
อิทธิวัตร จีรสิงห์อมร'บน'ช้างเอราวัณขอให้ชนะคดีความ
อิทธิวัตร จีรสิงห์อมร'บน'ช้างเอราวัณขอให้ชนะคดีความ : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
"ก่อนออกจากบ้านผมจะต้องอาราธนาพระขึ้นคอทุกครั้ง วันไหนลืมไกลแค่ไหนต้องกลับมาเอา ด้วยนิสัยที่เป็นคนชอบขับรถเร็วก็จะอธิษฐานจิตว่า ขออย่าได้เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งเจอสิ่งเลวร้ายใดๆ เลย ซึ่งตลอดชีวิตที่ผ่านมาเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ไม่ประสบการณ์ที่เรียกว่าเฉียดเลยสักรั้ง"
นี่เป็นพลังศรัทธาที่มีต่อพระเครื่องของ นายอิทธิวัตร จีรสิงห์อมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.อาร์ อินเตอร์ฟู๊ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปและเครื่องหมายการค้า "เอทีวี ซุปเปอร์เพียว" สำหรับพระเครื่องที่แขวนติดคอเป็นประจำนั้น ประกอบด้วย พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ พระสมเด็จ พระหลวงพ่อเงิน และ พระหลวงปู่ทวด
นอกจากความเชื่อเรื่องพุทธคุณในองค์พระแล้ว นายอิทธิวัตรยังมีความเชื่อเรื่องการดูดวงเช่นกัน โดยเฉพาะคำทำนายของพระครูนิทัศน์สิริวรรณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุวรรณ หรือ วัดเขื่อนแดง ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่แนะนำว่า "หากจะเปิดบริษัทและโรงงานให้เลยวันเกิดของตัวเองไปก่อน หากจะเปิดก่อนต้องใช้ชื่อของคนอื่นเป็นเจ้าของ" แต่ด้วยความใจร้อนและไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเอง หลังจากเปิดบริษัทไม่กี่วัน "ถูกแจ้งจับจากหุ้นส่วน"
นายอิทธิวัตร ยังบอกด้วยว่า เมื่อถูกจับการพึ่งทนายเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่จำเป็นไม่น้อยกว่ากันคือ การบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือ โดยได้ไปบนต่อพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในที่สุดก็ผ่านเรื่องคดีความมาได้ หลังจากนั้นไปแก้บน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่สำหรับตนแล้วคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอยู่จริง โดยแต่ละวันจะมีคนมาแก้บนโดยการจ้างละครมารำ ๗ วัน ๗ คืน บางรายก็ว่าจ้างคณะกายกรรม หรือ คณะเล่นกล มาแสดง
ขณะที่ครั้งหนึ่ง พระอาจารย์อุเทน แห่งวัดท่าไม้ เคยทำนายไว้ว่า "ทำธุรกิจอะไรกับเพื่อนแล้วจะถูกโกง" และก็เป็นอย่างที่ท่านทำนายไว้จริงๆ ทั้งนี้ นายอิทธิวัตรได้พูดทิ้งท้ายไว้เป็นข้อคิดว่า "คำพูดที่ว่า รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ ในการทำธุรกิจกับเพื่อนเมื่อมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา เรื่องของเงินไม่เข้าใครออกใคร ต่างคนต่างคิดจะเอาผลประโยชน์ใส่ตัว ในที่สุดความเป็นเพื่อนก็ต้องสิ้นสุดกัน ที่เลวร้ายไปกว่านั้น จากเพื่อนกลายเป็นคู่ความฟ้องร้องกัน ผมจึงอยากแนะนำว่า การลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนในที่สุดเราอาจจะเสียเพื่อน"
ธุรกิจรุ่งด้วย "ซื่อสัตย์สุจริต"
"แม้ว่าผมจะไม่ได้จบปริญญาด้านบริหารธุรกิจ แต่ผมก็สามารถทำกาแฟ ซุปเปอร์เพียว ให้ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี หลักบริหารธุรกิจง่ายๆ ของผม คือ ซื่อสัตย์สุจริต" นี่คือคำยืนยันของ นายอิทธิวัตร
พร้อมกันนี้ นายอิทธิวัตรยังบอกด้วยว่า การดำเนินชีวิตในสังคมนั้น ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น ไม่ว่าจะซื่อสัตย์ต่อตนเองหรือผู้อื่น ดังนั้นการที่เราจะมีความซื่อสัตย์สุจริตนั้น เราจะต้องปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตอย่างถูกต้อง และให้เห็นโทษของการไม่ซื่อสัตย์สุจริตว่าจะส่งผลต่อตนเองและสังคมอย่างไรบ้าง คนจะได้ชื่อว่ามีความสัตย์ ต้องมีความจริง ๕ อย่าง คือ ๑.จริงต่อการงาน ๒.จริงต่อหน้าที่ ๓.จริงต่อวาจา ๔.จริงต่อบุคคล และ ๕.จริงต่อความดี
ทั้งนี้ นายอิทธิวัตรยกตัวอย่างบางส่วนของพระราชดำรัสในหลวงที่ยึดมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ว่า “ถ้าหากชาวไทยทั้งหลายต่างได้ประกอบกิจหน้าที่การงานของตนด้วยความสุจริต มีความซื่อตรงต่อหน้าที่ ต่อตนเอง มีศีลธรรมอันดีและความสามัคคีกันแล้ว จักเป็นทางช่วยให้ประเทศชาติได้มีความสงบสุข และสามารถเผชิญเหตุการณ์ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ซึ่งอาจมีมาในอนาคตได้ดี ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ถ้าทุกคนต่างยึดมั่นในคุณธรรมที่ว่ามาข้างต้น และต่างบำเพ็ญกรณียกิจหน้าที่การงานของตน โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ประเทศชาติของเราก็จะรุ่งเรืองวัฒนาถาวร”



