พระเครื่อง

ความหวานจากการบ่มเพาะ

ความหวานจากการบ่มเพาะ

07 เม.ย. 2557

ความหวานจากการบ่มเพาะ : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร

           หิมะขาวโพลนปกคลุมพื้นที่กว่า ๔ เดือน ต้นไม้ไร้ใบยืนตระง่านท่ามกลางความหนาวเหน็บ นิ่งสงบ ทำงานน้อย บริโภคน้อย หล่อเลี้ยงร่างกายทุกส่วนให้ดำรงอยู่อย่างปกติ เพื่อเตรียมตัวทำหน้าที่เกื้อกูลสรรพสัตว์ในฤดูที่กำลังมาถึง ต้นเมเปิ้ลจะผลิตน้ำหวานใสบริสุทธิ์ ในช่วงเวลาเปลี่ยนฤดูที่มีอากาศหนาวในเวลาค่ำคืน อบอุ่นในเวลากลางวัน ชาวสวนนำถังหรือทำท่อสายยางเชื่อมไปยังแต่ละต้นเพื่อรวบรวมน้ำหวานธรรมชาติ และนำไปเคี่ยวจนเข้มข้นได้ที่เป็นน้ำหวานเมเปิ้ล(Maple syrup) โดยน้ำหวานบริสุทธิ์ ๖๐ ลิตร ได้น้ำหวานเมเปิ้ล ๑ ลิตร และใช้เวลาเคี่ยวน้ำหวานตลอดทั้งคืนติดต่อกัน จึงทำให้น้ำหวานเมเปิ้ลแท้มีราคาค่อนข้างแพง แต่ก็นับว่าสมกับราคาเมื่อรู้ขั้นตอนการผลิต

           ไม่ว่าสิ่งไหนในโลกใบนี้ที่ได้มาด้วยความยากลำบาก ต้องใช้ความพยายามอดทน ตั้งใจที่กระทำ ล้วนแล้วแต่สร้างคุณค่าในตัวเองทั้งสิ้น เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ที่พยายามฝึกฝน เรียนรู้ ปฏิบัติ ที่จะปลดปล่อยทิฐิ ความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตนเพื่อเป็นอิสรภาพชน ต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับกาลเวลา สถานการณ์ ความเป็นอยู่ที่ปรากฏ หมายรวมถึงสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกเกื้อกูลกันและกัน ในสังคมที่อยู่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ซับซ้อนในวิถีแห่งการดำรงอยู่ อาศัยเทคโนโลยีหรือพึ่งพาเท่าที่จำเป็นและมีความสุข ความพอใจ พอเพียงกับชีวิต
 
           บุคคลที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมเช่นนั้นต้องมีรากฐานแห่งความสุขจากข้างใน เมื่อใดที่ข้างในรู้สึกเบาสบาย อิ่ม เต็ม ความต้องการภายนอกจะลดน้อยลง แต่ถ้าข้างในยังรู้สึกขาด พร่อง ไร้ความอบอุ่น สงบ ความอยาก ความต้องการเสพสิ่งภายนอกจะมาก และถ้าไม่เห็น ไม่รู้เข้าใจในจิตใจอย่างแท้จริง เขาเหล่านั้นจะวิ่งตามความอยากไป ในที่สุดก็ไม่กล้าเผชิญกับโลกแห่งความจริงที่กำลังปรากฏอนิจธรรมให้เห็นอยู่ทุกขณะ เขาจะเป็นทุกข์มากขึ้นจากการยึด และไม่ยอมรับ ทำให้การดำเนินชีวิตไปในทางประชดประชัน เพราะไม่เห็นคุณค่าของร่างกายและจิตใจ

           ความซับซ้อนแห่งจิตใจเกิดจากความซับซ้อนแห่งการดำรงชีวิต การอาศัยอยู่ในห้องว่างเปล่า ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกแต่จิตใจเปี่ยมไปด้วยความสงบสุข เกิดจากจิตใจที่ปล่อยวาง ว่างจากความยึดมั่นว่ามันเป็นตัวเรา ของเรา

           เมื่อเรารู้ ขอให้ตั้งใจฝึกปฏิบัติที่ปลดปล่อยทิฐิ ความยึดมั่นถือมั่น นั่นคือ เรากำลังได้อิสรภาพแท้จริงในการดำเนินชีวิต ด้วยการให้เมื่อมี ไม่ใช่เพื่อครอบครองยึดมั่น แต่ถ้าเรารู้สึกเสียดาย เสียใจเมื่อต้องให้หรือมีสิ่งที่ชอบมาก หลงมาก เพราะเรายังยึดอยู่มากนั่นเอง แสดงว่าอิสรภาพที่แท้ยังห่างไกล เราต้องเรียนรู้ที่จะกระทำทุกหน้าที่อย่างปล่อยวาง มีเป้าหมายที่ไร้การคาดหวัง ยึดติดหรือภูมิใจในเป้าหมายที่ได้มา

           เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำ คำพูด หรือความคิด ล้วนมากจากส่วนเล็กๆ ที่เรียนรู้ รับรู้จากธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ปรากฏอยู่ มิได้มีสิ่งใดที่เป็นของเราเลย สิ่งที่เกิดขึ้นในทางที่ดี มาจากการสั่งสม บ่มเพาะ ปรากฏจากสิ่งดี สิ่งที่เกิดขึ้นในทางที่ไม่ดีก็เช่นกัน ทุกอย่างล้วนเป็นเช่นนั้นเอง ตามเหตุ ตามปัจจัย

           เป้าหมายที่ดีจะไม่ทำลายปัจจุบันที่กำลังดำรงอยู่ เราจะไม่สูญเสียสิ่งที่กำลังกระทำในปัจจุบันเพื่อเป้าหมาย เพราะเป้าหมายที่ถูกต้องจะหล่อเลี้ยงความสงบสุขในปัจจุบันขณะ

           ความไม่ยึดมั่นถือมั่น คือ ตาน้ำแห่งโพธิ

"}])