
มส.ตั้งกก.สร้างสมานฉันท์ตามหลักพุทธ
มส.ตั้งกก.สร้างสมานฉันท์ตามหลักพุทธครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เจ้าคณะกาฬสินธุ์สร้างพระพุทธรูปปรองดอง 'หมอณรงค์'ปลัดสธ.ลั่นเดินหน้าสมานฉันท์
19มิ.ย.2557 ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวทางแก้ไขปัญหาสังคมด้วยความปรองดอง บวกกับมอบหมายให้ พศ. แก้ไขปัญหาสังคมที่อ่อนแอ โดยเฉพาะเรื่องพระภิกษุที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ประกอบกับพล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.เห็นถึงความสำคัญในบทบาทของคณะสงฆ์ในการช่วยสร้างความปรองดอง จึงได้เดินทางเข้ากราบนมัสการและถวายรายงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของชนในชาติ โดยใช้แนวทางพระพุทธศาสนา ภายใต้แนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดพิชยญาติการามที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดมีคำสั่งมหาเถรสมาคม (มส.) แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล 5)" จำนวน 17 รูป มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธาน โดยระบุเหตุผลว่า ด้วยมหาเถรสมคมมีนโยบายเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ จึงมีดำริให้คณะสงฆ์ทุกจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงกรสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล5) และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และถวายพระราชกุศล ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2557 เป็นต้นไป
เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์สร้างพระพุทธรูปปรองดอง
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลาหอฉันวัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินธฺโร) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีบรรจุพระเครื่องในองค์พระมหาพุทธสุจิตสุวรรณรังสี พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานประจำศาลาหอฉันโดยมีนายสุจินต์ วิชัยวงค์ รอง ผอ.สพป. กาฬสินธุ์ เขต 1 นายบุญตา สัตย์ซื่อ ผอ.ร.ร.โคกน้ำเกลี้ยงวิทยาคม พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน จำนวนกว่า 2,000 คนร่วมประกอบพิธี และน้อมจิตอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักตลอดวัน
พระเทพสารเมธี กล่าวว่า ตามที่วัดประชานิยมได้ดำเนินจัดสร้างศาลาหอฉันหลังใหม่ขึ้น โดยได้รับงบประมาณจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย และเพื่อให้เป็นศาสนสถานที่สมบูรณ์แบบ จึงได้มีการหล่อพระพุทธรูปเพื่อเป็นพระประธานประดิษฐานประจำศาลาหอฉันด้วย โดยมีชื่อว่าพระมหาพุทธสุจิตสุวรรณรังสี ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 4 เมตร ทั้งนี้ มีพุทธานุภาพด้านแผ่รังสีแห่งความดีงามในจิตใจสาธุชน ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และนอกจากนี้ยังจะมีพุทธคุณด้านทำให้ผู้สักการะกราบไหว้ มีจิตใจที่อ่อนโยน โอบอ้อมอารี มีความสมัครสมานสามัคคี สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ต้องการให้เกิดความปรองดองของสังคมไทยนี้ด้วย
ทั้งนี้ มีพุทธศาสนิกชนชาวกาฬสินธุ์ทุกกลุ่มวัย ได้ร่วมทำบุญและประกอบพิธีบรรจุพระเครื่องในองค์พระมหาพุทธสุจิตสุวรรณรังสี พร้อมน้อมจิตอธิษฐานขอความสิริมงคล หวังให้สังคมไทยกลับคืนสู่สันติสุข และเกิดความสามัคคีปรองดองของคนไทยทุกหมู่เหล่า โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักตลอดทั้งวัน
ปลัดวธ.ชู256กิจกรรมคืนความสุขคนไทย
ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) แถลงข่าวแผนงานเดินหน้าประเทศไทยด้วยมิติวัฒนธรรม สร้างความสุข สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม ว่า วธ. ได้ปรับแผนโครงการและงบประมาณ ให้มีความสอดคล้องกับคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมสร้างประเทศไทยขึ้นใหม่ นำต้นทุนทางวัฒนธรรม ออกมาโชว์ เพื่อคืนความสุขให้ประเทศไทย และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้งบประมาณรวม 105 ล้านบาท โดยได้กำหนดแผนงาน 3 เรื่องหลักดังนี้ การดำเนินงานแผนสร้างความสุข คืนรอยยิ้มให้กับประชาชน ให้เกิดความรักความสามัคคีตามพื้นที่ทางวัฒนธรรม โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 256 กิจกรรม เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.-พ.ย. นี้
นายปรีชา กล่าวต่อว่า การนำหลักธรรมทางศาสนา มาสร้างความปรองดอง เพราะตระหนักว่าทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ดังนั้นจึงจัดกิจกรรมเพื่อให้คนไทยมีจิตสำนึกในสิ่งที่ดีงาม โดย ในส่วนศาสนาพุทธ จัดกิจกรรมหมู่บ้านรักษาศีล 5 ส่วนศาสนาอื่นๆ ให้หารือกันว่า จะมีแนวทางใดบ้างที่จะช่วยให้ คนมุ่งทำความดี ไม่แบ่งพรรคพวก รวมทั้งมีการใช้พลังศาสนาเสริมสร้างสมานฉันท์ 12 สิงหาคม นอกจากนี้มีการจัดเวทีประชาคมสร้างความปรองดองทุกภาคส่วนอย่างหลากหลาย ทุกระดับทั้งในระดับ อำเภอ จังหวัด เพื่อให้คนในพื้นที่มาพูดคุย แลกเปลี่ยน ถึงปัญหา และหาแนวทางการแก้ไข ได้อย่างตรงจุด โดยใช้สภาวัฒนธรรม เป็นแกนนำจัดสรรงบไปให้ดำเนินการ ในเดือน ก.ค. เป็นต้นไป
ปลัดวธ. กล่าวต่อไปว่า และสุดท้ายเป็นแผนงานการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม เป็นแผนที่สำคัญที่ตอบสนองสังคมให้มีความสุขปรองดอง และเข้าสู่โหมด คำสัญญา ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และประธาน คสช. กำหนดไว้ คือ นำไปสู่แผนการเลือกตั้ง โดยจะดำเนินการรูปแบบการประชุมสมัชชาคุณธรรม ระดับจังหวัด และภูมิภาค เชิญผู้รู้ ประชาชนมาหารือเรื่องการสร้างคุณธรรมความซื่อตรง จัดเวทีระดมความคิด การนำแผนความซื่อตรงไปสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ รวม 878 อำเภอ และขยายผลสู่สถาบันการศึกษาให้เกิดโรงเรียนคุณธรรมด้วย
"ผมเชื่อมั่นว่า ทั้ง 3 แผนงาน น่าจะกระตุกสังคมให้ประชาชนกลับมาคิดหาตัวตนเอง เกิดความรักเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดย วธ. จะจัดประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งกระทรวง พร้อมมอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ในวันที่ 26-27 มิ.ย. นี้ ซึ่งผมขอเน้นย้ำให้ทุกโครงการต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามการบริหารบ้านเมือง พร้อมทั้งให้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติทุกโครงการ ด้วย" ปลัดวธ. กล่าวในที่สุด
"หมอณรงค์"ปลัดสธ.ลั่นเดินหน้าสมานฉันท์
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานเพื่อสร้างความสมานฉันทร์ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขนิเทศน์ และทีมสุขภาพจิตระดับจังหวัด เพื่อวางรูปแบบการทำงาน โดยกรมสุขภาพจิต และหัวหน้านายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากต้องประสานงานกับศูนย์ปรองดองในระดับจังหวัด ที่มีหน่วยงานต่างๆร่วมกับทำงาน ในส่วนของสธ.ได้เตรียมเครื่องมือไว้สำหรับความรุนแรงในระดับต่างๆ เพื่อใช้ในการเยียวยา โดยเครื่องมือที่สธ. เตรียมไว้จะเป็นการทำงานในเชิงเทคนิคด้านจิตวิทยาสังคม จะประเมินตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ อาจจะใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมสันทนาการ หรือ การพูดคุย แต่วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเปิดใจเพื่อพูดคุย รับฟังซึ่งกันและกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้เคยใช้มาแล้วในช่วงปี 2553 ที่จะมีทีมนักสุขภาพจิต ไปดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่บาดเจ็บ เสียชีวิต ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คู่มือในการทำงานด้านสุขภาพจิตสังคม ได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 20 มิ.ย.จะนำมาทำความเข้าใจกับบุคคลากรที่จะต้องไปทำงานในพื้นที่จริง ซึ่งจะมีทั้งการประเมินสถานการณ์ ว่า ความขัดแย้งหรือความคิดเห็นที่แตกต่างอยู่ในระดับใด เพื่อจะเลือกใช้คู่มือตามระดับนั้นๆ
