พระเครื่อง

พระธรรมทูต'ทูตแห่งสันติภาพ'

พระธรรมทูต'ทูตแห่งสันติภาพ'

13 มี.ค. 2557

พระธรรมทูต'ทูตแห่งสันติภาพ' : พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.หลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา มจร รายงาน

              วันนี้ (๑๓ มีนาคม ๕๗) รับนิมนต์จากพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ไปบรรยายให้พระธรรมทูต รุ่นที่ ๒๐ จำนวน ๖๗ ท่าน ในหัวข้อเรื่อง "พระธรรมทูต ทูตแห่งสันติภาพ" ณ ห้องสันติศึกษา เพื่อใช้ห้องดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ในการสร้างแรงบันดาลให้แก่พระธรรมทูต ซึ่งจะออกไปทำหน้าที่ในการส่งต่อลมหายใจแห่งสันติภาพแก่ชาวโลกต่อไป

              "ทูต" หมายถึง "ผู้ที่ทำหน้าที่หลักในการสื่อสารอย่างเป็นทางการในฐานะที่ได้รับหมาย หรือรับการแต่งตั้งจากองค์ใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งการสื่อสารนั้นจำเป็นต้องอาศัยทักษะเพื่อให้การสื่อสารบรรลุวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดการเรียน และสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มคนต่างๆ ที่ได้รับสาร

              "พระธรรมทูต" จึงเป็นกลุ่มของพระสงฆ์ที่จะทำหน้าที่ในการ "สื่อสารธรรมะ" ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ และนำธรรมะมาประกาศให้ชาวโลกได้ทราบและนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติในการพัฒนาชีวิตเพื่อถึงสันติสุขอย่างแท้จริงต่อไป ตามแนวทางที่พระองค์ได้ทรงประกาศแก่พระธรรมทูตรุ่นแรก จำนวน ๖๐ รูปว่า "เธอทั้งหลาย จงเที่ยวไป เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก"

              จากความสำคัญของพระธรรมทูตดังกล่าว จึงทำให้พระพุทธเจ้าได้ทรงวางแนวปฏิบัติ และหลักการในการปฏิบัติสำหรับบุคคล หรือพระสงฆ์ที่จะทำหน้าที่เป็นทูต พระองค์ทรงให้แนวทางในการปฏิบัติของทูตเอาไว้ในกรอบของวินัยว่าด้วยคุณสมบัติของทูต ๘ ประการ คือ รู้จักฟัง หาจังหวะให้ผู้อื่นได้รับฟัง กำหนดประเด็นและความเหมาะสม จดจำ เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ทำให้ผู้อื่นได้เข้าใจ ฉลาดว่าอะไรเป็นประโยชน์ และไม่ก่อความทะเลาะวิวาท

              ในขณะที่หลักการที่ปรากฏใน "ทูตสูตร" ที่ชี้ชัดว่า พระธรรมทูตควรประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ ประการ คือ แนะนำให้เรียนรู้ ไม่สะทกสะท้าน พูดจาไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ทำให้คำสอนสูญเสียคุณค่า ชี้แจ้งให้หายสงสัย และไม่โกรธต่อประเด็นซักถาม

              สรุปแล้ว หัวใจสำคัญของการเป็นพระธรรมทูต คือ "สติ ขันติ และสันติ" จุดเริ่มต้นของการเป็นทูตที่ดี คือ "การฟังอย่างมีสติ ไม่เปิดพื้นที่ให้อคติเข้ามาเกาะกุมหัวใจ และบังคับบัญชาให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคนต่างๆ ลำดับที่สองคือ การรู้จักอดทนอดกลั้นต่อท่าทีที่ไม่เป็นมิตร หรือความคิด อุดมการณ์ วัฒนธรรม ภาษา และความเชื่อที่แตกต่าง ความอดทนจึงถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของทูตที่จะไปทำหน้าที่สื่อสารกับกลุ่มคนอื่น ทักษะในการสื่อสารจึงไม่ได้เน้นไปที่การพูด หากแต่เป็นการอดทนฟังคนอื่นอย่างมีสติ และมีขันติ

              การระมัดระวังท่าที และแสดงออกอย่างมีสติ และการยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งขันติ จะนำไปสู่การบ่มเพาะสันติธรรมขึ้นภายในใจของแต่ละคนให้รู้ ตื่น และเบิกบานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปสู่การอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่นในสังคมที่มีความแตกต่างได้อย่างสันติสุขมากยิ่งขึ้น

              อย่างไรก็ตามในขณะที่โครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา กำลังเปิดรับสมัคร "วิศวกรสันติภาพ" และจะปิดรับสมัครในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๕๗ นี้

"}])