
'วันเด็ก'ที่วัดแคเมื่อ...เด็กเข้าวัดก็เข้าถึงธรรม
'วันเด็ก'ที่วัดแคเมื่อ...เด็กเข้าวัดก็เข้าถึงธรรม : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู ภาพกุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร
"งานวันเด็กแห่งชาติ" เป็นงานหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญโดยได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตนเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ในอดีตเราไม่ค่อยได้เห็นวัด พระ รวมทั้งหน่วยงานทางพุทธศาสนาออกมาจัดงานวันเด็กอย่างเป็นเรื่องราว แต่ปัจจุบันมีวัดหลายแห่งจัดงานวันเด็กได้ยิ่งใหญ่และมีเด็กมาร่วมงานนับพันคน โดยเฉพาะงานวันด็กที่วัดแค หมู่ ๑ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีพระครูไพศาลธรรมวงศ์ หรือพระครูโอ๋ เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้เปิดลานวัดเป็นที่จัดงานวันเด็ก มีการแจกรถจักรยาน ๒๐๐ คัน แจกรางวัล และมอบทุนการศึกษาไปกว่า ๒ แสนบาท
พระครูโอ๋เริ่มจัดงานวันเด็กครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นงานเล็กๆ แจกจักรยานประมาณ ๕๐ คัน เนื่องจากเป็นปีแรกมีเด็กมาร่วมงานในหลักร้อยคนเท่านั้น เมื่อเข้าสูปีที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวนจักรยานเพิ่มเป็น ๑๐๐ คัน พร้อมกับแจกทุนการศึกษา ๒ แสนบาท ปรากฏว่ามีเด็กมาร่วมงานประมาณ ๑,๒๐๐ คน แม้ในปีน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.๒๕๕๖ วัดจะถูกน้ำท่วมแต่วัดก็ยังคงจัดงานวันเด็ก และในวันเด็ก พ.ศ.๒๕๕๗ ซึ่งเป็นปีที่ ๕ แล้ว
ครั้งแรกเตรียมของขวัญไว้ให้เด็ก ๕๐๐ ชิ้น เช่น จักรยาน ๕๐ คัน ตุ๊กตาแบบต่างๆ ประมาณ ๑๐๐ ตัว พัดลม ๕๐ ตัว รวมทั้งขนมขบเคี้ยวต่างๆ แต่เมื่อถึงวันงานจริงๆ ปรากฏว่า มีเด็กมาร่วมงานเกือบ ๑,๐๐๐ คน จึงต้องเพิ่มของขวัญอีก แม้ว่าไม่ได้ตามจำนวนเด็กที่มาร่วมงาน แต่ก็เชื่อว่าอย่างน้อยก็สร้างรอยยิ้มและความสุขให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ไม่น้อย
“เมื่อ ๓๐ ปีก่อน อาตมานึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ทุกแห่งที่จัดงานจะมีรางวัลใหญ่เป็นรถจักรยาน ๒-๓ คันเท่านั้น แต่มีเด็กไปร่วมงานนับร้อยนับพันคน เมื่อรู้ว่าที่ไหนแจกจักรยานก็จะไปเข้าคิวรับสลากแต่เช้า รอถึงเย็นไม่เคยได้จักรยานเลยสักครั้ง เมื่อมีโอกาสจัดงานวันเด็กจึงเน้นแจกจักรยานเป็นหลัก” นี่เป็นแรงบันดาลใจในการจัดงานวันเด็กของพระครูโอ๋
สำหรับที่มาของปัจจัยที่สำหรับซื้อจักรยาน รวมทั้งมอบทุนการศึกษานั้น พระครูโอ๋บอกว่า เป็นปัจจัยที่ได้จากการรับกิจนิมนต์ และเป็นปัจจัยที่ได้มาจากงานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของวัดเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๖ โดยในปีนี้จะจัดวันอาทิตย์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ญาติโยมที่มาร่วมงานอย่างชัดเจนว่า เงินที่ได้จะนำไปสมบททุนจัดงานวัดเด็กในปี ๒๕๕๘ ญาติโยมก็อนุโมทนา
ในงานบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด" ของวัดแคนั้น ข้าวของเครื่องใช้ที่ญาติโยมนำมาถวายในวันงาน เป็นของที่พระนำไปใช้ไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน มุ้ง ขวดนม แป้ง ผ้าอ้อม เสื้อผ้า จักรยาน รวมทั้งอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ ทั้งนี้ทางวัดได้นำไปต่อบุญให้ผู้ที่ทำบุญ คือ มอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ที่ขอเข้ามา รวมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในเขต จ.สุพรรณบุรี
