้ง ในลักษณะการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ผ่าน "โมเดลต้นไม้ประเทศไทย"
เป็นอย่างไร
"แอน" โสมรัสมิ์ เรืองรัตน์ เจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ เล่าว่า โครงการนี้ เริ่มต้นจากพระสูตรที่พระพุทธเจ้า ท่านได้วางไว้ เราพบว่า พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นศาสตราจารย์ของจักรวาลเลยก็ว่าได้ ท่านรู้ทุกอย่างจริงๆ
"ทางกลุ่ม 'เคลื่อนไทยด้วยปัญญา' ก็ดึงคำสอน หรือ พระสูตร ที่รวบรวมอยู่ในพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นฐานความรู้ที่สำคัญ คงอยู่มาตลอด ๒๖๐๐ ปี โดยการเลือกใช้อย่างเหมาะสม ก็พบว่า ยังคงทันสมัยอยู่ เพราะยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสังคมของมนุษย์ โดยจุดเด่นของชุดความรู้ชีวิตและสังคมของพระพุทธองค์ ไม่ได้แบ่งแยกเป็นเรื่องๆ ออกจากกัน แต่แสดงความสัมพันธ์กัน ไม่ว่าจะเริ่มจากความสนใจส่วนไหน ก็จะศึกษาโยงใยเรื่องได้ทั่ว นอกจากนี้ พุทธศาสนายังมีเครื่องมือ เพื่อสอนคนให้เข้าสู่ความจริง อย่างเป็นลำดับขั้นด้วย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้สำหรับการหาความจริงในเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
"เพราะเห็นว่าการเสนอความรู้จากพระสูตรพร้อมทั้งกระบวนการ ที่พระพุทธองค์ได้แสดงไว้ประสานกับศาสตร์ทางโลก ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอยู่แล้ว จะทำให้เห็นภาพความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง ของความรู้ ด้านต่างๆ ของศาสตร์กระแสหลักของโลก จะทำให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้ ได้เข้าใจชีวิต สังคมและประเทศไทย ถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง อันจะนำไปสู่การหาวิธีช่วยกันแก้ไขปัญหา ของประเทศไทยเพื่อให้ชีวิตและสังคมเกิดสันติสุข ซึ่งเป็นความปรารถนาร่วมกันของคนในประเทศ จึงเป็นที่มาของ 'การปฏิรูปประเทศไทย ธรรมะช่วยอะไรได้บ้าง' ที่คนส่วนใหญ่ถามหาปฏิรูปๆ มากันก่อนหน้านี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นมาเรียนรู้ด้วยกันก่อนจะดีไหม"
แอน อธิบายว่า พระสูตร เสมือนเป็น "แพลทฟอร์มชุดความรู้ชีวิตและสังคมของพระพุทธองค์"
"จุดมุ่งหมายโครงการนี้ก็เพื่อเผยแผ่ความรู้จากพระสูตรในพระไตรปิฎก โดยหวังว่าจะสามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาสังคมไทยได้อีกแรงหนึ่ง และมุ่งแสดงให้เห็น 'กฎอิทัปปัจยตา' (กฎแห่งเหตุปัจจัย ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานที่มีอยู่แล้วไม่ว่าพระพุทธองค์จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม) ที่อธิบายความเชื่อมโยงของวัตถุ (ทรัพยากร) กับมนุษย์ (กาย ใจ) โดยอธิบายโยงเข้ากับศาสตร์ต่างๆ ในโลกปัจจุบัน ที่สำคัญคือผู้เรียนได้เข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาในทางพุทธศาสนาที่มีลำดับขั้น ตั้งแต่การกำหนดปัญหาให้ชัดเจนจนถึงตัววัดผลของการแก้ปัญหาได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่มีปัญญา เมตตา ต้องช่วยเหลือกันในฐานะ "เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย" และสามารถขยายผลนำไปใช้เป็นกระบวนการสร้างความเข้าใจกันของคนในประเทศ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาประเทศไทยให้มีความสงบสุขอย่างยั่งยืนต่อไป"
การเรียนรู้จะเริ่มต้นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มิถุนายน เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น. ศึกษาพระสูตรว่าด้วย “ความเท่าเทียมของคนในสังคม เป็นได้จริงหรือมายา” ครั้งที่ ๒ อาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พระสูตรว่าด้วย “ทรัพยากรมีจำกัด ความต้องการมีไม่จำกัด จริงหรือ ?” ครั้งที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พระสูตรว่าด้วย “ต้นเหตุของปัญหาในสังคมที่แท้จริงคืออะไร ?” และ ครั้งที่ ๔ อาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ศึกษาพระสูตรว่าด้วย “หลักของสังคมพระ คือ “ธรรมและวินัย” หลักของสังคมไทยคืออะไรดี?”
ห้องเรียนมีทั้งหมด ๒ ห้อง นอกจากวันอาทิตย์แล้วยังมีวันจันทร์ถัดไป แต่เปลี่ยนเวลาเรียนรู้เป็น ๑๗.๐๐-๑๙.๓๐ น. หากท่านใดสนใจ ติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่คุณวุฒิ โทร.๐๘-๑๘๓๕-๔๕๙๕ หรือ คุณบรรจง ๐๘-๖๐๓๒-๘๘๖๕ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
เพราะกัลยาณมิตร และอริยทรัพย์คือ โลกุตระปัญญา มีค่าเหนือสิ่งใด ไม่มีขายต้องสร้างเอาเอง อีกทั้งต้องช่วยกันแนะ ช่วยกันทำ สังคมจึงจะไปรอดอย่างสันติที่แท้จริง
"กลุ่มเคลื่อนไทยด้วยปัญญา" เป็นกลุ่มผู้สนใจธรรมที่เข้าร่วมนานากิจกรรมที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ เห็นว่าพุทธธรรมเป็นสิ่งที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้ในชีวิตและสังคมได้ในหลายมิติ เขามีส่วนร่วมเป็นอาสาสมัครธรรมภาคีในหลายกิจกรรมทั้งด้านการเรียนรู้หลักธรรมตลอดจนการฝึกฝนปฏิบัติจิตตภาวนาต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพชีวิต สังคมและบ้านเมืองที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยประเด็นและปัญหามากมาย ด้วยพวกเขาเชื่อมั่นในพุทธธรรมว่าสามารถนำมาช่วยได้ โดยได้ริเริ่มพัฒนาและทดสอบนำเสนอผ่านวงเสวนาเวทีกิจกรรมต่าง ๆ มาแล้ว อาทิ กิจกรรมมวลมหาประชาคุย (๕ มกราคม ๒๕๕๗), งานวัดลอยฟ้า ญาณสังวร ๑๐๑ จิตตนคร The Hidden Capital ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร (๓-๗ เมษายน ๒๕๕๗), งานสานเสวนาสังฆพัฒนา ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อยุธยา (๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗) ฯลฯ



