พระเครื่อง

พระพุทธโสธรเหรียญนามสกุล๑๐ปีแห่งมหาพิธีพุทธาภิเษก

พระพุทธโสธรเหรียญนามสกุล๑๐ปีแห่งมหาพิธีพุทธาภิเษก

03 ก.พ. 2557

พระพุทธโสธรเหรียญนามสกุล๑๐ ปีแห่งมหาพิธีพุทธาภิเษก วัดโสธรวรารามวรวิหาร : พระองค์ครู ไตรเทพ ไกรงู

            "หลวงพ่อโสธร" เป็นพระพุทธรูปที่ชาวไทยให้ความเลื่อมใสศรัทธามาอย่างยาวนาน ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยความนิยมจากประชาชนอย่างมากมายทั่วประเทศ ทำให้มีการจัดสร้างเป็นเหรียญหลวงพ่อโสธร ที่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องให้ความสนใจ ซึ่ง พระหลวงพ่อโสธรเป็นที่นิยมในตลาดไม่ต่ำกว่า ๑๐ รุ่น แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เหรียญหลวงพ่อโสธรรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๐ ที่นับว่าเป็นสุดยอดวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร และถือได้ว่า "เป็นเหรียญพระพุทธที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศ"

            ส่วนเหรียญหลวงพ่อโสธรที่ขึ้นชื่อว่า "เป็นตำนานแห่งมหาพิธีพุทธาภิเษกของวัดโสธร" คือ "พระพุทธโสธร เหรียญนามสกุล" จัดพิธีอาราธนาพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และพระสงฆ์วัดต่างๆ ๑๐,๐๐๐ รูป ประกอบพิธีกรรมวันที่ ๑-๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ ณ พระอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อหาทุนอาคารหอฉันสร้างแล้วเสร็จ

            ในครั้งนั้นมหาวิทยาลัยได้ทูลขอพระมหากรุณาพระราชทานแต่งตั้งให้ นายสิทธิกร บุญฉิม หรือ เสี่ยอู๊ด เป็นประธานจัดหาทุนสร้างอาคารหอประชุมฯมูลค่า ๒๐๐ ล้านบาท มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลขอพระมหากรุณา นายสิทธิกรได้แต่งตั้งกรรมการ ๕๒ ท่าน โดยให้มหาวิทยาลัยขออนุญาตจากวัดโสธรวรารามวรวิหาร จัดสร้างพระเครื่อง

            การจัดมหาพิธีสร้างพระพุทธโสธร เหรียญนามสกุล โดยเมื่อ ๑๐ ปีก่อน พระพรหมบัณฑิตและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ทำสัญญาตกลงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อขอร้องให้นายสิทธิกร ป็นประธานจัดหาทุนและสร้างพระเครื่องพุทธโสธร เหรียญนามสกุล เพื่อหาเงินสร้างอาคารหอประชุม

            ขณะที่นายสิทธิกร กำลังดำเนินการสร้างพระเครื่องและเปิดการจัดจำหน่ายอยู่ พระพรหมบัณฑิตกลับให้ ดร.ชาติชาย ลงนามแทนออกเอกสารระงับโครงการ โดยปล่อยให้สำเนาเอกสารส่งถึงนักข่าวทำลายโครงการหาเงินและทำลายชื่อเสียงนายสิทธิกร ว่าฉ้อโกงขนเงินออกต่างประเทศ

            ต่อมาเมื่อนายสิทธิกร ได้มอบเงิน ๑๐๐ ล้านบาท พร้อมองค์พระพุทธโสธรจำลองหน้าตัก ๑๐๘ นิ้ว บัญชีทรัพย์สินของที่เหลือ บัญชีรายนามผู้ที่เช่าบูชาเหรียญนามสกุลเนื้อทองคำ และพระเครื่องเหรียญนามสกุลเนื้อเงินที่เหลือมูลค่า ๓๐๐ ล้านบาท ให้พระพรหมบัณฑิตและมหาวิทยาลัยนำไปจัดจำหน่ายต่อ 

            กาลเวลาผ่านมา ๑๐ ปี หาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับเงินไปสร้างหอประชุมแล้วกลับไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่เคยทำสัญญาไว้ทั้งหมด ที่สำคัญพระพรหมบัณฑิต ไม่ยอมนำรายชื่อผู้ที่เช่าเหรียญนามสกุลเนื้อทองคำ จารึกไว้บนฝาผนังอาคารหอประชุมตามที่เคยทำสัญญาตกลงไว้ 

            นอกจากนี้มหาวิทยาลัยไม่เคยเชิญนายสิทธิกร เข้าไปนั่งเป็นเกียรติในหอประชุม รวมทั้งพิธีเปิดหอประชุมก็ไม่กล่าวถึงนายสิทธิกรและเหรียญนามสกุล ที่สำคัญไม่ให้บันทึกชื่อของนายสิทธิกร บุญฉิม ในฐานะประธานจัดหาทุน ให้ปรากฏตามความเป็นจริงในประวัติการสร้างอาคารหอประชุม แต่มหาวิทยาลัยกลับเปลี่ยนไปนำชื่อผู้อื่นมาลงแทนว่าเป็นผู้ที่ให้เงิน ๑๐๐ ล้านบาท สร้างอาคารหอประชุมจนสำเร็จ

"}])