
ตะวันในหิมะ
ตะวันในหิมะ : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
ต้นเดือนมีนาคมที่เวอร์มอนท์ สหรัฐอเมริกา ยังถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวทั่วพื้นที่ ในระยะเวลา ๓ เดือนกว่าที่หิมะตกเกือบทุกวัน ฟ้าสลัว ต้นไม้ไร้ใบยืนนิ่ง บางครั้งวันไหนที่ฟ้าโปร่งอากาศหนาวจับใจกว่าวันหิมะตกแม้แสงแดดเปรี้ยง สีขาวของหิมะสะท้อนกับแสงอาทิตย์อาจทำให้ตาบอด ถ้าเพ่งสายตาที่หิมะ ณ จุดเดียวเป็นเวลานานโดยไม่มีแว่นกันแดดหรือผ้าปกคลุม ทางเดินกลายเป็นน้ำแข็งจากการแข็งตัวรวมกันของหิมะอาจลื่นล้มง่ายๆ ถ้าไม่ระมัดระวัง
คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในแถบประเทศที่มีหิมะตก ไม่ค่อยชอบฤดูหนาวมากนัก เพราะบรรยากาศทั่วไปที่อึมครึมฟ้าครึ้มเกือบตลอดเวลา ไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต อากาศหนาวเหน็บที่ไม่ชวนให้ออกไปข้างนอกและออกไปลำบาก ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวทำสิ่งต่างๆ เหมือนฤดูกาลอื่น ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า เหงา และเกิดฆ่าตัวตายในช่วงนี้เวลานี้มากกว่าช่วงเวลาอื่นในรอบปี
เมื่อกายหยุดนิ่ง เราจะเห็นการเคลื่อนไหวของจิตได้ง่ายและชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ถูกการกระทบ สัมผัสจากสิ่งภายนอก ความรู้สึก อารมณ์ การรับรู้ ปรุงแต่งที่เคยสะสมอยู่ในจิตจะค่อยๆ ปรากฏตัวให้เห็นว่ามีอะไรบ้างและส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางลบมากกว่าทางบวก ทำให้หลายคนไม่ชอบที่จะอยู่นิ่งๆ ต้องหาอะไรทำอย่าให้รู้สึกว่าง ไม่อยากเจอกับความรู้สึกอึดอัด เหงา โดดเดี่ยว เบื่อ เศร้าฯลฯ คล้ายกับอาการที่ต้องนั่งเงียบๆ ในรถสองคน นั่งทานข้าวเงียบๆ กับใครก็ตาม ถ้ายังไม่เคยฝึกอยู่เงียบๆ ด้วยกัน บางครั้งปัญหาทั้งหลายก็จะตามมา เช่น ไม่เพียงพอกับสิ่งที่เป็นอยู่ การโกงทุจริต ไร้ความซื่อสัตย์ จริงใจ ไร้ความพอใจในคู่ครองเดียว ไม่อดทนที่จะเรียนรู้ปรับในสิ่งที่บกพร่องในตัวเอง โกรธเกลียดชัง อาฆาต หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เมื่อมีการกระทบสัมผัสในสิ่งที่ตรงข้ามกับความอยาก ความต้องการ ไร้ความกรุณาต่อตัวเอง ต่อบุคคลรอบข้าง ต่อสรรพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่
ทุกวันเราสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าอากาศจะเป็นเช่นไร อย่างน้อยต้องได้ออกไปเดินข้างนอก ตอนแรกอาจรู้สึกหนาวเพราะร่างกายยังไม่ปรับตัว แต่เมื่อเดินไปได้สักพัก ร่างกายเริ่มอุ่นขึ้นเป็นปกติ โดยเฉพาะเมื่อเดินขึ้นเนินเขา ครั้งหนึ่งขณะที่เดินท่ามกลางหิมะที่สูงระดับเหนือเข่าเป็นเวลานาน รู้สึกทั้งร้อนและเหนื่อย จึงทุ่มตัวลงนอนกลางหิมะนอนดูท้องฟ้าที่โปร่งไร้เมฆ วางความคิดทั้งปวง วางสิ่งสมมติ ความสงบสุขเย็นสบายแทนที่ความร้อนและเหนื่อยล้า รู้ลมหายใจเข้าออกจากที่หายใจเร็วกว่าปกติ หัวใจเต้นแรง ค่อยๆ สงบลง ความนิ่งสงบทั้งภายในและภายนอกช่างมหัศจรรย์จริงๆ
ช่วงฤดูหนาวจึงเป็นฤดูที่ดียิ่งนัก ความสงบ หยุดการเคลื่อนไหวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ช่วยให้เห็นอะไรชัดเจนขึ้น เผชิญหน้ากับความจริงด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แม้อาจยากลำบากแต่ไม่นานก็เปลี่ยน เพียงอดทน ตั้งมั่น ไม่รีบร้อนที่อยากจะได้อะไรแม้แต่ความสงบ ประกอบกับการที่ได้นั่งนิ่งๆ ดูการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงภายในกาย ความรู้สึก สิ่งที่เคยรับรู้ ปรุงแต่ง ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ด้วยจิตใจที่เป็นกลางเป็นการสร้างพลังแห่งความชัดเจน เข้มแข็ง มั่นคงภายในจิต ทำให้จิตเข้าใจความเป็นจริงของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปอย่างรู้เท่าทันตลอดเวลาที่ปรากฏ จึงเป็นการง่ายที่จะปล่อยวางในความรู้สึก สิ่งที่เคยรับรู้ ปรุงแต่ง ทั้งทางภายในและภายนอกร่างกาย
ยอมรับความเจ็บปวดทางกายและจิตอย่างเป็นกลาง
จิตใจว่าง สงบ เย็น



