พระเครื่อง

หญิงฝรั่งหมิ่นพุทธ!ทั้งจูบโชว์คลิปยั่ว

หญิงฝรั่งหมิ่นพุทธ!ทั้งจูบโชว์คลิปยั่ว

21 เม.ย. 2557

หญิงฝรั่งรุกหนักหมิ่นพุทธ! ทั้งจูบโชว์คลิปยั่วภาคธิดาพญามาร เจ้าคณะกทม.รับ 'นาตาลีร้อยหน้า'ชื่อโผล่วัดบางโพกทม.

               21เม.ย.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้วงการพระพุทธศาสนาสั่นสะเทือนหนักทั้งศึกภายในและศึกภายนอก ศึกภายในมีการแฉพฤติกรรมพระตุ๊ดเณรแต๋ว ขณะที่ศึกภายนอกนั้นมีการแสดงพฤติกรรมหมิ่นพระพุทธรูป อย่างเช่นล่าสุดเฟซบุ๊ก ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ของชาวลาว ได้โพสต์ภาพหญิงชาวต่างประเทศแถบยุโรปที่จูบพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นสถานที่ใด แต่มีผู้แสดงว่า เป็นพระพุทธรูปในถ้ำแห่งหนึ่งในเมืองวังเวียงประเทศลาว พร้อมกับเรียกร้องให้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยว และชี้แจงให้เขาเข้าใจ พร้อมกันนี้เฟซบุ๊ก FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ได้โพสต์ภาพพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันแต่เป็นเหตุการณ์ที่ประเทศศรีลังกา

               ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กนาม Deekline ที่มีการเผยแพร่ผลงานดนตรีปลุกใจเสื่อป่า ได้โพสต์คลิปที่มีเนื้อหาที่ฉากเป็นร้านสุราบนภูเขาและมีการแสดงดนตรีพร้อมกับมีนางแบบปลุกใจเสื่อป่าเต้นยั่วยวนพระพุทธรูป หลังจากนั้นได้มีผู้แสดงความคิดเห็นประมาณเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวแต่ก็ยังไม่มีการลบคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้แจ้งให้อดีตพระธรรมทูตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการตรวจสอบและชี้แจงให้มีการลงคลิปดังกล่าวแล้ว

 

เจ้าคณะกทม.รับ"นาตาลีร้อยหน้า"ชื่อโผล่วัดบางโพกทม.
 
 
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ สามเณรเจษฎา (ขอสงวนนามสกุล) หรือนาตาลีร้อยหน้า ว่ามีชื่อขึ้นในฐานข้อมูลของวัดบางโพโอมาวาส กรุงเทพมหานคร โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องดังกล่าวต่อพระพรหมดิลก( เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ภายหลังประชุมมส. ที่อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยพระพรหมดิลก กล่าวว่า ตนได้รับรายงานว่า สามเณรเจษฎา หรือนาตาลีร้อยหน้า เคยมาอยู่ที่วัดบางโพโอมาวาสจริง แต่ถูกขับออกจากวัดให้ไปอยู่สังกัดวัดเดิม เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งในส่วนของคณะสงฆ์ โดยมส. ก็ห่วงเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นพระตุ๊ด เณรแต๋วที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและชอบโพสต์ข้อความต่างๆผ่านโซเชียลมีเดียก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา

                 พระพรหมดิลก กล่าวต่อไปว่า ตนออกหนังสือแจ้งเจ้าอาวาส เจ้าคณะแขวง เจ้าคณะเขต พื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้มงวดพระ เณร ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนและชอบนำรูปของตนเอง หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปโพสต์ต่อสาธารณชน เพราะบางรูปคะนอง ไม่ได้นึกถึงผลกระทบที่มีต่อพระพุทธศาสนา โดยพระมหาเถระ และเจ้าคณะผู้ปกครองทั่วประเทศห่วงในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก มีการเข้มงวดอยู่ทั้ง เรื่องการบวช หากมาพบภายหลังว่า มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน แต่ปฏิบัติอยู่ในครรลองพระธรรมวินัยก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้านอกรีด ก็ไม่ควรให้อยู่ในวัดและบวชเป็นพระ
    
