
จุดสมดุลของสังคมที่เล็กที่สุดคือ'ตัวเรา'
จุดสมดุลของสังคมที่เล็กที่สุดคือ'ตัวเรา' : บาตรเดียวท่องโลก พระพิทยา ฐานิสฺสโร
เช้านี้เดินไปส่งเด็กน้อยขึ้นรถบัสไปโรงเรียน ถามเขาว่า ขอขึ้นรถบัสไปด้วยได้ไหม เขาตอบว่า ได้ ถ้ามีบัตรนักเรียน
รถรับส่งนักเรียนที่อเมริกามีสีและรูปแบบเหมือนกันทั้งประเทศ เมื่อรถเคลื่อนมาถึงเด็กๆ ที่ยืนตั้งแถวรอยู่โดยอัตโนมัติค่อยๆ ทยอยขึ้นรถบัส พ่อแม่ผู้ปกครองที่มาส่งต่างทักทายปราศรัยแล้วแยกย้ายกลับไปบ้าน ระหว่างเดินกลับบริเวณทางเท้าที่เต็มไปด้วยหิมะกองโต มีหลายบ้านที่ไม่ยอมกวาดหิมะ เราจึงต้องเดินเลียบข้างถนน ซึ่งตามกฎหมายเมื่อหิมะตกปกคลุมทางเท้าหน้าบ้าน ทุกบ้านมีหน้าที่รับผิดชอบกวาดทางสำหรับเดินแก่ผู้สัญจรไปมา
การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่หรือแม้แต่กลุ่มเล็กๆ เช่น ครอบครัว จำเป็นต้องมีกฎร่วมกัน เพื่อความเป็นอยู่ที่เรียบร้อย สงบสุข ถ้าเราสามารถสร้างกฎเพื่อเป็นไปแห่งผาสุกในการอาศัยร่วมกัน จะเป็นการเรียนรู้ เติบโตไปด้วยกัน จะทำเช่นนั้นได้ ทุกคนต้องปรับบางส่วนที่แตกต่างให้กลับสู่ความสมดุลแห่งกันและกัน ลดความเห็นแก่ตัว ลดความยึดมั่นถือมั่น ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และยอมรับ ปรับปรุงในส่วนที่ด้อย บางครั้งเมื่อแสดงคำพูด กระทำ คิดผิดพลาด ไปในทางที่ไม่ดี ต้องกล้าพอที่จะรับและปรับปรุงตัว ไม่ใช่ปกปิดและพยายามแสดงตนในส่วนที่ดี
การหลอกตัวเอง ไม่ซื่อสัตย์จริงใจต่อตนเอง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่เกิดขึ้น นั่นหมายความว่า เรากำลังทำร้ายตัวเองและผู้ที่อยู่ร่วมด้วย ซึ่งเป็นเหตุแห่งความแตกร้าว แบ่งแยก
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัยที่ทำให้ปรากฏ แม้ว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้าย ใช่ว่านิ่งดูดาย แต่เราต้องสร้างฐานแห่งความมั่นคง สงบสุขภายในมากยิ่งขึ้น เพราะเราต้องเจอการกระทบทางประสาทสัมผัสในทางลบมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถไม่ปรุงแต่งสิ่งที่มากระทบต่อได้ และสามารถหยุดได้ จากภายในใจของเราไปสู่กลุ่มเล็กๆ ที่สามารถทำได้เพื่อหล่อเลี้ยงความสงบสุขภายใน แล้วค่อยๆ ขยายตามโอกาส กำลังความสามารถ เราจะไม่สูญเสียความดีงามในงามตัวเองนับเป็นสิ่งสำคัญสุด
กฎที่สำคัญแห่งการอยู่ร่วมกัน เมื่อใดที่คนใดคนหนึ่งในครอบครัว สังคม อารมณ์ไม่ดี โกรธ หงุดหงิด เสียใจ ทุกข์ใจ ฯลฯ เราจะกลับมาปฏิบัติที่ตัวเองด้วยการกลับมารู้กับลมหายใจดูอาการภายใน หยุดความรุ่มร้อน กังวล กลุ้ม ไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราด ไม่เก็บกดความรู้สึก อยู่นิ่งๆ เพื่อเห็นพายุอารมณ์ภายใน ดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน เพราะเหตุแห่งทุกข์เริ่มจากภายในตน เราต้องแก้ไข ดับทุกข์ที่ต้นเหตุนั้น อาจทำไม่ได้ทั้งหมดในวันนี้ แต่สถานการณ์จะไม่เลวร้ายไปกว่าเดิมทั้งภายในและภายนอก เมื่อทำไปเรื่อยๆ ภายในจิตใจเราจะค่อยๆ สงบสุข มั่นคง เข้มแข็งมากขึ้น
การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อจิตใจที่สงบสุขในประสาทสัมผัสทั้ง ๖ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในทุกๆ สังคม ไม่สร้างสิ่งกระตุ้นความอยาก เกลียดชัง แบ่งแยก ความหลงไหล บันเทิง มัวเมา ฯลฯ ที่เป็นเหตุให้จิตใจไม่สงบ หวั่นไหว ไม่มั่นคง ขาดการรับรู้ ขาดการมองเห็นที่ชัดเจนเป็นไปในทางที่ถูกต้อง
จิตสำนึกที่ดีเริ่มต้นจากจิตใจที่ดี เพราะต่อให้มีกฎระเบียบมากมาย แต่ผู้คนไร้ซึ่งจิตสำนึกรับผิดชอบ กฎระเบียบที่สร้างขึ้นอาจมิได้ทำให้บุคคล สังคมดีขึ้นเพราะเขาจะไม่เคารพกฎนั้น
ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้สังคมที่เล็กที่สุดในตัวเราเองอยู่อย่างกลมกลืน สมานฉันท์ เกิดสุขภาวะกายใจที่สมดุลเพราะนั่นคือ สิ่งที่สังคมต้องการ เราทุกคนจึงมีหน้าที่สำคัญร่วมกัน
สงบสุขเกิดขึ้น ณ ทุกที่ที่สมดุล



