
'สะสมพระเพื่อพุทธบูชาและพุทธศิลป์สุขเกษม ปาริชาติดุสิต (ตุ้ย อรรถสาส์น)
ธุรกิจการจัดทำหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน รายสะดวก หรือหนังสือเฉพาะกิจ ก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผู้จัดทำหนังสือจะต้องประสบ ก็คือ การทำอย่างไรที่จะให้หนังสือที่จัดทำนั้น สามารถวางตลาดจำหน่ายได้ทั่วประเทศ
การจัดทำหนังสือเพียงไม่กี่หัว (ชื่อหนังสือ) แล้วส่งไปให้เอเย่นต์ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เป็นปัญหาอย่างยิ่ง เพราะไม่มีศักยภาพในด้านนี้ เอเย่นต์ที่อยู่ต่างจังหวัด ชื่อร้านอะไร อยู่ที่ไหน การเงินดีหรือไม่ ส่งไปให้แล้ว เขาจะวางแผงขายให้ไหม ขายแล้วจะเก็บเงินได้หรือไม่ รวมทั้งค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเก็บเงิน ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาที่เจ้าหนังสือไม่สามารถจะทำได้ หากมีหนังสืออยู่ในมือเพียงไม่กี่เล่ม เพราะไม่คุ้มทุนอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ในวงการธุรกิจหนังสือ จึงมีผู้รับหน้าที่เป็น ศูนย์กลาง ในการจัดส่งหนังสือแต่ละเจ้าที่จัดทำขึ้นมา เอารวมๆ กันหลายๆ เจ้า หลายๆ ฉบับ แล้วห่อส่งรวมกันไปยังเอเย่นต์ต่างจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งติดตามเก็บเงินค่าหนังสือที่จำหน่ายได้ ให้เจ้าของหนังสือต่อไป
ผู้จัดทำหนังสือ แม้จะมีหนังสือเพียงหัวสองหัว ก็สามารถมีหนังสือจำหน่ายได้ทั่วประเทศ โดยไม่ต้องจัดส่งไปให้ด้วยตนเอง
ผู้รวบรวมหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ แล้วนำส่งไปยังเอเย่นต์ สมัยก่อนเรียกกันว่า "รวมห่อ" ทุกวันนี้ก็คือ ผู้จัดจำหน่าย (ทั่วประเทศ)
ผู้ประกอบธุรกิจประเภทนี้ มีอยู่หลายบริษัท แต่ที่เป็นเจ้ายุทธจักรจริงๆ มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่มีหนังสืออยู่ในความรับผิดชอบจำนวนมาก มีความสามารถในการวางอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการเงินที่ดี จนเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้จัดทำหนังสือมาโดยตลอด
บริษัทหนึ่งในจำนวนนี้ก็คือ บริษัท อรรถสาส์น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายหนังสือรายใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยมีหนังสือที่จัดจำหน่ายมากกว่า ๑๐๐ หัว โดยเฉพาะ นิตยสารพระเครื่อง มีมากถึง ๕๐ หัว จนเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงผู้จัดทำหนังสือพระมานานปี
ผู้บริหารบริษัทแห่งนี้ คือ สุขเกษม ปาริชาติดุสิต (ตุ้ย อรรถสาส์น) กรรมการผู้จัดการ
จากการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือพระเครื่องจำนวนมาก จึงทำให้ สุขเกษม มีความคุ้นเคยกับบรรดาบรรณาธิการ/เจ้าของหนังสือพระเครื่องทุกฉบับ รวมทั้งรู้จักกับเซียนพระชื่อดังหลายท่าน จนมีฉายาในวงการพระว่า ตุ้ย อรรถสาส์น