“ขณะนี้บางพื้นที่ได้เริ่มทำงานไปแล้ว ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีบริบทที่ต่างกัน บางพื้นที่มีเพียงความเห็นขัดแย้ง บางพื้นที่มีการแบ่งข้าง แบ่งขั้วอย่างรุนแรง การทำงานต้องอาศัยกลไกและหน่วยงานต่างๆที่ร่วมกันทำ ต้องมีวิธีการพูดคุย การประเมินสถานการณ์ และจะมีการสำรวจความสุขของชุมชน และอุณหภูมิทางการเมืองไปด้วยพร้อมๆกัน คาดว่าจะเสร็จในช่วงเดือน ก.ค.นี้”พญ.พรรณพิมล กล่าว
ศปป.ภก.มอบนโยบายคณะครูสร้างความปรองดอง
ที่ห้องประชุมพระพิทักษ์ โรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสร้างความเข้าใจ ปรองดอง สมานฉันท์ ครู บุคลากรและเครือข่ายทางการศึกษาจังหวัดภูเก็ต ซึ่งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดภูเก็ต (ศปป.ภก.) ร่วมกับศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังรักษาความสงบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต จัดขึ้น โดยมี พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และเครือข่ายทางการศึกษาในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม จำนวน 1,250 คน
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักเป็นพลเมืองดี มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนและหน่วยงาน รวมถึงเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้ดำรงชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง น้อมนำโครงการพระราชดำริมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อปลูกฝังและเสริมสร้างกระบวนการคิดซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมให้เกิดความรักความสามัคคี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นายไมตรี กล่าวกับผู้เข้ารับการอบรมฯ ว่า ทุกมิติของการสร้างกระบวนการปรองดองนั้นจะนำไปสู่การจัดระเบียบตนเองและสังคมให้มีดุลยภาพ ดุลยพินิจ วิจารณญาณ อันจะนำไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์ และการปฎิรูปบ้านเมืองต่อไป ด้วย 7 ส.ควบคู่ไปกับในการคืนความสุขให้แก่คนในชาติของ คสช. คือ สุขให้คนในชาติ สลายความขัดแย้ง สัมพันธภาพรอบด้าน สร้างความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ทุกหมู่เหล่า สัมผัสชีวิตรากแก้ว และสนองคุณแผ่นดิน ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ประกอบด้วย การเมือง ราชการ ท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม วิชาการและสื่อมวลชน เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นพลเมืองดี ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการสร้างสังคมประชาธิปไตย
ขณะที่นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต กล่าวถึงโรดแม็บการปฏิบัติงานการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต ภายใต้การบริหารราชการของ คสช. ว่า ระยะที่ 1 (มิ.ย.-ก.ย.57) เป็นการสร้างความเข้าใจ ปรับทัศนคติแก่ผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนและเกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการปฏิบัติงานในสถานการณ์ภายใต้การบริหารราชการของ คสช. สร้างความสมานสามัคคี ปลูกจิตสำนึกในความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 (ต.ค.57-ก.ย.58) พัฒนาหลักสูตรเพื่อความเป็นพลเมืองดี
เน้นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยมารยาทที่ดีงาม เช่น การอบรมลูกเสือผู้นำสมานฉันท์ การเพิ่มความเข้มแข็งกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียน การลดความรุนแรง โรงเรียนต้นแบบในด้านต่างๆ โครงการห้องเรียนอบอุ่น การขับเคลื่อนกิจกรรมของสภาการศึกษาจังหวัดภูเก็ต การสร้างเยาวชนคนดี เป็นต้น และระยะที่ 3 (ต.ค.58-ก.ย.61) การสัมมนาเพื่อสรุปผลระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 การสัมมนาเพื่อการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดทำแนวทางการดำเนินการในการสร้างสังคมแห่งความสุข ความมั่งคั่ง มั่นคงของภูเก็ตและประเทศชาติ เป็นต้น
เชียงใหม่มอบนโยบายปรองดองสมานฉันท์211อปท.
