พระเครื่อง

ก้าววิเวก(๓)สะดุดใจ

ก้าววิเวก(๓)สะดุดใจ

30 ม.ค. 2557

ก้าววิเวก(๓)สะดุดใจ : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต

อุยฮยุญฺชนฺติ สติมนฺโต
น นิเกเต รมนฺติ เต
หํสาว ปลฺลวํ หิตฺวา
โอกโมกํ ชหนฺติ เต . . . ฯ ๙๑ ฯ

ผู้มีสติย่อมขยันขันแข็ง
ไม่ยึดติดแหล่งที่อาศัย
ละทิ้งไปตามลำดับ
เหมือนกับพญาหงส์ทิ้งสระน้ำ
(พุทธวจนในธรรมบท)

               ระหว่างการเดินครั้งแรกก็ฟุ้งซ่านไปตามประสาคนที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการธุดงค์อย่างแท้จริง ไปบางที่บิณฑบาตไม่ได้ข้าว ไม่ได้ฉันก็มี บางที่ก็ได้ฉัน แล้วแต่เขาจะใส่ให้ฉัน เดินไปวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ เวทนามาแล้ว เท้าเริ่มพอง แตก คราวนี้รู้แล้วว่าทำไมพระท่านจึงกลับกัน ตอนนั้นบอกตัวเองว่า เอ...ตัวเจ้าของนี้ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า!

               "รอดสิ ทำไมจะไม่รอดล่ะ แค่นี้ไม่ตายหรอก ใจมันสู้อยู่" บอกกับตัวเองอย่างนั้น

               ก็เลยออกเดินกลางคืนแทน เพราะกลางวันมันร้อน เดินบนยางมะตอยเท้ามันพองหมด น้ำเหลืองย้อย เวลาไปถูกดินร้อนๆ หรือหน้าแล้งเขาเผาป่า ไม้ที่เขาเผาทิ่มแผล มันก็เจ็บ เพราะอาศัยเดินกลางคืนเลยมองอะไรไม่ค่อยเห็น ก็เดินช้าหน่อย เราก็เดินตามทางเอา เพราะกลางคืนไม่มีคนอยู่แล้ว ทางก็ไม่ใช่ทางใหญ่ เป็นทางลูกรัง ทางถนนดินแดง มันก็ดีกว่า ช่วยลดความเจ็บปวดลงได้บ้าง เดินจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง ช่วงตีหนึ่งตีสองค่อยพัก แล้วออกเดินอีกทีประมาณสี่โมงเย็นของอีกวัน แดดร่มลมตกก็เดิน กลางวันก็อาศัยพักและนอน

               แผลที่เท้าก็หาผ้า หรือถุงมารัดไว้เพื่อไม่ให้แมลงมาเจาะตอนนอนหลับ เวทนามันมีมากก็ทนเอา เราเดินไปอย่างนั้นแหละ จนเข้าเขตสกลนคร ไปหลงดงภูพาน ถึงตอนสี่ห้าทุ่ม แต่ก็ออกมาได้ ชาวบ้านเขาหวังดี เขาไม่อยากให้ข้ามไป ค่ำแล้ว ให้พักที่นี่ก่อน เช้าฉันข้าวเสร็จแล้วค่อยข้ามไป มันอันตราย คนไม่เคยไป มีสิทธิ์หลงแน่ๆ แต่เขาก็บอกว่า ถ้าหลงให้เดินไปตามลำน้ำพุง ไปจริงๆ ก็หลงจริงๆ แต่โชคดีเป็นช่วงเดือนสว่างหน่อยพอไปได้ ก็เดินไปๆ

               มีหมาตัวหนึ่งที่ตามไปด้วย เป็นหมาจากวัดหลวงปู่ ไล่มันก็ไม่กลับ เดินไปจนถึงวันที่หก เข้าเขต อ.โคกศรีสุพรรณ และเข้า อ.นาแก แล้วไปรู้ไปคิดได้อย่างไร  มาสะดุดใจว่า เรามาทำอะไร

               ถามตัวเองอย่างนั้น ใจหนึ่งก็บอกว่า มาธุดงค์ไง ถ้าไม่เดินมาอย่างนี้จะให้ทำอย่างไร ก็คุยกับตัวเองต่ออีกว่า โอ้ย เดินอย่างนี้ใครๆ ก็เดินได้ สัตว์มันก็เดินได้ วัวควายที่เขาเอามาไถไร่ไถนาก็เดินได้ มันจะไปต่างกันตรงไหน เดินเฉยๆ อย่างนี้

               แล้วจะให้ทำอย่างไร ก็คุยกับตัวเองอีก ไปยืนสะดุดใจตัวเองอยู่ใต้ร่มไม้ตั้งนานพอสมควร เหมือนกับพักเหนื่อย ตอนนั้นแผลเริ่มดีขึ้น ก็คิดตอนนั้นว่า เดินไปก็ภาวนาไปด้วยสิ ภาวนาอย่างไร ก็ภาวนาพุทโธ คราวนี้แหละ พุทโธ ตลอดเลย ไม่คิดอะไร อยู่กับพุทโธอย่างเดียว

               (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า )
 

"}])