
ยินยอมที่จะอ่อนแอ?
ยินยอมที่จะอ่อนแอ? : บาตรเดียวท่องโลก พระพิทยา ฐานิสฺสโร
ฝรั่งเศสอาจเป็นประเทศหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์ รักษาความเป็นธรรมชาติของป่าไม้ ตึก บ้านเก่าแก่ให้คงอยู่สภาพเดิมได้มากที่สุดประเทศหนึ่ง สร้างเท่าที่จำเป็นในการใช้สอย และต้องอนุญาตในทุกพื้นที่ก่อนจะสร้างบ้านหลังใหม่ แม้มีเงินแต่ถ้าเจ้าหน้าที่ดูแลท้องที่นั้นๆ เห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามกฎหมายพื้นที่ก็ไม่สามารถสร้างได้ เพราะแต่ละพื้นที่มีกฎหมายที่แตกต่างกัน เช่นในชนบทควรห่างกันประมาณเท่าไหร่ ควรมีจำนวนร้านค้ากี่ร้าน ควรสร้างใหญ่ประมาณไหน เพื่อความเป็นอยู่อย่างไม่ต้องแก่งแย่ง ต่ำต้อยหรือสูงกว่ามากเกินไป
เมื่อเราเดินทางแม้ไม่ไกลจากปารีส ที่เป็นเมืองหลวงหรือแม้แต่ในปารีสเอง ตึกเก่าๆ ที่ยังมีชีวิต มิใช่เป็นเพียงแค่การรักษาเพื่ออวดแต่สามารถอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ได้ ถนนหนทางในชนบทก็คงความเป็นธรรมชาติ และยังคงสงบร่มรื่น แต่คนฝรั่งเศสอาจหยิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่ทักทาย
ความเป็นอยู่ก็เช่นเดียวกัน อยู่กันอย่างประหยัดอดออม มีรถเก่าขับตามท้องถนนมากมาย ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ถึงแม้จะเป็นผู้นำทางแฟชั่น แต่ใช่ว่าคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่เสียเงินกับสิ่งเหล่านั้น คนเอเชียคือลูกค้าสำคัญรายใหญ่ที่กระทั่งอดทนเข้าแถวรอเพื่อจ่ายเงินให้สินค้าฟุ่มเฟือยราคาแพงเป็นเวลานาน หาใช่คนฝรั่งเศสไม่
ทุกพื้นที่ย่อมเกิดปัญหา หากจิตใจมนุษย์ไม่มีความพอใจ แม้ระบบจะดีแค่ไหน แต่เราก็ไม่สามารถตอบได้ว่าทุกชีวิตจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปารีสนับได้ว่ามีจำนวนขอทานเพิ่มขึ้นจำนวนมากในปัจจุบัน คนไร้ที่อยู่นอนข้างถนนก็เพิ่มขึ้น ปัญหาการประท้วงแรงงานต่างๆ ยังมีให้เห็นเสมอ
ชีวิตความเป็นอยู่ด้านพื้นฐาน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว คนไทยอยู่อย่างสบาย ฟุ่มเฟือยมากกว่าคนฝรั่งเศสหลายเท่า ในเขตชนบทไม่มีร้านสะดวกซื้อเปิด ๒๔ ชม.กลาดเกลื่อนเกือบทุกมุม ที่นี่สองทุ่มห้างตามต่างจังหวัดปิด ไม่บริการตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสามโมงและปิดทุกวันอาทิตย์ ไม่มีร้านขายอาหารตลอดตั้งแต่เช้าจรดมืดค่ำ ขณะที่รถอาจไม่ใช่หนึ่งบ้านหนึ่งคันอีกต่อไปสำหรับคนไทย รถใหม่ๆ วิ่งเกลื่อนถนน นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยติดนิสัยบริโภคเกินความจำเป็นอย่างไม่รู้ตัว เพราะมีสิ่งล่อให้เห็นอยู่ทั้งวัน ทั้งในสื่อโทรทัศน์ ตามท้องถนน ป้ายโฆษณา บนรถไฟฟ้าหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายในวิธีต่างๆ อีกทั้งระบบสังคมยังสนับสนุนให้เกิดการเสพเหล่านั้นด้วยให้กู้หนี้ยืมสินอย่างง่ายดายในหลายรูปแบบแม้ไม่มีกำลังพอในการรับผิดชอบ
เรากำลังทำให้จิตใจของเราอ่อนแอลงทุกวันๆ อย่างยินยอมด้วยดี เราไม่เห็นว่าเรากำลังทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสุขของเรายิ่งห่างไกลจากความสุขที่แท้จริงมากขึ้น เราหวั่นไหว ไม่มั่นคงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งภายในจิตใจและภายนอกของเราเพิ่มเรื่อยๆ ที่สำคัญเราเริ่มเสพติดความสะดวกสบายทางวัตถุเทคโนโลยีอย่างไม่ลืมหูลืมตา เราเริ่มอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่เป็น เราเริ่มฟังเสียงตัวเองน้อยลง เราทำให้จิตใจเราวุ่นตลอดทั้งวัน แม้เวลาที่ควรจะพัก
เมืองไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่ดีกว่า และผู้คนมีจิตใจเมตตา ยิ้มแย้มกว่าฝรั่งเศสมากมาย มีผลไม้รับประทานทั้งปี มีข้าวปลูกเอง มีอากาศที่ไม่หนาวจัด มีปัจจัยเอื้อเพียงพอที่จะทำให้เรามีความสุข แต่ตอนนี้เราแทบจำทางเข้าบ้านเราไม่ได้ ทุกที่มีแต่การสร้าง รอยยิ้มของเราลดลง ความเครียด ความทุกข์ ความโกรธ ความอยากมากขึ้น นั่นหมายถึงเราเมตตาต่อตัวเองน้อยลง แล้วเราจะเมตตาต่อคนอื่นได้อย่างไร เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เรากำลังเดินไปถูกทางหรือไม่?
คนไทยมีสิ่งมีค่ายิ่ง แต่กำลังสูญเสีย เพราะไม่เห็นคุณค่า!



