พระเครื่อง

ท่องไปในแดนธรรม  - พระเบบี้บุดดา
องค์แรก ที่...วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ

ท่องไปในแดนธรรม - พระเบบี้บุดดา องค์แรก ที่...วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ

30 ม.ค. 2552

พระสัมพุทธมหามุนี ศรีคุณาศุภนิมิตร หรือ หลวงพ่อดำ ประดิษฐานในวิหารวัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสูง ๕ เมตร มีรูปใบหน้าอิ่มเอิบ ดวงตาทอดต่ำลง แผ่เมตตาให้ผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้

สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๐๑ ทั้งนี้ทุกๆ วัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ จะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อดำกันจำนวนมาก ชาวประมงฝั่งตะวันออก ที่เลื่อมใสศรัทธา มีคติความเชื่อว่า ทุกครั้งที่ออกทะเล มักจะไปนมัสการและขอพร ชาวประมงทุกคนจะกลับมาโดยสวัสดิภาพ มีโชค ได้สินทรัพย์จากทะเลเป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่จะมาขอพรให้ลูกหลานสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ในขณะที่นักธุรกิจพ่อค้าแม่ค้า ขอพรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ (ค้าขาย) ก็มีอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ วัดช่องแสมสาร ได้ยกโบสถ์ให้สูงขึ้น ๒.๕๐ เมตร ระหว่างการยกโบสถ์วัดนั้น ปรากฏว่ามีประชาชนหลั่งไหลร่วมพิธีลอดโบสถ์วัดช่องแสมสาร โดยมีคติความเชื่อว่า โบสถ์มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสถานที่ใช้ประกอบกิจทางศาสนา บวชพระ สวดปาฏิโมกข์ ล้วนแล้วเป็นมงคล ผู้ใดได้ลอดใต้โบสถ์จะพ้นจากภยันตราย ปราศจากสิ่งอัปมงคลทั้งปวง ล้างสิ่งอัปมงคล ถอนคุณไสย มนต์ดำ เคยเกิดปาฏิหาริย์คนป่วยรักษาไม่หาย พอได้ลอดโบสถ์แล้ว ปรากฏว่าได้หายเป็นปกติ นอกจากนี้แล้ว ในการยกโบสถ์ครั้งนี้ พระครูวิสารทสุตาการ หรือ พระมหารัตนะ เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร ได้จัดสร้าง พระปางเบบี้บุดดา หรือ พระพุทธเจ้าปางประสูติ ไว้ด้านหน้าโบสถ์ (บริเวณด้านบนทางเข้าทางลอด) ส่วนหลังโบสถ์นั้นได้จัดสร้าง พระราหู ขนาดใหญ่ในลักษณะที่ว่า เดินออกมาจากปากพระราหู “พระพุทธเจ้าปางประสูติ อาจจะไม่เป็นที่รู้จักและคุ้นตาของพุทธศาสนิกชนชาวไทย แต่หลายคนที่เดินทางไปแสวงบุญที่พุทธภูมิ ทั้งอินเดีย เนปาล และศรีลังกา จะพบเห็นพระพุทธเจ้าปางประสูติ ตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อาตมาจึงนำมาสร้างไว้ที่หน้าอุโบสถ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการะ เท่าที่ทราบมีหลายวัดที่สร้างพระปางนี้ แต่คนไม่รู้ประวัติที่มาของการสร้าง” นี่คือเหตุผลในการสร้างพระพุทธรูปปางประสูติ ของพระมหารัตนะ สำหรับคติความเชื่อในการสร้าง พระสิทธัตถราชกุมาร พระพุทธเจ้าปางประสูติ หรือที่ชาวเนปาลเรียกว่า "เบบี้บุดดา" (Baby Buddha) พระมหารัตนะ อธิบายให้ฟังว่า เป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากคติความเชื่อที่ว่า พระโพธิสัตว์จุติจากดุสิตเทวโลก เสด็จปฏิสนธิในพระครรภ์พระนางสิริมหามายา อัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ เมื่อพระนางทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จกลับไปคลอดที่กรุงเทวหะ ซึ่งเป็นบ้านเกิด เมื่อเสด็จถึงลุมพินีวัน ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวหะ ตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพระพุทธศักราช ๘๐ ปี ในเวลาใกล้เที่ยง พระนางก็ประสูติพระราชโอรส ณ โคนต้นสาละ ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละ เมื่อประสูติพระราชกุมารก็อยู่ในอิริยาบถยืน หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ เสด็จย่างพระบาทไป ๗ ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ ๗ ดอก แล้วทรงกล่าววาจาว่า "เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้การเกิดใหม่มิได้มี" เป็นการแสดงปาฏิหาริย์ให้ประจักษ์แก่ชาวโลกเป็นครั้งแรก สำหรับงานประจำปีของวัดช่องแสมสารนั้น จัดขึ้นทุกๆ ปี มี ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรก จัดในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยในปีนี้จัดระหว่างวันที่ ๒๔-๓๐ มกราคม ส่วนอีกครั้งหนึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พุทธศาสนิกชนสอบถามเส้นทางวัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ที่ โทร.๐-๓๘๔๓-๑๑๒๓ และ ๐๘-๑๘๖๔-๓๑๔๙ ถ่ายทุกข์รับธรรม “คนมาวัดเพื่อมาปลดทุกข์มาคลายทุกข์ และสิ่งหนึ่งที่วัดจะให้ความสุขกับญาติโยมได้เป็นอย่างดี คือ การสร้างสุขาให้สมกับสุขขาจริงๆ ซึ่งในระยะแรกของการก่อสร้าง โยมคิดว่า เป็นกุฏิพระด้วยซ้ำไป แต่เมื่อสร้างเสร็จ ญาติโยมที่วัดก็อนุโมทนาบุญกับวัด" นี่เป็นแนวความคิดในการสร้างสุขาของพระมหารัตนะ โดยได้ปัจจัยในการสร้างสุขาไป ๓,๕๗๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ได้ใช้สุขภัณฑ์อย่างดี รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ของสุขาให้สวยงาม ชนิดที่เรียกว่า “เป็นสุดยอดของส้วม ที่โรงแรมระดับ ๕ ดาวยังต้องอาย” จนได้รับรางวัลการประกวดสุดยอดแห่งส้วมจากกระทรวงสาธารณสุข พระมหารัตนะ บอกว่า ทุกคนที่มาไหว้พระ ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งลอดโบถส์ที่วัดช่องแสมสาร ร้อยทั้งร้อย ไม่ได้ถามหาว่า กุฏิเจ้าอาวาสอยู่ไหน แต่จะถามว่าสุขาอยู่ที่ไหนแทน และไม่เฉพาะที่วัดช่องแสมสารเท่านั้น ที่วัดรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมานั้น สุขาเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด คนที่เข้าสุขาก็นำไปพูดกันแบบปากต่อปากถึงความสกปรก แต่เมื่อวัดสร้างส้วมให้สวยงาม และเน้นความสะอาด คนก็ไปพูดกันแบบปากต่อปากอีกนั่นแหละ ด้วยเหตุนี้ ห้องน้ำจึงเปรียบเสมือนของรับแขกของวัด ที่ญาติโยมต้องเข้าไปใช้ถ่ายทุกข์ อย่างไรก็ตาม หลังจากสร้างสุขาเสร็จ ก็มีแนวความคิดเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่คนถ่ายทุกข์อย่างมีความสุขนั้น น่ามีอะไรติดกลับไปบ้าง เพราะแต่ละคนใช้เวลาถ่ายทุกข์ประมาณ ๓-๕ นาที จึงหาธรรมะสั้นๆ ธรรมะที่กินใจ เขียนไว้ที่หน้าประตูห้องน้ำ ซึ่งเหมือนกับต้นไม้สอนธรรมะ ที่วัดต่างๆ นิยมเขียนติดไว้ตามต้นไม้ เพราะการให้ธรรมะ ต้องไม่จำกัดเวลา และสถานที่ ธรรมะที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว ธรรมะไม่จำเป็นต้องมาจากพระนักเทศน์ พระนักเขียนชื่อดัง แค่ธรรมะสั้นๆ ที่คนจำได้ และนำไปเป็นข้อคิดสติเตือนใจ ก็ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งธรรมะ เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู" ภาพ... "กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร"
"}])