“ปัจจัยที่ใช้จัดงานวันเด็กนั้นไม่ใช่ของอาตมาสักบาทเดียว หากเป็นปัจจัยที่ญาติโยมมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งทำบุญในรูปแบบต่างๆ เมื่อพระเอาเงินทำบุญของโยมไปทำทานต่อ เท่ากับเป็นการต่อบุญ” พระครูโอ๋กล่าว
นอกจากจะแจกจักรยานเพื่อเด็กที่วัดแคด้วยตัวเองแล้ว พระครูโอ๋ยังมอบจักรยานให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งโรงในละแวกใกล้เคียงที่จัดงานวันเด็กด้วยแห่งละ ๕-๑๐ คัน ด้วยเหตุผลที่ว่า “จะแจกที่วัดหรือแจกที่โรงเรียนก็ถึงมือเด็กเหมือนกัน”
ทั้งนี้ พระครูโอ๋พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "อาตมาคิดอยู่เสมอว่า พระฉันข้าว ฉันขนมของพ่อแม่เด็กและชาวบ้านมากว่า ๓๖๕ วัน น้ำ ไฟ จีวร รวมทั้งปัจจัย ๔ ล้วนได้มาจากศรัทธาของพ่อแม่เด็กทั้งสิ้น เมื่อทุกอย่างได้มาจากศรัทธาชาวบ้านปีหนึ่งๆ เราจะเลี้ยงอาหารเด็กซึ่งเป็นลูกหลานของชาวบ้านไม่ได้เชียวหรือ”
พระนักทำมิใช่นักเทศน์
วิธีการดึงคนเข้าวัดมีหลายวิธี บางวัดใช้มรหรสพ บางวัดใช้พิธีกรรม ในขณะที่หลายวัดใช้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งศาสนสถานโบราณที่มีอยู่คู่วัดมาตั้งแต่ต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความสะดวกของที่จอดรถ ความสะอาดของบริเวณวัดโดยเฉพาะห้องน้ำ ที่สำคัญคือ ตู้รับเงินทำบุญนั้นต้องไม่มากจนเกินไปจนกลายเป็นว่าบังคับญาติโยมให้ทำบุญ
พระครูโอ๋บอกว่า ปัญหาหนึ่งของการเผยแผ่พุทธศาสนา คือ ทำอย่างไรให้คนเข้าวัด และเมื่อคนเข้าวัดแล้วพระต้องคิดต่อว่าทำอย่างไรจึงจะได้ข้อคิดสาระธรรมเล็กๆ น้อยๆ ติดตัวกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน แม้การเทศน์สอนญาติโยมเป็นหน้าที่หลักของพระ แต่อาตมาไม่ถนัด จึงขอเป็นพระนักทำมากกว่า คือ ทำอย่างไรให้คนเข้าวัด เมื่อคนเข้าวัดอย่างน้อยก็ได้เห็นธรรมะเล็กๆ น้อยๆ ที่เขียนเป็นคติธรรมสั้นๆ ไว้ตามต้นไม้ แค่จำคติธรรมได้ประโยคเดียวและนำไปใช้เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ในกรณีของการจัดงานวันเด็กก็เช่นกัน ปีนี้วัดแคจัดติดต่อกันปีที่ ๕ ซึ่งถือว่ากลายเป็นงานประจำปีอีกงานหนึ่งของวัดไปแล้ว อาตมามีความเชื่อว่าเมื่อถึงงานวัดเด็กที่จังหวัดสุพรรณบุรี เด็กๆ ที่รู้ข่าวว่าวัดแจกจักรยานก็จะรบเร้าผู้ปกครองให้พามาวัด เท่ากับว่าเด็กชวนผู้ใหญ่เข้าวัด เท่ากับว่าได้ถึง ๒ ต่อ คือ ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้าวัดในวันเดียวกัน
“การพูดเชิญชวนให้ผู้ใหญ่เข้าวัดนั้น ไม่ใช่เรื่องอยาก แต่การทำให้เด็กเข้าวัดเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า อาตมาจึงใช้จักรยานดึงเด็กเข้าวัดในวันเด็ก ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด ทุกๆ ปี จะมีเด็กเข้าวัดเพิ่มขึ้น” พระครูโอ๋กล่าวอย่างภูมิใจ
พร้อมกันนี้พระครูโอ๋ยังบอกด้วยว่า เมื่อครั้งที่งานบำเพ็ญกุศลอุทิศดวงวิญญาณทารกที่เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนดครั้งแรก ซึ่งมีสื่อและนักเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชนเด็กออกมาโจมดีอาตมาต่างๆ นานา โดยกล่าวหาว่าพิธีกรรมที่จัดขึ้นเป็นการส่งเสริมให้คนทำแท้งมากขึ้น และเมื่ออาตมาจัดงานวันเด็กและมีเด็กเข้าวัดมากขึ้นทุกๆ ปี คนที่เคยกล่าวหายังคิดอยู่อย่างนั้นหรือเปล่า



