พระเครื่อง

'อดิศร์ กฤษณาวงศ์'กับวจี...'เช่าพระด้วยศรัทธาเช่ามาเพื่อใช้'

'อดิศร์ กฤษณาวงศ์'กับวจี...'เช่าพระด้วยศรัทธาเช่ามาเพื่อใช้'

24 พ.ค. 2557

'อดิศร์ กฤษณาวงศ์'กับวจี...'เช่าพระด้วยศรัทธา เช่ามาเพื่อใช้' : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพโดยไตรเทพ ไกรงู

               "ผมสนใจอ่านหนังสือพระเครื่องมาตั้งแต่เรียน ม.ศ.๑ โดยเก็บเงินค่าขนมไว้ซื้อหนังสือพระมาอ่าน ซึ่งขณะนั้นหนังสือพระมีเพียงไม่กี่เล่ม ถ้ามีเงินน้อยหน่อยก็จะซื้อหนังสือเก่ามาอ่าน เพราะซื้อได้ครั้งละหลายๆ เล่ม จากนั้นก็ว่างเว้นไประยะหนึ่งจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย" นี่คือจุดเริ่มต้นในการสะสมพระเครื่องของนายอดิศร์ กฤษณาวงศ์ รองกรรมการอาวุโส ธุรกิจขายอาหารสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

               นายอดิศร์ บอกว่า เมื่อเข้าทำงานที่ซีพี ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๘ ได้มีโอกาสได้ลงไปทำงานภาคใต้ มีโอกาสได้พบลูกค้าที่มีความสนใจพระเครื่อง ทำให้ความรู้สึกอยากเรียนรู้สะสมพระเครื่องเหมือนเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมกลับมากี่ครั้ง โดยหาหนังสือพระหลวงปู่ทวดมาอ่าน และได้เช่าพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน พิมพ์กลางมาองค์หนึ่งในราคาเพียง ๘,๐๐๐ บาท เท่านั้น จากนั้นก็พยายามศึกษาพระเครื่องโดยการซื้อหนังสือพระจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มาอ่าน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการจัดพิมพ์หนังสือพระถือว่ามีคุณภาพคับเล่ม คุ้มค่าแก่การซื้อหา ที่สำคัญคือ หนังสือพระเครื่องจำนวนมากเป็นหนังสือหายาก เมื่อเวลาผ่านไปราคาก็เพิ่มขึ้นจากปกหลายเท่าตัว

               ประโยชน์ของการอ่านหนังสือพระเครื่องจำนวนมาก คือ ทำให้เราคุ้นเคยกับพิมพ์พระ แต่ในส่วนของเนื้อหามวลสารของพระนั้น การได้ส่องพระองค์จริงย่อมได้ความรู้จากดูรูปในหนังสือ ขณะเดียวกันก็ได้มาศึกษาพระเครื่องโดยได้ส่ององค์จริงกับนายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ ผู้อำนวยการสถาบันโบราณศิลป์ หรือ "เสี่ยติ" เจ้าของนิตยสารพระเครื่องชื่อดัง “สนามพระ” และ “คู่มือนักสะสม” เมื่อได้ส่องพระแท้ทำให้ได้เห็นข้อแตกต่างของมวลสารพระแท้กับพระปลอมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

               สำหรับหลักการของการสะสมพระเครื่องนั้น นายอดิศร์ บอกว่า เริ่มจากพระที่ตนเองศรัทธา คือ พระหลวงปู่ทวด ด้วยเหตุที่ว่า เช่ามาเพื่อใช้ เพื่อพึ่งปาฏิหาริย์ในความศักดิ์สิทธิ์จากองค์ท่าน ส่วนเรื่องมูลค่าที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลพลอยได้ เคยเช่าพระหลวงปู่ทวดมาในราคาองค์ละเกือบครึ่งแสนมาหลายองค์ ส่วนพระหลวงปู่โต๊ะนั้นเริ่มสนใจเช่าเมื่อย้ายเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ แต่เช่าเก็บไว้ไม่มาก

               นอกจากนี้แล้วเมื่อย้ายไปประจำที่โรงงาน จ.สมุทรสาคร ยังเก็บเหรียญพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดนี้ไว้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นหาเช่าได้ง่ายและราคายังไม่แพง ส่วนการเช่าจตุคามรามเทพนั้น แม้ว่าการสร้างจตุคามฯ จะเกิดขึ้นในช่วงที่ไปทำงานอยู่ในภาคใต้ แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของท่านเลยแม้แต่น้อย เพิ่งมารู้จักท่านเมื่อเกิดกระแสความนิยมในภายหลังซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่โชคดียังได้เช่ามาในราคาหลักพันปลายๆ เท่านั้น

               "ผมเช่าพระมาเพื่อใช้ เพื่อหวังพึ่งปาฏิหาริย์เป็นหลัก อย่างกับผมนิมนต์พระหลวงปู่ทวดขึ้นคอเพราะเป็นพระที่ขึ้นชื่อเรื่องแคล้วคลาด และคำร่ำลือแขวนพระหลวงปู่ทวดแล้วไม่ตายโหง ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ผมได้สัมผัสมาหลายครั้ง ผมรอดตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หลายครั้งชนิดที่เรียกว่า ใครเห็นรถต้องคิดว่าคนขับตายคาที่ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ไม่มีบาดแผล หรือเลือดออกแม้กระทั้งรอยแมวข่วนยังไม่มี" นายอดิศร์ กล่าว

               เมื่อถามถึงหลักธรรมในการทำงาน นายอดิศร์ บอกว่า ใช้หลักธรรมของท่านพุทธทาสแห่งส่วนโมกข์ ที่ว่าใช้พระเดชด้วยเมตตา ใช้พระคุณด้วยปัญญา ซึ่งหมายถึงเมื่อลูกน้องเราทำผิดเราต้องลงโทษบ้าง ต้องสอน อย่าทำด้วยอารมณ์ ความเกียดชัง ให้ลงโทษด้วยความเมตตา
 

"}])