ประวัติศาสตร์!ผู้นำสงฆ์เอเซียจับมือพลิกโลก
ประวัติศาสตร์!ผู้นำสงฆ์เอเซียจับมือพลิกโลก ทำงานเชิงรุกหวังดับไฟกำลังปะทุภูมิภาคนี้ : สำราญ สมพงษ์รายงาน
นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ผู้นำสงฆ์ในภูมิภาคเอเซียอันประกอบด้วยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคมจากประเทศไทย สมเด็จเทพวงศ์มหาสังฆราชาธิบดีประเทศกัมพูชา พระมหาผ่อง เสมาเลิก ประธานองค์การพุทธศาสนสัมพันธ์สปป.ลาวหลังจากที่เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซีย และพระNguyen Thanh Thien รองประธานคณะสงฆ์ประเทศเวียดนามหลังจากเดินทางร่วมงานวันวิสาขบูชาโลกที่ประเทศไทย ร่วมประชุมพระธรรมทูต 4 ประเทศดังกล่าว
ภายใต้โครงการ "โพธิคยา พุทธพลิกสุวรรณภูมิ ธรรมวิชัยพลอกปัญหาสู่มรรคา" ดำเนินการโดยสถาบันโพธิคยา 980 ระหว่างวันที่ 16-20 พ.ค.นี้ ที่โรงแรมโซฟิเทล อังกอร์โภคีธรา กอล์ฟ และสปารีสอร์ท จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิวีระภุชงค์ และบริษัทในเครือไทยนครพัฒนา โดยมีพระเทพโพธิวิเทศหัวหน้าพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล ได้นำคณะพระธรรมทูตเดินทางไปร่วมประชุมด้วย
ท่ามกลางปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นใน 4 ประเทศทั้งประเทศไทยและกัมพูชามีปัญหาด้านการเมืองประท้วงกันยังไม่รู้จบแบบคู่ขนาน ประเทศลาวก็เกิดเหตุเศร้าสลดเครื่องบินตกว่าที่ผู้นำประเทศคนต่อไปเสียชีวิตรวมถึงประธานสภาด้วย
ขณะที่ประเทศเวียดนามก็มีความขัดแย้งกับประเทศจีนกรณีที่จีนส่งเรือเจาะน้ำมันยึดเกาะที่ประเทศเวียดนามอ้างกรรมสิทธิ์ จนเป็นเหตุให้ประชาชนเวียดนามออกมาประท้วงทั่วประเทศทำลายโรงงานของคนจีน ทำให้นายกรัฐมนตรีเวียดนามต้องออกมาประกาศระงับเหตุ
ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานากยกรัฐมนตรีเวียดนามสั่งการให้ยุติการชุมนุมประท้วงที่ผิดกฎหมายในประเทศหลังจากมีการประท้วงก่อความรุนแรงในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านที่จีนนำแท่นขุดเจาะน้ำมันไปติดตั้งในบริเวณพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ ในการแถลงข่าวในกรุงฮานอย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามบอกว่าตำรวจและหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการป้องกันการก่อความรุนแรงซ้ำ สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อเวียดนามในรอบหลายปี
ภายในงานมีการประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินการในหัวข้อดังกล่าวแล้ว วันวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ เวลา 06.00 น. นำโดย พระธรรมวรนายก ประธานโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล พร้อมด้วยคณะพระธรรมทูตจากกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม ร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคนี้และชาวโลกสงบสุข
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า ตนทำงานอยู่ในภูมิภาคนี้มา 24 ปี เต็ม ก็ประกอบกับรัฐบาลใกล้จะเปิด AEC ในปีหน้าก็เล็งเห็นวิธีคิดของผู้นำในรัฐบาล ของนักธุรกิจ ชาวบ้าน สิ่งแรกที่ตนเห็นชัดเจน แล้วกล้าที่จะพูดได้ก็คือ ณ วันนี้ความเชื่อมโยงในมิติของ AEC ยังไม่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมจริง ปัญหาหลักเลยคือแนวคิดของคน ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธด้วยกันเองยังมีแนวคิดในเชิงการแข่งขัน ในการเอาชนะคัดคาน เป็นประเด็นแรกที่เรามองเห็น ฉะนั้นถ้าเป็นประเด็นตรงนี้เราไม่สามารถที่จะขจัดปัดเป่าไปได้ การเชื่อมโยงในดินแดนสุวรรณภูมิ ก็อาจจะไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงผลประโยชน์และอยู่บนพื้นฐานหลักธรรม ตามแนวทางพระพุทธศาสนาได้อย่างปักหลักมั่นคงเพื่อลูกหลานของเราได้
"อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ประเด็นธรรมวิชัยพลิกปัญหา สู่มรรคา ประเด็นตรงนี้เราเห็นอนาคตว่า อีก 5 ปี 10 ปี 20 ปี ถ้าไม่สามารถที่จะใช้กระแสธรรม ในการสู้ในการหมุนไปของกระแสโลกาภิวัฒน์หรือกระแสโลกียะได้ เราเชื่อในอนาคตการถาโถมมาของกระแสโลกาภิวัฒน์ จะทำให้ภูมิภาคเราเกิดสังคมที่เรียกว่ากลียุค สิ่งต่างๆเหล่านี้มันจะต้องเกิดขึ้น ถ้าพวกเราถึงวัยปัจฉิมวัย หรือพระภิกษุสงฆ์ หรือ อุบาสกอุบาสิกา จะเป็นพุทธบริษัท ๔ ไม่จับมือร่วมกัน เหมือนกันเช่นในอดีตสมัยพุทธกาล อันนี้เป็นสิ่งที่เรากังวลมาก แล้วเราอยากจะใช้ชีวิตทุกวัน เปรียบเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต ตามที่พระเดชพระคุณ พระธรรมวรนายกได้สอนเรามา" เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวและว่า
นี่เป็นความตั้งใจของพวกเราตั้งสถาบันขึ้นเพื่อพลิกวิกฤตตรงนี้ให้เป็นโอกาส เพราะทุกวิกฤต เราสามารถสร้างโอกาสได้ และทุกปัญหา ก็สามารถที่จะทำให้เกิดมรรคาหรือเส้นทางการเดินได้ เพราะฉะนั้น พวกเราชาวโพธิ ไม่เคยกลัวปัญหา เพราะปัญหาทำให้เราเข็มแข้ง ทำให้เราเกิดปัญญา ผมก็อยากจะขอใช้เวลาสั้นๆในช่วงนี้ในการส่งแนวคิดของสถาบันที่อยากจะสรุปเป็นแนวทางในทางปฏิบัติในการนำพระธรรมมาใช้เพื่อสร้างสังคมให้เป็นสุข
ชี้มนุษย์เผชิญ"โง่ จน เจ็บ จ๋อง"
ด้านพระธรรมวรนายก ประธานโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล สรุปถึงปัญหาที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่หลักๆ คือ โง่ จน เจ็บ จ๋อง
โง่ คือ ปัญหา แรก คือความไม่รู้ที่พระพุทธเจ้าเรียก และสอนว่า ตัวอวิชชา เป็นตัวการเป็นต้นเคล้าของ อิทัปปัจยตา ตัวปฏิจสมุปบาททั้งหมด เพราะว่าเริ่มต้นด้วยความไม่รู้ ปัญหาเรื่องโง่คือความไม่รู้ก็เป็นปัญหาเรื่องการศึกษาของเด็กเล็กมัธยมและระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี โท เอก ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาทั้งนั้น พวกเราต้องมาแก้ปัญหาเรื่องคนไม่รู้หนังสือ ในประเทศเวียดนามก็มี ไทยเราก็มี อายุ 15 ปี ขึ้นไป 50 ปีลงมา ไม่รู้หนังสือ เขียนไม่ได้อ่านไม่ออก ลาวก็เยอะ กัมพูชาก็เยอะ ทั้งๆที่โรงเรียนประถมก็มี ระเบียบการศึกษาก็มี นี่คือปัญหาเรื่องความโง่ แล้วก็พาไปสู่ความจน
จน เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร ไม่รู้ว่าจะหากินอย่างไร ถามว่าทำไมถึงจน ไม่รู้ว่าจะหาอย่างไร ไม่รู้ว่าจะเก็บอย่างไร ไม่รู้ว่าจะป้องกันความยากจนอย่างไร ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาความยากจนอย่างไร ป้องกันไม่ให้ยากจนความจริงก็ป้องกันได้ เช่น ไม่ให้มั่วอบายมุข เหล้ากัญชา ยาบ้า เรื่องการพนัน เที่ยวกลางคืน มันก็ล้วนแต่เป็นเรื่องป้องกันความยากจนทั้งนั้น
เจ็บ ปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
จ๋อง คือ ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้าไม่น่าสบตาใคร ไม่กล้าสบตานานาอารยประเทศ ด้วยเหตุอะไร ด้วยการศึกษามันต่าง จะไปกล้าสบตาใครที่ไหน ก็จ๋อง
นับได้ว่าเป็นการทำงานเชิงรุกของคณะสงฆ์และพระธรรทูตเอเซีย เพื่อจะได้เป็นน้ำดับไฟที่กำลังปะทุในภูมิภาคนี้ได้ทันท่วงที สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลก
............................
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980)