                 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีการแอบอ้างว่าเป็น “พระ” ทั้งที่ยังเป็น “สามเณร”อยู่มีความผิดหรือไม่ พระพรหมดิลก กล่าวว่า ถ้าอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์บวชเป็นพระไม่ได้ และถ้ามีการแอบอ้างว่า เป็นพระ ถือว่ามีความผิด เนื่องจากไม่ได้อยู่ในภาวะของการเป็นพระจริงๆ ถือว่า หลอกลวงผู้อื่น หากพระอุปัชฌาย์ที่รับรองก็ต้องรู้ว่า ผู้ที่บวชอายุเท่าไหร่ หากไม่ถึง 20 ปีก็รับรองไม่ได้ถือว่า ผิด ส่วนกรณีสามเณร ก็ต้องมีใบสุทธิที่แสดงถึงการเป็นสามเณร บรรพชาตั้งแต่อายุเท่าไหร่ วันไหน  สังกัดวัดไหน อุปัชฌาย์เป็นใคร ซึ่งเวลาเดินทางโดยสารเครื่องบิน ก็ต้องใช้ชื่อตามใบสุทธิ ตรงตามนั้น ที่สำคัญเวลาสึกออกไปแล้ว ไปทำบัตรประชาชน ก็ต้องนำใบสุทธิที่มีการรับรองวันเวลาสึกจากอุปัชฌาย์ มายื่นขอทำบัตรประชาชน ซึ่งคนที่บวชมานานตั้งแต่สามเณรก็ต้องมีหลักฐานการสึกนี้มายืนยัน
    
                 ด้านพระพรหมเมธี(จำนง ธรรมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการมส. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการหารือเรื่อง นาตาลีและการใช้เฟซบุ๊กของพระสงฆ์ สามเณร อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเท่าที่ทราบทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ใช่นิสิตเรื่องก็น่าจบแล้ว ส่วนกรณีปัจจุบันที่มีพระ ภิกษุ สามเณร ใช้โซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก การใช้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล คนใช้ต้องมีวุฒิภาวะ และใช้ให้ถูกต้องด้วย อย่างโปรแกรมแชทไลน์ ถ้าคุยกันธรรมก็ไม่เป็นไร แต่มาใช้ในเชิงชู สาว หรือแซวกันไปมา จนเกิดทะเลาะกัน ก็ทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น พระสงฆ์ สามเณร ควรใช้ให้เหมาะสม
    
                 ขณะที่พระมหาสมัคร มหาวีโร เจ้าอาวาสวัดบางโพโอมาวาส กล่าวว่า กรณีที่มีผู้แชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่า นาตาลี หรือสามเณรเจษฎา  เป็นสามเณรมีชื่ออยู่ที่วัดบางโพฯ เป็นเรื่องจริง เนื่องจากพระลูกวัดที่เชี่ยวชาญด้านไอทีเห็นข่าวแล้วจำได้ว่า เป็นคนเดียวกันเคยมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ อาตมาจึงได้มีการตรวจสอบข้อมูลของวัด พบว่า สามเณรเจษฎา เคยมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อประมาณปีกว่าๆที่ผ่านมา แต่อยู่ไม่ถึง 2 เดือน ทางวัดได้ให้ออกจากวัดไปโดยยังไม่รับรองเข้าสังกัดของวัดบางโพฯ เนื่องจากมีพฤติกรรมตุ๊ด แต๋ว ไม่เหมาะสม  และมีการนำข้อมูลโพสต์ในเฟซบุ๊ก ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวัด ทางวัดจึงได้เชิญผู้ปกครองมารับทราบ และให้ไปอยู่ยังวัดต้นสังกัดเดิมในจังหวัดศรีสะเกษ
    
                 “เราไม่รับเข้าสังกัดของวัดบางโพ ซึ่งเท่าที่จำได้เจ้าคณะอำเภอ ในจังหวัดศรีสะเกษ ฝากมาทางวัดเราก็รับไว้ โดยอาตมาได้แจ้งต่อ สามเณรเจษฎา และพระ บิดา มารดาที่ฝากมาว่า เราจะดูพฤติกรรม 2 ปี ถ้าปฏิบัติตามระเบียบของทางวัดได้ถึงจะรับเข้าสังกัดวัด แต่ปรากฏว่า อยู่เพียงไม่นาน มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โพต์ข้อมูลที่ก่อให้เสียหายต่อพระพุทธศาสนา อาตมาจึงให้ย้ายทันที โดยไม่รับเข้าสังกัด ซึ่งเขาก็มีหนังสือสุทธิ แต่ทางวัดไม่ได้เก็บหลักฐานไว้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเข้าสังกัด และจำไม่ได้ว่าสังกัดวัดใด เพราะมาอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น”เจ้าอาวาสวัดบางโพฯ กล่าว
 

............

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.phuttha.comและwww.bloggang.com)
 

"}])