พระเครื่อง

"คมเลนส์ส่องพระ"วันอาทิตย์ที่21มิ.ย.

"คมเลนส์ส่องพระ"วันอาทิตย์ที่21มิ.ย.

21 มิ.ย. 2552

*** วันนี้...ปลอดจาก งานประกวดพระ แต่วันอาทิตย์หน้า มีงานยักษ์รออยู่แล้ว เป็น งานประกวดพระ ที่จัดโดย กองทัพภาคที่ ๑ งานนี้รางวัลพระชนะเลิศ คือ หนังสือ xxx รวมภาพพระเครื่องที่เซียนพระดังๆ มีไว้ในครอบครอง

 พร้อมกับประวัติโดยสังเขปของเซียนพระแต่ละท่าน หนังสือเล่มใหญ่ และหนามาก พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง ได้มาตรฐาน จัดทำโดยทีมงาน นิตยสาร พระท่าพระจันทร์ เรื่องคุณภาพจึงรับประกันได้ "คมเลนส์ส่องพระ" มีโอกาสได้เปิดดูหนังสือเล่มตัวอย่างแล้ว ต้องขอชมว่า ยอดเยี่ยมจริงๆ ใครอยากได้เป็นเจ้าของก็ต้องหาพระสวยๆ ไปส่งในงานนี้ให้ได้ และต้องเป็นพระสวยจริงๆ เท่านั้นถึงจะเข้ารอบชนะเลิศ เพราะงานนี้มีคนแห่กันไปส่งพระกันเยอะมาก...รับรอง

 ** ต่อเนื่องจากวันอาทิตย์ก่อน คือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง ของ ต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ที่ได้กรุณาให้ภาพมาหลายองค์ วันนี้เป็น พระพิมพ์ใหญ่ ที่สวยสมบูรณ์คมชัดมากๆ อีกองค์หนึ่ง และที่พิเศษคือ พระองค์นี้มี เกศ ที่ไม่เหมือนองค์อื่นใด เนื่องจากปลายเกศมีลักษณะเฉียงเล็กน้อย "พี่ต้อย" จึงเรียกชื่อพระองค์นี้ว่า "เกศสะบัด" สนนราคาเช่าหาต้องกว่า ๑๐ ล้านขึ้นไปอย่างแน่นอน

 ** พระกริ่งปวเรศ เป็นพระกริ่งองค์แรกที่สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า องค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อถวายเจ้านายชั้นสูง จำนวนไม่เกิน ๓๐ องค์

 ** อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ เขียนไว้ในหนังสือ พระกริ่ง (จัดพิมพ์โดยคณะ "มิตรอิศรเวช" ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๔) ว่า...มีผู้กล่าวกันว่า เนื้อพระกริ่งปวเรศ ส่วนหนึ่งได้มาจากเนื้อโลหะจากฐาน พระพุทธชินสีห์ (ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ทุกวันนี้) ตรงส่วนที่ชำรุด...โดยใช้ตำราการสร้างพระกริ่งของ สมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว สมัยกรุงศรีอยุธยา ปีที่สร้าง พระกริ่งปวเรศ น่าจะประมาณ พ.ศ.๒๔๑๗-๒๔๒๕ ซึ่งช่วงนั้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังทรงสมณศักดิ์ที่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์...

 ** นับเป็นอีกความคิดเห็นหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเรื่องของ พระกริ่งปวเรศ มีความเชื่อกันมาหลายกระแส แต่ที่แน่ๆ คือเป็นพระกริ่งที่หายากมากๆ และราคาแพงสุดๆ จนประมาณค่ามิได้ ขณะเดียวกันก็มีของหมุนเวียนในวงการน้อยมากเช่นกัน นานทีปีหนถึงจะพบเห็นพระกริ่งแท้ๆ สักองค์หนึ่ง องค์ในภาพนี้เป็นของ เช็ง สุพรรณ คนหนุ่มสายเลือดใหม่ ผู้กำลังก้าวไกลไปอย่างสุดๆ บนเส้นทางสายนี้
 ** พระกริ่งปวเรศ ถือเป็นองค์ที่สวยสมบูรณ์คมชัดมาก มีพุทธลักษณ์ที่เหมือนกับองค์ในพิพิธภัณฑ์วัดบวรฯ คาดว่าเป็นฝีมือแต่งโดยช่างคนเดียวกัน และเป็น พระกริ่งปวเรศ องค์แพงที่สุดเท่าที่มีการเปลี่ยนมือกันในทุกวันนี้

