พระเครื่อง

ยันตระโผล่นครศรีฯหลังคดีหมดอายุความ

ยันตระโผล่นครศรีฯหลังคดีหมดอายุความ

23 เม.ย. 2557

"อดีตพระยันตระ" เดินทางกลับเยี่ยมบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช หลังคดีหมดอายุความ เข้ากราบอดีตพระอุปัชฌาย์ที่เคยเป็นผู้อุปสมบทให้

 
          วันที่ 23 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราชว่า นายวินัย ละอองสุวรรณ หรือ "อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ" ที่ต้องอธิกรณ์และหลบไปอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกาเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้เดินทางกลับมายังภูมิลำเนาเดิมในบ้านบางบ่อ เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่คดีต่างๆ โดยเฉพาะคดีที่ก้าวล่วงองค์สมเด็จพระสังฆราช ได้หมดอายุความลง นายวินัย ละอองสุวรรณ ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งแบบเงียบๆ โดยได้มาอาศัยอยู่ใน อ.ปากพนัง และยังคงมีการแต่งกายด้วยผ้าคล้ายจีวรที่มีทั้งสีกรักและสีเขียว ทับเสื้อแขนยาว ผมยาวสีขาวผูกรวบไว้ หนวดเคราขาวยาวเฟิ้ม รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์
 
          ผู้ใกล้ชิดนายวินัย ละอองสุวรรณ ระบุว่า นายวินัยได้เดินทางมายังนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เพื่อมากราบพระครูสุธรรมาจารย์ หรือพ่อท่านเชื่อง เจ้าอาวาสวัดรัตนาราม หรือวัดบางบ่อ ที่บ้านบางบ่อ ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาจารย์ ของนายวินัยเมื่อครั้งอุปสมบท และได้มาพักอยู่ที่อาศรมที่ปลุกสร้างขึ้นหลังบ้านเดิมของนายวินัย โดยมีผู้ที่ยังเคารพนับถือเดินทางมาเยี่ยมเยียนและเชิญไปยังสถานที่ต่างๆ หลายจังหวัดในภาคใต้ โดยจะเดินทางกลับในวันที่ 13 พ.ค.2557 ซึ่งทราบว่าจะปักหลักอาศัยอยู่ที่อเมริกาตลอด
 
 
เผยคดีหมิ่นพระสังฆราชอาจหมดอายุความแล้ว
 
         นายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า ส่วนคดีหมิ่นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95ระบุว่าในคดีอาญาที่มีโทษจำคุกระหว่าง 1 - 7 ปี ถ้าไม่ได้ตัวมาฟ้องภายใน 10 ปี จะถือว่าคดีขาดอายุความ ดังนั้นเมื่อนับเวลาเกิดเหตุเมื่อปี 2539 เท่ากับว่าคดีขาดอายุความไปหมดแล้ว จึงไม่สามารถรื้อฟื้นคดีได้อีก เว้นแต่จะมีการกล่าวหาในข้อหาอื่นๆ ที่คดียังไม่ขาดอายุความ

         เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีแต่งกายเลียนแบบสงฆ์นั้น เท่าที่เห็นจากรูปแล้วก็น่าจะเหมือนฤาษีมากกว่า


พศ.แจงไม่เกี่ยวข้องอดีตพระยันตระแล้ว

    
         นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่ามีคนจำนวนมากสอบถามยังพศ.ว่าจะดำเนินการอย่างไรก็บ้าง ซึ่งในส่วนของพศ.ขอชี้แจงว่าไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือว่าจะไปดำเนินการอะไรได้เพราะอดีตพระยันตระพ้นสภาพจาการความเป็นพระไปแล้วซึ่งก็หมายความว่าไม่มีอะไรที่ต้องให้ พศ.เข้าไปจัดการหรือว่าเอาผิดทุกอย่างเป็นเรื่องของทางโลกที่จะต้องดำเนินการกันเอง โดยเฉพาะเรื่องคดีความและการฟ้องร้องถ้ายังไม่หมดอายุความทางโจทย์หรือว่าผู้เสียหายต้องไปดำเนินการตามข้อกฎหมายส่วนเรื่องการแต่งกายของอดีตพระยันตระนั้นเท่าที่ติดตามข่าวเห็นว่าก็ยังไม่ถึงขั้นมีความผิดในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เพราะเป็นแค่การห่มผ้า ไม่ได้มีการโกนผม โกนคิ้วหรือว่าห่มผ้าสีเดียวกับพระ

         นายคุณัญพงษ์ ทหารไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.)นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลกรณีอดีตยันตระโดยได้สอบถามไปยังนายอำเภอปากพนังได้ระบุว่าอดีตพระยันตระได้มาปรากฏตัวจริงในพื้นที่บ้านเกิดในอำเภอดังกล่าวในช่วงสงกรานต์ เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้รดน้ำดำหัวจากนั้นอดีตพระยันตระก็ได้ออกจากพื้นที่ปากพนังไปโดยไม่ได้แจ้งว่าจะเดินทางไปที่ไหนต่อ นอกจากนี้ตนยังได้สอบถามไปยังเจ้าคณะอำเภอปากพนังซึ่งท่านได้แจ้งว่าไม่ได้พบกับอดีตพระยันตระ เนื่องจากติดกิจนิมนต์ทั้งนี้ตนจะรายงานเรื่องนี้นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รับทราบด้วย

 
 
 
 
 
"}])