
'เพ้นท์เฮ้าส์นอก'หมิ่นพุทธอีกแพร่รูปถ่ายคู่
'เพ้นท์เฮ้าส์นอก'หมิ่นพุทธอีกแพร่รูปถ่ายคู่ 'องค์กรโนอิ้ง บุดด้า'จี้หยุดพฤติกรรม
27มี.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊ก" Do and Don't on Buddha" ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า" องค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ได้รับแจ้งจากพุทธศาสนิกชน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2557 ว่านิตยสารเพ้นท์เฮ้าส์ ได้ลงภาพนางแบบชื่อ Coco Velvet เปลือยกายถ่ายภาพคู่กับพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในท่าทางที่สื่อความอนาจาร โดยได้ส่งภาพลิ้งค์จากเฟสบู๊ค ในข้อความว่า
“Asean Penthouse Model Coco Velvet tempts Buddha with her hot and wet naked oriental body before she wades into her tranquill water of the exotic tropical waterfalls pool ! ”
“นางแบบนิตยสารเพนท์เฮ้าส์ชื่อ โคโค เวลเวท ยั่วยวนพระพุทธรูปด้วย ร่างกายที่เปียกและเร่าร้อนก่อนที่เธอจะลงไปในสระน้ำตก” จากการสืบหาที่มา ทราบว่าไม่ได้มาจากเพ้นท์เฮ้าส์ประเทศไทย อย่างไรก็ดี การกระทำดังกล่าว ได้แสดงการลบหลู่พระพุทธเจ้าโดยเจตนาทั้งรูปภาพและคำพูดที่โจ่งแจ้งว่าได้ยั่วยวนพระพุทธรูป
นิตยสารเพนท์เฮ้าส์ไม่ได้คำนึงถึงจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่มีกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก การกระทำในลักษณะบัดสีดังกล่าวของนิตยสารชื่อดัง ได้แสดงถึงความตกต่ำในศีลธรรมของมนุษย์ เพราะการกล่าวถึงพระพุทธเจ้า นิตยสารย่อมรู้ดีว่า พระองค์คือใครและพุทธศาสนิกชนประพฤติอย่างไร กับพระพุทธรูปที่ใช้เป็นเครื่องรำลึกถึงพระคุณของพระองค์
องค์กรฯ ได้ทำจดหมายประท้วงไปยังเพนท์เฮ้าส์ ประเทศไทย และเพนท์เฮาส์ ซันนี่เวล Penhouse Sunnyvale และได้ส่งสำเนาไปยังกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงไอซีที และ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยดำเนินการหยุดยั้ง และต้องการให้เพนท์เฮ้าส์ได้แสดงความรับผิดชอบ ขอโทษต่อชาวพุทธ ซึ่งขณะนี้ยัง ไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด
อนึ่ง การลบหลู่พระพุทธรูปและสัญลักษณ์ได้ลุกลามไปทั่วโลกราวกับโรคระบาดที่ยากจะหยุดยั้ง แม้องค์กรฯ จะมีหน่วยงานร้องเรียน ประท้วง และให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในหลักการประพฤติต่อพระพุทธรูป แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเมื่อทำกรณีร้องเรียนไป เรื่องดังกล่าวก็ถูกตีกลับมาที่ประเทศไทยเอง ที่กลายเป็นต้นแบบแห่งความเสื่อมเสียจากการที่พ่อค้าในประเทศ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพระพุทธรูป เป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสียเอง
“ตราบใดที่หน่วยงานรัฐ ไม่แสดงความกระตือรือร้นในการแก้ไขหรือออกกฎหมาย พร้อมให้มีบทลงโทษต่อผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและ ผู้ละเมิดในการนำพระพุทธรูป ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ การละเมิดเช่นนี้ก็จะต้องมีต่อเนื่อง จนยากจะหยุดยั้ง เพราะประเทศที่ประกาศตนเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา ได้เป็นต้นแบบที่ทำผิดเสียเอง” เป็นคำกล่าวของ ประธานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า, อัจฉราวดี วงศ์สกล
อย่างไรก็ดี องค์กรฯ ได้พยายามทำงานการหยุดยั้งอย่างไม่ลดละ โดยพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือสร้างความเข้มแข็งให้พระพุทธศาสนา โดยการให้ความรู้หลักประพฤติ ปกป้อง และยับยั้งการลบหลู่ใดๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
และได้โพสต์ข้อความก่อนหน้านี้ว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ได้รับการแจ้งจากชาวพุทธในประเทศออสเตรเลีย ว่ามีภาพการลบหลู่นี้ปรากฏอยู่ใน Twitter ของ Karmen Moon ซึ่งทีมงานขององค์กรฯได้ระดมเขียนประท้วงรูปนี้ใน Twitter ของเธอ จนเธอลบรูปนี้ออกไปจาก Twitter แล้ว
ในขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2557 ทางหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ลงข่าวนี้เช่นกัน พร้อมทั้งเร่งให้ภาครัฐ คือ กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวง ICT เร่งดำเนินการเอาผิดกับผู้ถ่ายภาพ นางแบบ และผู้เผยแพร่ ต่อไป
อย่างไรก็ตามทางทีมงานองค์กรฯ ได้รับลิงค์ใหม่ซึ่งมีรูปลบหลู่นี้อยู่มาให้ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งรูปนี้ปรากฏอยู่ใน เว๊บไซท์ของ BIZSU Magazine โดยเมื่อได้รับแจ้งทางทีมงานขององค์กรฯ และผู้มีจิตกตัญญูต่อพระศาสดา ได้ระดมเขียนประท้วงไปในเฟสบุ๊คของนิตยสารนี้ และขณะนี้ทางองค์กรฯได้ส่งจดหมายประท้วงอย่างเป็นทางการไปยัง BIZSU Magazine แล้ว พร้อมทั้งสำเนาให้กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวง ICT, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และองค์กรพุทธหลักในประเทศไทยแล้ว