"ความจริงแล้ว ผมเริ่มสนใจพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยทำงานฝ่ายจัดจำหน่ายอยู่กับหนังสือพิมพ์รายวัน เมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว สมัยนั้นต้องเดินทางไปเก็บเงินค่าหนังสือจากเอเย่นต์ทั่วประเทศตลอดเวลา ไปถึงจังหวัดไหนเอเย่นต์จังหวัดนั้นก็มักจะมีพระเครื่องแจกให้ด้วย หรือไม่ก็พาไปกราบไหว้พระตามวัดต่างๆ ก็ได้รับแจกพระมาบ้าง ทำบุญเช่าพระบ้าง เมื่อครั้งที่ไปเก็บเงินเอเย่นต์จังหวัดปัตตานี คุณสามารถ คณานุรักษ์ ลูกหลานของคุณอนันต์ คณานุรักษ์ ผู้ร่วมจัดสร้างพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ บอกผมว่า คนเดินทางไกลบ่อยๆ อย่างผม ต้องมีพระหลวงพ่อทวดไว้ติดตัวบ้างจะได้ปลอดภัย เพราะพระหลวงพ่อทวดจะช่วยคุ้มครองให้ พร้อมกับพาผมไปไหว้หลวงพ่อทวด ที่วัดช้างให้ ทำบุญเช่าพระหลวงพ่อทวดมาไว้ติดตัว ทำให้ผมเริ่มรู้จักพระหลวงพ่อทวด ตั้งแต่ตอนนั้น ปรากฏว่า พระหลวงพ่อทวด ได้ช่วยคุ้มครองให้ผมปลอดภัยมาโดยตลอด ผมจึงได้ติดตามเช่าพระหลวงพ่อทวดมาอีกหลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นพระเนื้อว่านรุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ รุ่นหลังเตารีด ปี ๒๕๐๕ รวมทั้งรูปเหมือนบูชารุ่นแรกๆ พบเห็นที่ไหน ผมจะเช่าบูชาทันที" ตุ้ย อรรถสาส์น เล่าย้อนอดีตที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อมีอายุมากขึ้น ประสบการณ์ในการทำงานก็มีอยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ ตุ้ย คิดขยับขยายทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงได้ลาออกจากงานเดิม มาก่อตั้งบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือขึ้น โดยใช้ชื่อว่า บริษัท อรรถสาส์น จำกัด และด้วยความรู้ความชำนาญ รวมทั้งพลังความสามารถที่มีอยู่อย่างมากมาย ทำให้กิจการของบริษัทเจริญก้าวหน้าเติบโตมาโดยตลอด...จนถึงทุกวันนี้
ขณะเดียวกัน การสะสมพระเครื่อง ตุ้ย อรรถสาส์น ก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนเวลานี้มีพระยอดนิยมอยู่ในครอบครองมากพอสมควร
ตุ้ย บอกว่า "หลักสำคัญในการสะสมพระก็คือ เราต้องเรียนรู้คนให้ดีก่อน ต้องดูว่า คนที่เราจะไปเช่าพระจากเขานั้น เป็นคนดีหรือเปล่า มีความรู้เรื่องพระดีไหม และที่สำคัญคือ มีความจริงใจซื่อสัตย์กับลูกค้าไหม หากเขามีส่วนดีทั้งหมดนี้ ก็เช่าพระจากเขาได้ด้วยความสบายใจ เพราะพระที่ได้นั้น มั่นใจได้ว่าเป็นพระแท้แน่นอน จากนั้นเราก็เอาพระแท้ที่ได้มานี้ มาศึกษาหาข้อมูลจากองค์พระให้ได้มากที่สุด สิ่งไหนเราสงสัย ก็ถามผู้รู้ ผมโชคดีที่มีโอกาสรู้จักกับเซียนพระผู้ชำนาญพระทุกประเภท จึงได้เรียนรู้ได้ดูของจริงมาโดยตลอด"
จากการคบหาสมาคมบรรดาเซียนพระ ทำให้มีโอกาสได้เช่าพระดีๆ อยู่เสมอ
ครั้งหนึ่ง มีผู้นำพระชุดหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เข้าไปขายในสนามพระ เป็นรังใหญ่มาก มีพระหลวงปู่บุญแทบจะครบทุกอย่าง นัยว่าเจ้าของพระจะเดินทางไปอยู่เมืองนอก ไม่อยากขนพระไปทั้งหมด จึงเอามาขาย พรรคพวกที่เป็นสายตรงพระหลวงปู่บุญต่อรองซื้อขายกัน ตุ้ยไปเห็นพระผงยาจินดมณี พิมพ์ซุ้มระฆัง กับพิมพ์ซุ้มรัศมี เห็นแปลกตาดี จึงขอแบ่งมาใช้ ๒ องค์
ภายหลังได้ศึกษาจากหนังสือตำราต่างๆ ทำให้รู้ว่า พระผงยาจินดามณี หรือยาวาสนา นี้เป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผงยาที่นำมาสร้างพระก็มีกรรมวิธีที่สลับซับซ้อนมาก พระเกจิอาจารย์ที่สร้างได้ต้องเก่งกล้าสามารถมาก
