
'ยิ่งลักษณ์'ผู้บำเพ็ญขันติบารมีขั้นอุกฤษฏ์
'ยิ่งลักษณ์'ผู้บำเพ็ญขันติบารมีขั้นอุกฤษฏ์ : สำราญ สมพงษ์รายงาน(FB-samran sompong)
เกือบ 3 ปีของการก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทยที่มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ชื่อเสียงของเธอก็ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและมีอิทธิพล แม้นว่าจะถูกกล่าวหาเป็นเพียงหุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะพี่ชายทำหน้าที่เป็น "เหนือเมฆ2" อยู่เบื้องหลังก็ตามที
2 ปีแรกต้องถือว่าอยู่ในช่วงของการฮันนีมูนเดินทางไปต่างประเทศกว่า 45 ประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชน ด้วยตั้งความหวังว่าจะสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นการส่งออก
แต่พอเข้าสู่ปีที่ 3 ต้องบอกว่าศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกด้วยพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นมลทินด้วยข้อครหาที่ว่าเอื้อประโยชน์กับพี่ชายด้วยการเอาประชาชนบังหน้า สารพัดม็อบออกมาต่อต้านเกิด "กปปส." มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นร่างทรงของมวลมหาประชาชนออกมาประท้วงเต็มถนนราชดำเนินอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เธอจำต้องประกาศยุบสภาหวังให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่เธอก็ยังกอด "ตุ๊กตานายกรัฐมนตรี" อยู่ในช่วงรักษาการณ์
จนถึงขณะนี้การเลือกตั้งก็ยังไม่เสร็จเพราะม็อบขัดขวาง ด้วยการตั้งธงต้องปฏิรูปการเมืองเน่าขจัดนักการเมืองโกงให้เสร็จก่อนถึงค่อยให้มีการเลือกตั้งถึงจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ไม่ใช่ธนาธิปไตย
ฝ่ายรัฐบาลและภายหนุนรัฐบาลภายใต้การนำของเพื่อพรรคไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงในภาพ นปช. ก็ตั้งกองกำลังต้านเพราะมีรัฐตำรวจอยู่ในมือ ปัญหาบานปลายถึงขั้นมีป้ายแยกประเทศเป็นประเทศล้านนาหรือสปป.ล้านนาปรากฏในหลายพื้นที่ภาคเหนือ แม้นว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายหนุนจะออกมาปฏิเสธก็ตามที
ในช่วงวิกฤตทางการเมืองนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุดเห็นจะเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่เธอสามารถอดทนต่อเสียงนกหวีดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้นว่าจะขึ้นไปทางเหนือและอีสานเพื่อรักษาหัวใจบ้าง ก็ต้องบอกว่าเธอได้บำเพ็ญขันติบารมีชั้นอุกฤษฏ์ หากเป็นคนอื่นอาจจะม้วนเสื่อไปนานแล้วก็ได้ ส่วนบารมีข้ออื่นเธอมีหรือไม่นั้นไม่ขอระบุในโอกาสนี้
สำหรับหลักธรรมข้อ "ขันติ" นี้ หากใครเรียนธรรมศึกษาตรีหรือบวชเรียนนักธรรมชั้นตรี ก็จะเห็นหัวข้อธรรมแรกๆที่เรียกว่า "ธรรมอันทำให้งาม" 2 อย่างคือ ขันติ ความอดทน และโสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม
ทั้งนี้พระพรหมคุณาภรณ์(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ได้อธิบายไว้ว่า "บุคคลผู้มีความอดทน ย่อมไม่มีอันตรายแก่ใครๆ มีแต่จะนำประโยชน์สุขมาให้แก่บุคคลผู้ที่คบหาเสวนาด้วยอย่างเดียว เพราะบุคคลผู้มีความอดทน ย่อมเป็นผู้มีมงคลคือเหตุแห่งความเจริญในตนอยู่แล้ว จะประ กอบกิจการทุกสิ่งล้วนทำด้วยปัญญาอันประกอบด้วยเหตุผลทั้งสิ้น อีกทั้งเป็นผู้หนักแน่น ไม่หวั่นไหวได้ง่าย