ที่โรงแรมเชียงใหม่ ออคิด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดให้มีการมอบนโยบายการปรองดองสมานฉันท์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น 211 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ.มทบ.33, นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, พร้อมด้วยหัวหน้าองค์กรบริหารส่วนตำบล จำนวน 450 คนร่วมฟังแนวนโยบายการปรองดองสมานฉันท์
นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นโยบายหลักในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จะเน้นในเรื่องของการป้องกันแก้ไขปัญหาบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดระเบียบสังคม และ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ถือได้ว่าช่วงที่ผ่านมากว่า 20 วันหลังจากที่ คสช.เข้ามารักษาความสงบเรียบร้อย ภายในพื้นที่ได้สนธิกำลังในการปราบปรามการกระทำความผิดทั้งเรื่องยาเสพติด การบุกรุกพื้นที่ป่าและคดีเกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ การพนัน รวมทั้งอาวุธสงครามในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังได้ร่วมกันลงพื้นที่สร้างความเข้าใจให้กับผู้นำชุมชน รวมทั้ปงระชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่
พล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ.มทบ.33 กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาได้เข้ามาจัดระเบียบการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติที่เกิดโดยเฉพาะในเรื่องการแจ้งเบาะแสเข้าจับกุมยาสพติดตลอดจนการพนันในรูปแบบต่างๆในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังเร่งดำเนินการเกี่ยวกับต่างด้าวที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับเรื่องระบบขนส่งมวลชน กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการวางแผนบริหารจัดการ ส่วนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะนี้ไม่มีปรากฎ หรือได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหว เชื่อว่าการสร้างความปรองดองจะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่เป้าหมาย
สำหรับการดำเนินงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 33 ในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการ ควบคุมพื้นที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัย โดยใช้กำลัง ร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งพลเรือน ทหารและตำรวจ ในการตั้งจุดตรวจดูแลพื้นที่รับผิดชอบ การสร้าวความสามมัคคี ปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม การกวาดล้างอาวุธสงคราม กระสุน และวัตถุระเบิด ในพื้นรับผิดชอบ ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ป้องกันการตัดไม้ทำลายป้าและบุกรุกพื้นที่ป่า การจัดระเบียบของหมู่บ้านชุมชน และแรงงานต่างด้าว
ทั้งนี้ การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ชาวนา ตามโครงการรับจำนำข้าวซึ่งในพื้นที่เชียงใหม่ได้ดำเนินการเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว การลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การจัดกิจกรรมคืนความสุขให้แก่ประชาชน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยดี เพื่อที่จะนำพาประเทศเดินหน้าไปได้โดยไม่ติดขัด หลังจากที่ดำเนินการดังกล่าวนี้แล้วขณะนี้ได้ให้ทางผู้นำชุมชนรวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่เพื่อส่งมาให้ทางจังหวัดทำการรวบรวมก่อนที่จะส่งให้กับส่วนกลาง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปต่อไป
ผวจ.สุราษฎร์ฯมอบนโยบายคสช.ย้ำสร้างความปรองสมานฉันท์
ที่ห้องเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประชุมผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 8/2557 เพื่อมอบนโยบาย/ข้อราชการสำคัญของจังหวัด รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในท้องที่
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. ได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามแนวทางนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเฉพาะการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน การปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปราบปรามอบายมุข การพนัน และหวยเถื่อน ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้การปฏิบัติงานตามนโยบายสำคัญต่างๆ ขอให้บูรณาการทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กอ.รมน.สรุปยอดปรองดอง เผย แกนนำเซ็นต์เอ็มโอยูแล้ว 150 ฉบับ
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ในห้วงระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 18 มิ.ย.57ภายหลังจาก ศปป.กอ.รมน.ภาค 1- 4 ได้จัดตั้ง ศปป.จังหวัด ครบทุกจังหวัด และดำเนินงานมาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ ในภาพรวมทั้งสี่ภาคได้ดำเนินกิจกรรมมาแล้ว 696 กิจกรรม เป็นกิจกรรมในลักษณะเสริมสร้างบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ จำนวน 668 เขต/อำเภอ จัดเวทีเสวนาแล้ว130 เวที และสามารถจัดให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู่ ระหว่างผู้นำทางความคิดที่เคยเห็นต่างกันในแต่ละพื้นที่ จำนวน 150 ฉบับ
ทั้งนี้ ในส่วนการจัดเวทีเสวนาพื้นที่ ศปป.กอ.รมน.ภาค 2 ได้แยกดำเนินการถึงระดับหมู่บ้านในรูปแบบต่างๆ มีความคืบหน้าแล้ว จำนวน 6,601 หมู่บ้านสำหรับแผนการจัดกิจกรรมการปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปของ ศปป. ร่วมกับส่วนราชการระดับกระทรวง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน ในห้วงต้นเดือน ก.ค.57 มีแผนจัดกิจกรรมพื้นที่ จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา จ.พิษณุโลก และ จ.นครศรีธรรมราช ในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกันต่อเนื่องกันไป