และเพื่อให้รู้ลึกรู้จริงยิ่งขึ้น ตุ้ยจึงไปที่วัดกลางบางแก้ว ไปกราบรูปเหมือนหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม ทำให้รู้สึกว่า สบายใจมาก จิตใจโล่งโปร่งสบาย เหมือนกับได้พรอันวิเศษจากหลวงปู่ทั้ง ๒ ท่าน
ตั้งแต่นั้นมา จิตใจก็ผูกพันกับหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม มาโดยตลอด พบเห็นพระของท่านที่ไหน หากสวยถูกใจก็เช่าเอาไว้ทันที
อยู่มาวันหนึ่ง มีคนมาบอกว่า พระบูชาหน้าตัก ๙ นิ้ว สมัยรัตนโกสินทร์ ได้หายไปจากวัดกลางบางแก้ว อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง เขาจะขาย ตุ้ยจึงไปขอซื้อมาในราคา ๓ หมื่นบาท จากนั้นได้นำพระองค์นี้ไปถวายคืนเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว ทำพิธีมอบเสร็จ ตุ้ยได้ขึ้นกราบรูปเหมือนหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม ที่พิพิธภัณฑ์ พร้อมกับบอกให้ท่านทราบว่า ได้ไปซื้อพระที่ถูกขโมยไป นำมาคืนให้หลวงปู่แล้ว กราบบอกท่านเสร็จ รู้สึกสบายใจมาก ที่ได้ทำความดีครั้งนี้
วันรุ่งขึ้น ได้ไปตีกอล์ฟกับนายทหารท่านหนึ่ง ระหว่างที่หยุดพัก ท่านได้ล้วงเอา เหรียญเจ้าสัว หลวงปู่บุญ เนื้อทองแดง มาให้ตุ้ยเหรียญหนึ่ง พร้อมกับบอกว่า "พี่ให้ตุ้ย พี่ก็รู้นะว่า เหรียญนี้มีราคาหลายแสนบาท แต่พี่ขอเพียง ๓ แสนบาทก็พอ"
ตุ้ย รู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้รับเหรียญนี้มาจากนายทหารท่านนั้น มีความรู้สึกว่า ความดีที่ได้ทำไปเมื่อวานนี้ หลวงปู่บุญได้เมตตามอบเหรียญเจ้าสัวนี้ให้แล้ว จึงตั้งปณิธานว่า จะต้องทำความดี ทำบุญกุศลต่อไปให้มาก เพราะความดีที่ทำไปนั้นคงไม่ไปไหนเสีย อานิสงส์ที่ได้รับย่อมทำเรามีความสุข มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าในชีวิตตลอดไป
สำหรับ เหรียญเจ้าสัว อันนี้ เซียนสายตรงได้มาขอเช่าต่อในราคาเฉียดล้าน แต่ตุ้ยก็ไม่ยอมปล่อย เพราะเป็นเหรียญที่หลวงปู่บุญท่านเมตตาให้มาโดยตรง
นอกจากนี้ หลวงปู่ยังได้เมตตาให้ได้ เหรียญเจ้าสัว เนื้อเงิน มาอีก ๑ เหรียญ รวมทั้ง พระชัยวัฒน์ ร.ศ.๑๑๘ ที่หายากมาก และพระหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม อื่นๆ อีกมากมาย จนเวลานี้ ตุ้ย แทบจะเรียกว่าเป็น เจ้ากรมพระหลวงปู่บุญ-หลวงปู่เพิ่ม ก็ได้
ขณะเดียวกันก็ได้ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ทั้งรูปหล่อพิมพ์ขี้ตา และเหรียญจอบเล็ก รวมทั้งพระหลักยอดนิยมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้โดยเน้นความสวยเป็นหลัก หากสวย และถูกใจ เป็นต้องเช่าเอาไว้ทันที
"ผมมีความรู้สึกว่า การสะสมพระทำให้มีความสุขมาก จิตใจก็เบิกบาน เพราะคิดแต่ในสิ่งที่ดีงามเสมอ ผมสะสมพระด้วยความชื่นชมในพุทธศิลป์ทและเพื่อพุทธบูชาโดยเฉพาะ ไม่ได้คิดในเรื่องซื้อขายแต่ประการใด แม้พระเครื่องส่วนใหญ่ที่ได้มาในสมัยก่อน ราคาไม่แพง มาถึงทุกวันนี้ราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว ผมก็ไม่คิดที่จะปล่อยออกไปแต่ประการใด เพราะผมรักและหวงแหนพระทุกองค์ที่มีอยู่ จึงขออนุรักษ์อยู่อย่างนี้ตลอดไป" ตุ้ย อรรถสาส์น กล่าวในตอนท้าย