 ** วันนี้...ยังมี เบญจภาคีพระปิดตายอดนิยมเนื้อโลหะ จาก เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่ มาให้ชมกันอีก ๒ องค์ คือ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน ธนบุรี พิมพ์ยันต์ยุ่ง เนื้อสัมฤทธิ์ กับ พระปิดตาหลวงปู่ทับ วัดทอง บางกอกน้อย ธนบุรี พิมพ์เศียรบาตร เนื้อทองผสม ** พระเกจิอาจารย์ ๒ สำนักนี้อยู่ทางฝั่งธนบุรีเหมือนกัน และเป็นพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ในยุคสมัยเดียวกัน อีกทั้งพระปิดตาที่สร้างก็มีความละม้ายคล้ายกันมาก เป็นการสร้างโดยขึ้นหุ่นเทียนทีละองค์ และเททองหล่อทีละองค์ ที่เรียกว่า "เบ้าทุบ" องค์พระที่ได้จึงไม่เหมือนกันทั้งหมด จะแตกต่างกันตามแต่หุ่นเทียนที่ปั้นขึ้น  และลวดลายของเส้นยันต์ที่ติดกับองค์พระ

 ** ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของ พระปิดตา ๒ สำนักนี้ ดูกันที่ด้านหน้า คือ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ส่วนใหญ่จะ มีมือ ล้วงลงไปทางทวาร (ใต้ฐาน) ด้านหน้า และบางองค์ที่ด้านหลังก็มี องค์พระมีลวดลายของเส้นยันต์เต็มไปหมด จึงเรียกกันว่า "พิมพ์ยันต์ยุ่ง" ** ในขณะเดียวกัน พระปิดตา หลวงปู่ทับ ส่วนใหญ่ ไม่มีมือ ที่ล้วงลงไปที่ทวาร (ใต้ฐาน) ด้านหน้า แต่จะเป็นการเน้นที่เท้า ที่นั่งแบบขัดสมาธิขัดเพชร ที่บางท่านเรียกว่า "เล่นพระบาท" หรือ "โชว์เท้า" บางท่านเรียกว่า "โชว์แข้ง" ก็มี  นอกจากนี้ รอบองค์พระมีเส้นยันต์นูนแบบเส้นขนมจีน คล้ายกับ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม แต่คนละลวดลาย ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ พระปิดตาหลวงปู่ทับ หากดูด้านข้างจะเห็นองค์พระนั่งโน้มเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย ในขณะที่ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม จะนั่งตรงๆ

 ** พูดถึง ศิลปะ ต้องยกย่องว่า พระปิดตาหลวงปู่ทั้ง ๒ ท่านนี้ ต่างก็ออกแบบได้งดงามอลังการมากๆ ทุกซอกมุมเต็มไปด้วยอารมณ์ศิลปินที่สุนทรีย์จริงๆ ซึ่งยากจะหาได้ในพระปิดตาของสำนักอื่นใดมาเทียบได้ อีกทั้งพุทธคุณก็เลิศล้ำในทุกด้าน เนื่องจากทั้ง ๒ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมรอบด้าน จึงสมควรแล้ว ที่พระปิดตา ๒ สำนักนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ในชุดเบญจภาคีพระปิดตายอดนิยม ประเภทเนื้อโลหะ อย่างแท้จริง โดยมีการเช่าหาองค์หนึ่งๆ ในราคาหลักหลายแสนบาทขึ้นไป ** วันอาทิตย์หน้า "เสี่ยลิ้ง" ยังมี พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม สุดยอดพระปิดตาเนื้อเมฆพัด ที่เช่าหากันแพงที่สุด และ พระปิดตามหาอุด หลวงปู่ทับ วัดทอง พิมพ์ลูกอมยันต์ยุ่ง ซึ่งเป็นพระปิดตาที่แปลกตามาก...โปรดติดตาม

 ** หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง นอกจากจะมีพระปิดตาอันโด่งดังแล้ว ทางด้าน เหรียญรูปเหมือน ของท่านก็ติดอันดับ ชุดเบญจภาคีเหรียญยอดนิยม อีกด้วย คือ เหรียญรุ่นแรก ปี ๒๔๖๗ หลังยันต์ ๔ วันนี้มีภาพมาให้ชม เป็น พิมพ์ ๔ จุด เนื้อเงิน ของ ทวีศักดิ์ จันทโลหะวัฒน์ เจ้าของ หจก.การช่างเนรมิต กิจการโรงกลึงชื่อดังย่านพระประแดง ผู้สะสมเหรียญยอดนิยมดังๆ เอาไว้หลายเหรียญแล้ว **
 
