สื่ออินเดียตีข่าว!จัดใหญ่แห่พระธาตุวันมาฆะ
สื่ออินเดียตีข่าว!จัดใหญ่แห่พระธาตุวันมาฆะ วัดไทยกุสินาราสานสัมพันธ์สองประเทศ : สำราญ สมพงษ์รายงาน(FB-samran sompong)
วันมาฆบูชาปีนี้ถือว่ามีความพิเศษเนื่องจากตรงกับวันวาเลนไทน์จึงมีการเรียกขานว่า "วันวาเลนไทน์-วาเลนพุทธ" ชาวสวนก็เร่งผลิตดอกกุหลาบให้เพียงพอขณะที่ดอกบัวนั้นดูจะเงียบๆอยู่
ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินอกจากจัดกิจกรรมตามปกติอย่างทุกปีที่พุทธมณฑลแล้ว ยังมีการมอบรางวัล "ผู้นำพุทธโลก" ส่วนผู้รับมอบบางรูปคนจะเหมาะสมเพียงใดนั้นในเบื้องต้นนี้ก็ต้องใช้มุทิตาจิตในพรหมวิหาร 4 เป็นที่ตั้ง
แต่สำหรับพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาลภายใต้การนำของพระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาในฐานะหัวหน้า จะจัดพิธีแห่พระบรมสารีริกธาตุที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุศินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ ระหว่างวันที่ 13-14 ก.พ.นี้
จากการติดตามเฟซบุ๊กท่านคมสรณ์ ข่าวสารงาน-พระธรรมทูตอินเดีย ของพระครูปรัยัติโพธิวิเทศ (ดร.พระมหาคมสรณ์ ) เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร ได้ทราบการเคลือนไหวอย่างต่อเนื่องในการเตรียมการจัดงาน อย่างเช่นการประชุม 24 สถานศึกษาเมืองกุสินาราที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากสื่อประเทศอินเดียรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง
อย่างเช่นหนังสือพิมพ์อินเดีย ไดนิก ชาครัน ได้รายงานว่า การเตรียมงานแห่พระธาตุมีการประกวดร้องเพลงสรรเสริญพระพุทธเจ้า เช่น เพลงพระองคุลีมาล พุทธคีตัญชลี จัดแข่งกีฬาชุมชนสัมพันธ์ จัดนักเรียนร่วมขบวนโรงเรียนละ 150 คน นักศึกษาวิชาทหาร 250 คน แจกมหาทาน แจกวัว ผ้าห่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง เปิดโรงพยาบาลรักษาคนไข้ฟรี และอื่น ๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เป็นต้น
ทั้งนี้พระมหาคมสรณ์ได้ระบุถึงพิธีแห่พระบรมสารีริกธาตุว่า 1. เพื่อถวายการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเทศกาลประจำปีที่กุสินาราเมืองแห่งเริ่มปฐมการแจกพระธาตุ 2.เพื่อประกาศพระเกียรติคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ปรากฎแก่นานาชาติ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาแห่งพระบรมสารีริธาตุองค์สำคัญนี้ 4. เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธบริษัทผู้ศรัทธาทั่วไปได้บูชาพระบรมสารีริกธาตุอย่างใกล้ชิด 4. เพื่อได้โอกาสแห่งการบำเพ็ญบารมี ศีล ทาน ของพุทธศาสนิกชนให้ปรากฎ 5. เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกชาวเมืองกุสินาราให้เกิดความรัก เห็นความสำคัญยิ่งแห่งพุทธสถานแดนมหาปรินิพพานแห่งนี้ 6.เพื่อสร้างเสริมเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย -อินเดีย ให้สืบทอดต่อไปตราบนานเท่านาน
จุดที่น่าสนใจก็คือว่านอกจากจะเป็นการดำเนินการของพระธรรมทูตที่เป็นคนไทยแล้วยังมีรัฐมนตรี ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และชาวอินเดียเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดพิธีครั้งนี้ด้วยอย่างเช่นได้เชิญ Shree Bhrama Sangkar Tipathi Home Guard Minister / Vacational Education รัฐมนตรีศึกษาศิลปาชีพและรมต.มหาดไทย รัฐยู.พี. มาร่วมงาน ซึ่งได้ตอบรับด้วยความยินดี
พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างมหากุศลแจกผ้าห่มกันหนาวและข้าวสารแก่ผู้ยากไร้ 1,000 ชุด ให้เป็นมหาทานบารมี จำนวน 1,000 ชุดๆ ละ 500 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมของคณะสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ที่จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี ภายในงานด้วย ตามนโยบายกิจกรรมนำศาสนาสู่ชุมชน ทั้งนี้ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : พระครูปลัดคุณาวัฒน์ โทร +91 900 500 7063 , +91 900 500 7064 [email protected]
สำหรับวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปีพ.ศ.2537 ภายใต้ดำริของพระสุเมธาธิบดี อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุฯ โดยมีพระเทพโพธิวิเทศ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง มีกิจกรรมในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและบริการสังคมมากมาย
จากการที่ได้เดินทางไปประเทศอินเดียร่วมคณะนิสิตปริญญาโทสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) รุ่นที่ 1 (และกำลังรับสมัครรุ่นที่ 2อยู่ขณะนี้) ตามโครงการ "จาริกสันติธรรม สู่ดินแดนแห่งพุทธภูมิ" ประเทศอินเดีย-เนปาล จำนวน 40 รูป/คน ระหว่างวันที่ 16-26 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้การนำของพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการหลักสูตรดังกล่าว ได้เห็นภาพวาดพระมหาชนกภายในฝาผนังพระอุโบสถวัดแล้ว ทำให้รู้สึกว่าเป็นการผสมกลมกลืนระหว่างศิลปะไทยกับศิลปะอินเดียดียิ่ง สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการสร้างวัดต่างแดนได้เป็นอย่างดี
กิจกรรมของพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาลดังกล่าวน่าอนุโมทนาและสมควรได้รับสนันสนุนอย่างยิ่งสมกับที่ได้ตั้งปณิธานถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา



