พระเครื่อง

ผู้ว่าฯสุทธิพงษ์อยู่ที่ไหนพึ่งบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น

ผู้ว่าฯสุทธิพงษ์อยู่ที่ไหนพึ่งบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น

22 มี.ค. 2557

ผู้ว่าฯสุทธิพงษ์ จุลเจริญอยู่ที่ไหนต้องพึ่งบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น : พระเครื่องสรณคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

           "ตอนที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผมต้องอาศัยบารมีของหลวงพ่อปากแดง รวมทั้งบารมีของหลวงพ่อตึ๋ง วัดหลวงพ่อปากแดง ท่านเป็นพระนักพัฒนา ช่วยทำให้จังหวัดนครนายกกลายเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ ท่านได้ช่วยต่อยอดความคิดในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยได้มีการสนับสนุนสร้างตลาดโรงเกลือ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดนครนายกมากยิ่งขึ้น"

           นี่เป็นคำบอกเล่าของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ เมื่อครั้งที่เป็นผู้ว่าฯ นครนายก อายุเพียง ๔๗ ปีเท่านั้น ตอนนี้อายุ ๕๐ ก็ยังถือว่าเป็นผู้ว่าฯ อายุน้อยที่สุดอยู่ดี

           อย่างไรก็ตามระหว่างที่เป็นรองผู้ว่าฯ นครนายก ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ ได้สร้างเหรียญ "หลวงพ่อ ๒ เกิด" เป็นเหรียญรูปไข่ โดยการจำลองรูปเหมือน  "พระครูพิศาลธรรมประยุต" หรือ "หลวงพ่อเกิด ปุณณปัญโญ" อดีตเจ้าอาวาสวัดสะพาน ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก และ " หลวงพ่อเกิด" วัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่

           หลังจากนั้นปรากฏว่าเหรียญ "รุ่นสองเกิด" โด่งดังขึ้นมาด้วยมีประสบการณ์จากผู้นำไปแขวนคอ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งจังหวัด และที่โด่งดังมากคือ ท่านรองผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ ในปีนั้นเมื่อสร้างเหรียญเสร็จ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก" ทันที ส่งผลให้ "เหรียญสองเกิด" ดังระเบิด ผู้ที่แขวนเหรียญนี้ล้วนเจริญก้าวหน้า ทั้งทางราชการและธุรกิจไปตามๆ กัน ทำให้เหรียญรุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันหายากมาก จึงมีของปลอมออกมาแพร่หลาย

           ส่วนพระครื่องที่แขวนติดตัวเป็นประจำ ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ บอกว่า แรกเริ่มแขวนเหรียญเจริญพรล่าง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นพระที่ได้รับมอบจากพ่อ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๑ ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอที่ลำปาง ได้มีโอกาสเข้าไปกราบหลวงพ่อเกษม เขมโก จึงหาเหรียญของท่านมาขึ้นคอ ขณะเดียวกันก็ได้พระคงลำพูนมาขึ้นคออีกองค์ ส่วนพระหลวงปู่บุญ สะดุ้งกลับ ได้รับมอบจากเจ้านายคนหนึ่ง รวมทั้งพระสมเด็จบางขุนพรม

           "ปกติผมแขวนพระชุดหลักอยู่แล้ว แต่เมื่อย้ายไปอยู่จังหวัดไหนก็จะแขวนพระชุดหลักของจังหวัดนั้นๆ ทั้งที่ได้รับมอบจากคนรู้จัก แต่ส่วนใหญ่จะเช่ามาแขวนเอง ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า อยู่ที่ไหนต้องเพิ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น" ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า

           เมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้นมัธยม จ.ตราด ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปเที่ยวกับเพื่อน ถูกรถชนอย่างแรงใครๆ ก็ลงความเห็นว่าตาย แต่มีเพียงแค่รอยถลอกเท่านั้น เมื่อย้ายไปอยู่ จ.ลำปาง ครั้งนั้นยังเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ตอนนั้นได้รับเงินเดือนเพียง ๒,๗๕๐ บาทเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่มาช่วยข้าราชการเงินเดือนน้อย คือ เสี่ยงโชคด้วยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล และมักจะมีโชคลาภอยู่เสมอ ขณะเดียวกันตำแหน่งทางราชการก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

           "ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปรับราชการในจังหวัดใดก็ตาม สิ่งแรกที่ผมทำคือ สักการะพระคู่บ้านและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง บางแห่งสักการะขอพรให้ได้มาทำงานด้วยซ้ำไป เมื่อครั้งที่เป็นผู้ว่าฯ นครนายกก็แอบมากราบขอพรรอยพระพุทธบาทขอให้ได้มาเป็นผู้ว่าฯ สระบุรี ในที่สุดคำอธิษฐานผมก็เป็นจริง และผมยังเชื่อด้วยว่าในพระเครื่องมีพุทธคุณอยู่จริง ขณะเดียวกันเชื่อด้วยว่าพุทธคุณสามารถคุ้มครองตัวเราได้ แต่จะให้ดีคนที่แขวนต้องมีศีลธรรมด้วย พุทธคุณในองค์พระจึงแสดงปาฏิหาริย์ที่เด่นชัด" ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์กล่าวทิ้งท้าย