 ** นพ.ภานุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) จ.เชียงใหม่ ได้พระดีมาอีกองค์ คือ พระชัยท่านเจ้ามา พิมพ์ฐานสูง สวยสภาพเดิมๆ ทุกอย่าง ทำให้ง่ายต่อการพิจารณา นับเป็น พระชัย ท่านเจ้ามา อีกพิมพ์ที่น่าสนใจเช่าหา ขนาดองค์พระเล็กกะทัดรัดน่ารักมาก แต่สรรพคุณเกินบรรยาย ชั่วโมงนี้ยังไม่แพงจนเกินเอื้อม ส่วนอนาคตสดใสแน่นอน เพราะพระแท้หายากเข้าทุกที ท่านที่มีโอกาสควรรีบหาไว้ใช้ แต่ไม่ต้องไปขอแบ่งจาก คุณหมอภานุเมศ เพราะท่านเก็บลูกเดียว จะมีก็แต่จะหาเพิ่มขึ้นเท่านั้น **
 
 ** ข่าวจาก ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ หรือ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ประธานชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ แจ้งว่า ขณะนี้ หนังสือ “เครื่องรางยอดนิยม” ฉบับสมบูรณ์ที่สุด ออกวางตลาดแล้ว ท่านที่สั่งจองไว้กำลังทยอยจัดส่งให้ หรือรับหนังสือได้ตามร้านที่สั่งจองไว้  สอบถามที่โทร.๐-๒๖๒๓-๕๕๓๓, ๐-๒๒๒๕-๒๕๕๖,๐๘-๑๖๔๐-๖๔๓๓ หนังสือปกแข็ง พร้อมกล่องใส่สวยหรู พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม หนา ๕๐๐ หน้า จัดพิมพ์เพียง ๓,๐๐๐ เล่ม เท่านั้น ทุกเล่มมีหมายเลขกำกับ ราคาเล่มละ ๒,๕๐๐ บาท  เครื่องราง เป็นส่วนหนึ่งของงานสะสมที่น่าสนใจ เป็นโบราณวัตถุอย่างหนึ่งที่เต็มไปด้วย ศาสตร์ และ ศิลป์ อันทรงคุณค่ายิ่ง ที่จะไม่มีโอกาสพบเห็นจากชนชาติอื่นใด นับเป็นผลงานรังสรรค์ ที่เกิดมาจากภูมิปัญญาของคนไทยแต่ครั้งโบราณกาล ที่คนรุ่นหลังควรจะได้อนุรักษ์เอาไว้ ด้วยความหวงแหน และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง **

 ** พระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สร้างสมัยเดียวกับ พระพุทธชินราช เมืองพิษณุโลก ต่อมาได้อัญเชิญลงมายังกรุงเทพฯ ปัจจุบันประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศน์วิหาร บางลำพู ท่านที่มีโอกาสผ่านไปทางนั้น ควรจะเข้าไปกราบสักการบูชาขอพร และชมความงดงามขององค์พระได้ ทางวัดเปิดพระอุโบสถอยู่เสมอ

 ** พระพุทธชินสีห์ นอกจะเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันงดงามแล้ว ยังมี พระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นพระเครื่องที่สร้างพร้อมกับ พระพุทธชินราชใบเสมา ที่ค้นพบจากกรุเดียวกัน คือ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เป็นพระเนื้อชินเงิน เหมือนกัน แต่ พระพุทธชินสีห์ มีจำนวนน้อยกว่า ราคาเช่าจึงแพงกว่า โดยเฉพาะองค์ที่สวยคมชัด อย่างองค์ที่เห็นนี้เป็นพระสภาพเดิมๆ หน้าตาคมชัดมาก ซึ่งพบเห็นได้ยากยิ่ง ความสวยสมบูรณ์ระดับต้องบอกว่า "สวยแชมป์" ได้เลย เป็นพระของ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ คนหนุ่มผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้หลายประเภท เพราะได้ตั้งใจที่จะเป็น "เซียนพระ" มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อ ศิริ คูวิบูลย์ศิลป์ เซียนพระรุ่นอาวุโส เจ้าของ พระรอด พิมพ์ใหญ่ กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน องค์ที่สวยสุดและแพงสุดของเมืองไทย **
 
