
ศน.ค้นหาชุมชนพอเพียงต้นแบบสร้างปรองดอง
ศน.ค้นหาชุมชนคุณธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สร้างตัวอย่างใช้มิติศาสนาเชื่อมสามัคคีคนในชุมชน
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2557 นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เปิดเผยการประชุมศาสนิกสัมพันธ์ครั้งที่ 3/2557 ณ กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ว่า จากการที่ศาสนิกสัมพันธ์ทั้ง 5 ศาสนาทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-อินดู และซิกข์ ได้ดำเนินกิจกรรมสร้างความปรองดองให้แก่คนในชาติด้วยมิติทางศาสนาตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ส่วนแรกทางศน.ได้ขอให้ผู้นำศาสนาทุกศาสนา แจ้งต่อองค์กรทางศาสนาในพื้นที่ ศาสนสถานที่ใกล้ชิดกับประชาชน ร่วมมือกับภาครัฐในการสานต่อกิจกรรม โครงการที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้แก่คนในชาติด้วยมิติศาสนา โดยเฉพาะเรื่องของความสามัคคี และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ส่วนที่ 2 ขอให้ทุกศาสนาจัดกิจกรรมชุมชนคุณธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยพื้นที่ใดที่มีศาสนาเดียวก็ดำเนินการได้ตามความเหมาะสม แต่พื้นที่ใดมีหลายศาสนาให้ใช้มิติศาสนิกสัมพันธ์ร่วมมือกันดำเนินงาน
สำหรับชุมชนคุณธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ขณะนี้มีอยู่จำนวน 6,016 แห่ง ซึ่งมีทั้ง 5 ศาสนา โดยนับจากนี้ภายใน 1-2 เดือน ศน.และศาสนิกสัมพันธ์ จะดำเนินการค้นหาชุมชนคุณธรรมต้นแบบ ที่มีลักษณะใน 3 ประการ คือ 1.น้อมนำหลักธรรมไปประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของแต่ละศาสนา ให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความสุข 2.การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนและความสุขที่ยั่งยืน และ3.การดำเนินชีวิตแบบวิถีวัฒนธรรมไทยภายใต้ภูมิปัญญาของท้องถิ่น อันเป็นอัตลักษณ์ที่ควรค่าแก่การธำรงรักษาและสืบทอด โดยมีศาสนสถานเป็นแหล่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมแก่ชาวบ้านในชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้มิติทางศาสนาและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
“ในระหว่างนี้เรากำลังค้นหาชุมชนที่เข้าลักษณะทั้ง 3 ประการ โดยที่ประชุมศาสนิกสัมพันธ์ได้ยกตัวอย่าง ชุมชนบางกระดี จังหวัดสมุทรปราการ และชุมชนกุฏีจีน กรุงเทพมหานคร ที่มีการดำเนินกิจกรรมตามลักษณะชุมชนคุณธรรม เชื่อว่า พลังศาสนิกสัมพันธ์ และการยกย่องชุมชนคุณธรรม จะเป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนในการรักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสามารถใช้มิติทางศาสนาสร้างความปรองดองให้แก่ประชาชนที่เข้าถึงชุมชนมากที่สุด”อธิบดีศน.กล่าว



