
ก้าววิเวก(๔)อธิษฐานจิต
ก้าววิเวก(๔)อธิษฐานจิต : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา
มโนเสฎฺฐา มโนมยา
มนสา เจ ปสนฺเนน
ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ สุขมเนฺวติ
ฉายาว อนปายินี ฯ2ฯ
ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง
ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง)
ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจบริสุทธิ์
ความสุขย่อมติดตามเขา
เหมือนเงาติดตามตน
พอคิดได้ว่าน่าจะภาวนาอยู่กับพุทโธ คราวนี้ก็อยู่กับพุทโธตลอดเลย นานพอสมควร ราวสอง-สามชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายสองโมง รู้อยู่กับพุทโธอย่างเดียว จนเห็นว่า พุทโธ เป็นอย่างไร พุทโธละเอียดเป็นอย่างไรขนาดนั้น เข้าใจว่าจิตนิ่งเป็นอย่างไร พุทโธหายไปเป็นอย่างไร ลึกซึ้งอย่างไรก็รู้
คราวนี้ก็เดินไปบนไหล่ทางข้างถนนดำที่ไปนาแก เดินพุทโธๆ ไป จนประมาณสี่โมงกว่า ช่วงเย็นๆ มีรถรามากมาย โดยเฉพาะพวกรถใหญ่ รถบัส รถโดยสาร ถนนมันไม่กว้าง รถก็วิ่งไปมา เราไม่ได้สนใจเรื่องภายนอก สนใจอยู่แต่พุทโธอย่างเดียว ก็เดินข้างถนนไป รถก็บีบแตรไล่เสียงดังให้หลบ
มีรถบัสคันหนึ่งบีบแตรเสียงดังมาก เราก็พยายามไม่สนใจมัน แต่ในที่สุดพอจิตไปมอง ไปสนใจเสียงแตรแวบเดียว จิตก็ถอนจากความสงบมาพิจารณาดู อ้าวรถบัสก็ไปแล้ว จิตเราก็ถอนแล้ว เออ ...
นั่นคือเหตุครั้งแรก และเริ่มต้นภาวนาเป็น นี่คือจุดเปลี่ยนของการบวชมา ก็เข้าใจว่าจิตมันเป็นอย่างนั้นอยู่ ตอนนั้นดีใจ พอใจ เข้าใจว่า อ๋อ พระพุทธศาสนาเป็นอย่างนี้นี่เองนะ มันลึกซึ้งพอสมควร ดีมากด้วยซ้ำไป คนถึงได้เคารพนับถือ ขนาดแค่เราเห็นเท่านี้ เห็นผิวเผินขนาดนี้ ยังดีขนาดนี้ ถ้าเราเข้าไปลึกกว่านี้จะดีกว่าขนาดไหน
ถามตัวเองว่า สิ่งที่ดั้นด้นมาพอใจไหม พอใจ ประทับใจไหม ประทับใจ ดีใจไหม ดีใจ ภูมิใจไหม ภูมิใจ ก็เดินพุทโธไปจนวันที่ ๗ ถึงจุดหมายปลายททางที่พระธาตุพนมประมาณสองทุ่ม ความปีติมันเกิด บอกไม่ถูก
พอไปถึงพระธาตุพนมก็ตั้งจิตอธิษฐาน ที่ข้าพเจ้าตั้งใจมากราบ มานมัสการที่พระธาตุพนม ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความอุตสาหะพยายาม ด้วยความพากเพียร ข้าพเจ้าไม่ขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขอแค่มีครูบาอาจารย์เท่านั้นที่จะสั่งสอน ขอเท่านี้เอง ขอให้มีผู้บอก ผู้แนะ ผู้สั่งสอน แล้วนั่งภาวนาอยู่ตรงนั้น คนก็เยอะอยู่ ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลงานพระธาตุพนมพอดี หมาก็อยู่ด้วย
โยมทางบ้านที่เขาไปนมัสการพระธาตุพนมไปเจอเรา เขาก็เรียก "ครูบามายังไง เดินมาจากบ้านเหรอ"
"ใช่ เดินมาจนถึงนี่ ๗ วันพอดี"
"แล้วจะกลับยังไงล่ะ" โยมถาม
เราก็บอก "ยังไม่รู้"
"งั้นพรุ่งนี้กลับด้วยกัน" โยมบอก
เลยโชคดีได้กลับกับเขา กลับมาถึงบ้านเป็นวันพระแรม ๑๕ ค่ำพอดี กลับมาโกนผม จริงๆ ต้องโกนผม ๑๔ ค่ำ ตอนนั้นทั้งผอม ทั้งดำ เพราะตากแดด ลำบากมาก มานึกดู แต่ก็ดีมากทีเดียวที่ผ่านมาได้
(ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)