 ** พระสวยอีกองค์ที่นำมาให้ชมวันนี้ คือ พระเปิม สกุลพระลำพูน เนื้อดินเผา ที่มีอายุความเก่ามากกว่า ๑ พันปี พุทธศิลป์สมัยปาละ เนื่องจากเป็นพระที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าพระรอด พระคง พระบาง และพระอีกบางพิมพ์อื่นในสกุลลำพูนด้วยกัน อีกทั้งเป็นพระที่พบเห็นบ่อยในสมัยก่อน จึงทำให้ พระเปิม มีราคาเช่าหาไม่แพงนัก โดยเช่ากันที่องค์ละไม่กี่พันบาท ต่อมาพระกรุพระเก่าเริ่มหายาก ทำให้ราคา พระเปิม ขึ้นไปอยู่ที่หลักหมื่น และหลักแสนในองค์ที่สวยคมชัดมากๆ อย่างองค์ที่เห็นนี้ สวยสมบูรณ์ ทุกซอกมุม ใบโพธิ์พลิ้วไสวครบทุกใบ หน้าตาคมชัดมาก รวมทั้งนิ้วมือก็ครบถ้วน ความสวยระดับนี้หายากยิ่ง เป็นพระของ ศักดิ์สิทธิ์ ประทีปมงคล นักธุรกิจแวดวงบันเทิง ผู้สรรหาแต่พระสวยเป็นหลัก

 ** สำหรับท่านที่เพิ่งหันมาสนใจ พระสกุลลำพูน หรือ พระเนื้อดิน อื่นๆ ควรจะหา พระเปิม สักองค์มาศึกษาหาความรู้ หากดูเนื้อดินจาก พระเปิม ได้ก็จะทำให้สามารถดูพระเนื้อดินอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจาก พระเปิม ที่มีสภาพเดิมๆ ดูง่าย โดยไม่ต้องเน้นความสวยเป็นหลัก พอจะหาเช่าได้ในราคาที่ไม่แพงนัก ขอให้เป็น พระแท้ ก็แล้วกัน ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนถึงจะมั่นใจ ก็ลองโทรไปได้ที่ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ โทร.๐๘-๑๔๙๘-๕๐๐๖ **

 ** เป็นเพราะงานในหน้าที่มีมาก จึงหายหน้าไปบ้างช่วงระยะที่ผ่านมา นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ และศัลยแพทย์สมอง ท่านหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญทางนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังเป็นนักสะสมพระหลักยอดนิยมผู้มีสายตาเฉียบขาดอีกด้วย ที่ผ่านมา คุณหมอทวีชัย นิยมสะสมพระกรุพระเก่าเป็นส่วนใหญ่ แต่พระของเกจิอาจารย์ยุคเก่าก็ไม่มองผ่าน รวมทั้งพระเกจิอาจารย์ในท้องถิ่นเมืองสิงห์บุรี มีโอกาสพบเห็นพระสวยคมชัดมากๆ ก็มักจะเช่าหาเอาไว้ อย่างเช่น หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งท่านได้สร้างพระไว้ไม่มากนัก โดยเน้นคุณภาพมากกว่า และที่ชาวเมืองสิงห์นิยมกันมาก ก็คือ พระลีลา หล่อโบราณ เนื้อสัมฤทธิ์ คุณหมอก็ไปได้มาองค์หนึ่ง สวยคมชัดมาก จนเห็นหน้าตาปากจมูกอย่างชัดเจน ซึ่งปกติพระพิมพ์นี้จะไม่ค่อยปรากฏรายละเอียดดังกล่าวมากนัก แต่พระองค์นี้มีครบ ในสภาพเดิมๆ ไม่ได้มีการเสริมแต่งแต่ประการใด แถมยังเป็นพระแบบตั้งได้ ที่ชาวเรียกกันง่ายๆ ว่า "ก้นถ้วย" จุดประสงค์เพื่อตั้งไว้เป็นพระบูชาขนาดเล็ก นั่นเอง

 ** ไพศาล ถิระศุภะ รอง ผอ.รง.ยาสูบ เคยเขียนถึงประวัติของ หลวงพ่อซวง ว่าท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๔๔๒ เป็นชาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี บวชเมื่ออายุได้ ๒๖ ปี ที่วัดโบสถ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดย หลวงพ่อเฟื่อง วัดสกุณาราม (วัดนก) อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้สร้าง พระพิมพ์สมเด็จวัดนก ที่วงการพระเครื่องรู้จักกันดี ** หลวงพ่อซวง ได้รับการถ่ายทอดการวิชาอาคมต่างๆ จาก หลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน อ.กงไกรลาส จ.สุโขทัย หลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา อาจารย์คำ ฆราวาสจอมอาคม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี  ท่านได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๐ สิริรวมอายุได้ ๖๙ ปี **

 

"}])