ปาฏิหาริย์เหรียญสองเกิด

           ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์บอกว่า ระหว่างที่เป็นรองผู้ว่าฯ นครนายกได้จัดสร้างเหรียญสองเกิด ทั้งนี้ได้ประกอบพิธีปลุกเสก เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓  ณ วิหารหลวงพ่อเกิด วัดสะพาน อ.บ้านนา จ. นครนายก หลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน องครักษ์ ได้เดินทางไปปลุกเสก เหรียญสองเกิด ภายในวิหารแห่งนี้ เบื้องหน้ารูปหล่อเท่าองค์จริงอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเกิด วัดสะพาน หลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน
 
           หลังจากนั้น หลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน ได้นำเหรียญสองเกิด เดินทางกลับไปปลุกเสกติดต่อกันอีก ๓ คืนที่วัดโพธิ์แทน จนแน่ใจว่าการปลุกเสกสมบูรณ์แบบจริงๆ จึงมอบให้ ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าฯ นครนายก นำไปแจกจ่ายให้ผู้ร่วมทำบุญซื้อเครื่องวัดความดันสายตาให้โรงพยาบาลนครนายก และประเดิมตั้งกองทุนสงฆ์อาพาธนครนายกต่อไป
          
           ส่วนความหมายของ "เหรียญสองเกิด" คือ เกิดที่ ๑ หมายถึง หลวงพ่อเกิด วัดสะพาน อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ ที่มีความเข้มขลังในยุคก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ จนถึงปัจจุบันและอนาคต โดยเหรียญของท่านทุกรุ่นที่ถือเป็นเหรียญอันดับ ๑ ของนครนายก

           เกิดที่ ๒ หมายถึงหลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก ที่ปัจจุบันมีอายุ ๙๕ ปี ผู้มีอาคมเก่งกล้า พลังจิตเข้มขลัง ได้สำแดงฤทธิ์ปกปักรักษา คุ้มครอง ผู้มีวัตถุมงคลของท่านคุ้มครองป้องกันภัยมานับต่อนับไม่ถ้วน เพราะไม่ว่าจะเป็น ตะกรุด รูปถ่าย เหรียญ หรือรูปหล่อลอยองค์ มีผู้บูชาติดตัวได้พบปาฏิหาริย์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ไม่เฉพาะในจ.นครนายก เท่านั้น
 
           จากการสร้างครั้งนี้ มีรายได้จำนวน ๒.๔ ล้านบาท โดยได้นำเงินซื้อเครื่องมือวัดความดันสายตามอบให้โรงพยาบาลนครนายก เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๔ ส่วนที่เหลือทั้งหมดให้เจ้าคณะจังหวัด นครนายก พระราชวรนายก บริหารจัดการเป็นกองทุนช่วยสงฆ์อาพาธ


พระพุทธลีลาประทับรอยพระพุทธบาท

           ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ เล่าว่า เมื่อย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้ไปกราบพระธรรมปิฎก (ชวลิต อภิวฑฒโน น.ธ.เอก ป.ธ.๙ พธ.ด.,ค.ด.กิตติมฯ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ท่านขอให้ทำอยู่อย่างหนึ่ง คือ "ช่วยรักษาหน้าคนจังหวัดสระบุรีหน่อย เพราะเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบ จังหวัดได้ทำโครงการขอพระราชานุญาตสร้างหอสมุดเฉลิมราชกุมารี ซึ่งทั่วประเทศที่ทำโครงการดังกล่าวทำเสร็จ ไม่รู้ว่ามีเหตุอันใดไม่ได้จัดสร้าง เมื่อมาเป็นผู้ว่าจึงจะสานโครงการต่อ เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในปี ๒๕๕๘ โดยได้จัดสร้าง "พระพุทธลีลาประทับรอยพระพุทธบาทสระบุรี"

           พุทธลักษณะของ "พระพุทธลีลาประทับรอยพระพุทธบาทสระบุรี" ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปปางลีลา คล้ายกับว่าเสด็จมาเพื่อประทับรอยพระพุทธบาทเอาไว้ ณ สุวรรณบรรพต สระบุรี ด้านหลังของเหรียญเป็นรอยพระพุทธบาท ที่นำเค้าแบบมาจากรอยพระพุทธบาททองคำ ที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา มีลวดลายมงคล ๑๐๘ ประการ ทั้งนี้จะทำพิธีมหาพุทธาภิเษกโดยคณาจารย์ผู้ทรงกิตติคุณภายในมณฑปรอยพระพุทธบาทสระบุรี ในวันที่  ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จากนั้นจะให้ผู้สั่งจองรับของได้ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยจำนวนที่สร้างแต่ละชนิด จะสร้างเท่าที่สั่งจองเท่านั้น และจะสิ้นสุดการสั่งจองในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗

           รายได้จากการให้เช่าบูชาทั้งหมดจะนำเข้าสมทบทุนก่อสร้างหอสมุดเฉลิมราชกุมารี ณ วัดพระพุทธบาทสระบุรี ผู้มีจิตรศรัทธาร่วมบุญ สอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี โทร.๐-๓๖๒๒-๓๗๕๗ และ ๐๘-๖๖๐๘-๖๔๙๐ หรือ ที่ว่าการอำเภอในจังหวัดสระบุรีทุกแห่ง

"}])