ส่วนบุคคลผู้ที่ไม่มีความอดทน ย่อมตรงกันข้าม คือ เมื่อได้ประสบกับอารมณ์ที่ไม่น่าพอใจเข้า ก็อาจจะแสดงกิริยาอาการอันไม่งาม ไม่น่าชมออกมาได้ทุกเวลา ทุกโอกาสสถานที่ และเมื่อเป็นเช่นนี้ การประกอบกิจการทุกสิ่งทุกอย่าง หรือการคบหาสมาคมกัน เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สุขต่อกันนั้น ก็ย่อมจะถึงกาลเสื่อมเสียไป
ขันติธรรม คือ ความอดทน ท่านจำแนกไว้ 3 ประการ คือ
ประการที่ 1 อดทนต่อความยากลำบาก หมายความว่า อดทนต่อทุกข เวทนาที่เกิดจากความเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะทุกชีวิตที่เกิดมาแล้ว ย่อมไม่พ้นจากความแก่ ความเจ็บ และความตายไปได้ จำต้องประสบพบกับบุคคลทุกประเภท ไม่ว่าจะยากจน หรือ ร่ำรวยก็ตาม ล้วนแล้วแต่ได้พบด้วยกันทั้งนั้น
ประการที่ 2 อดทนต่อความตรากตรำ หมายความว่า อดทนต่อความทุกข์ยากจากการทำงาน เพราะคนทุกคนจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ก็เพราะอาศัยอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งบุคคลจะได้สิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต ก็จะต้องขยันประกอบอาชีพการงาน แต่ถ้าบุคคลเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่ประกอบการงาน ก็จะมีความเป็นอยู่อย่างลำบาก หากมีความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านแล้ว ก็จะหาทรัพย์ได้ ดั่งพุทธพจน์ที่ว่า บุคคลผู้มีหน้าที่ หมั่นขยันทำสมควร ย่อมหาทรัพย์ได้"
เมื่อมีหน้าที่การงานแล้ว ควรเป็นผู้ขยันหมั่นเพียร ทำให้เหมาะสมกับหน้าที่ ไม่ทอดทิ้งการงานที่ได้รับมอบหมาย แต่ควรเพียรพยายามทำให้เต็มกำลังความสามารถและสติปัญญา
การประกอบอาชีพการงานนั้น ย่อมประสบกับอุปสรรค ท่านที่มีปัญญาสามารถ ต้องการที่จะได้รับประโยชน์และความสุข ก็ไม่ควรทอดทิ้งหรือท้อถอย ควรใช้ความอดทนเป็นเบื้องหน้า ก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้
ประการที่ 3 อดทนต่อความเจ็บใจ หมายความว่า อดทนต่อความโกรธที่มากระทบกระทั่ง เพราะบุคคลทุกคน จะอยู่คนเดียวลำพังไม่ได้ ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว ตลอดถึงเป็นประเทศชาติ
บุคคลผู้อยู่ร่วมกันเช่นนี้ บางครั้งอาจมีความกระทบกระทั่งกัน ทะเลาะวิวาทบาดหมางกันบ้าง เพราะต่างก็มีกิเลสอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดความอดทนแล้ว ความทะเลาะวิวาทบาดหมาง ก็จะแตกแยกแผ่ขยายกว้างออกไป จนทำให้เสียหน้าที่การงานได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ประโยชน์สุขก็จะไม่เกิดขึ้น
ดังนั้น ผู้ที่มีขันติธรรม คือ ความอดทน เป็นผู้ปราศจากเวร นอกจากจะเป็นที่รักใคร่นับถือสำหรับมนุษย์ทั้งหลายแล้ว ยังเป็นที่รักใคร่นับถือของทวยเทพเทวดาทั้งหลาย ย่อมสามารถนำประโยชน์สุขมาให้แก่ตนเองและคนเหล่าอื่นได้อีกด้วย"
สำหรับขันตินี้ประกอบอยู่ในหมวดธรรมหลายแห่งด้วยกันอย่างเช่นทศพิธราชธรรมหลักะรรมของผู้นำหรือในบารมี 10 ประการที่พระโพธิสัตว์ต้องบำเพ็ญให้ครบบริบูรณ์ถึงจะบรรลุธรรมได้ ซึ่งในบารมี 10 ประการนี้แบ่งความเข้มข้นเป็น 3 ชั้น คือ บารมีต้น อุปบารมี ปรมัตถบารมี ซึ่งปรมัตถบารมีนั้นถือเป็นขั้นอุกฤษฏ์ที่มีความอดทนที่สมบูรณ์
ขันติที่น.ส.ยิ่งลักษณ์บำเพ็ญอยู่ขณะนี้คือความอดทนต่อความเจ็บใจ แต่ถ้าหากเธอหมดความอดทนจากที่มีขันติก็อาจจะกลายเป็นขันแตก ก็เท่ากับเป็นการขาดธรรมที่ทำให้งามไป เมื่อถึงตอนนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเธอควรจะคำนึงจุดนี้ด้วย เพราะว่าชีวิตคนที่สมบูรณ์ย่อมมีค่ามากกว่า "ตุ๊กตานายกรัฐมนตรี" เป็นแน่แท้



