
คิดบวกมองแต่ดีในปีม้า๒๕๕๗
คิดบวกมองแต่ดีในปีม้า๒๕๕๗ : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพิสุทธิ์ เกรียงบูรพา เรื่อง ประเสริฐ เทพศรี ภาพ
ความคิดลบ (Negative Thinking) คือทัศนคติที่ติดเป็นนิสัยได้ง่าย คล้ายกับการแสดงความชมเชยเมื่อคนอื่นได้ดี (มุทิตาจิต) นั้น คิดได้ยากกว่า การซ้ำเติมเมื่อผู้อื่นผิดพลาด สังคมไทยเราทุกวันนี้ กระแสคิดลบ มาเยอะมากขึ้นไม่ว่าจะเจตนา หรือสถานการณ์พาก็ตาม การคิดลบ ก็มีส่วนพาจิตเราตกต่ำ ถือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมเช่นกัน
เขามีส่วน ดีบ้าง ช่างหัวเขา
แต่อยากเอา ส่วนที่เลว เขามีอยู่?
เพื่อประโยชน์ แก้คันปาก สำหรับกู
เอามากู่ แห่ประจาน อย่างเมามันส์
จ้องหาความ บกพร่อง ในตัวคน
เหมือนหา 'ขน' บนตัวโค ง่ายกว่า 'เขา'
มองแง่ดี มันฝึกยาก คนไม่เอา
จึงโง่เขลา เอาแต่เลว จับผิดกันฯ
ที่ผมแต่งกลอนล้อเลียนบทประพันธ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ ในเชิงประชดประชัน ก็เพื่อกระตุ้นให้คนในสังคม ย้อนกลับมาพิจารณาดูตน มากกว่าไปเพ่งโทษคนอื่น
หากเราเอง ได้ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัท บ่อยครั้งก็เผลอไปนินทา ว่าร้ายคนอื่นเหมือนกัน ซึ่งครูบาอาจารย์ เช่นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก็กล่าวสอนเสมอว่า ถึงแม้เขาผู้นั้นจะเลวจริงๆ แต่การที่เราไปกล่าวร้าย เพ่งโทษต่อเขา จิตเราก็พลอยตกต่ำ เป็นบาปไปด้วย
โดยเฉพาะในโลกไฮเทคอย่างทุกวันนี้ การสื่อสารดูจะว่องไว กว้างขวาง มากมาย หลายช่องทางการติดต่อด้วยกัน ไม่เฉพาะแค่การพูดคุยต่อหน้า หรือทางโทรศัพท์เท่านั้น แต่อาจครอบคลุมไปถึงการส่งข้อความ ไม่ว่าจะเป็นทาง Internet, E- mail หรือ smart phone; ไม่ว่าจะเป็น BBM, What’s app, twitter, face book, IG, Line เป็นอาทิ ดังนั้น การพูดจา จึงต้องสำรวมระวังให้มากขึ้นกว่าคนสมัยก่อนถึง ๒๐ เท่าทีเดียว มิฉะนั้น ท่านอาจจะสร้างวจีกรรม หรืออกุศลกรรมมากมายด้วยการสื่อสาร อันมีต้นตอมาจากการคิดลบนี่เอง จะพูด จะ post จะกระจายข้อมูลอะไร ไปถึงใคร โปรดท่องคาถาไว้ ...
อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด-อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา!!!
ปีใหม่แล้ว ปี ๒๕๕๗ เป็นปีม้า ในปีที่ผ่านมา หลายคนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เห็นแห่กันไปล้างพิษ ล้างตับ detox กันเป็นล่ำเป็นสัน ปีใหม่นี้ ก็อยากจะให้ย้อนหันมาใส่ใจ ล้างพิษ หัวจิตหัวใจ กันบ้าง, การคิดบวก มองแต่แง่ดี นี่แหละ สูตรพื้นฐานในการ Detox ล้างพิษออกจากจิตใจ ที่ดีที่สุด ลองเปลี่ยนมุมมองความคิด แง่ลบให้เป็นแง่บวก จะมีอานิสงส์มากครับ ดังเช่น
กรณีกองทัพประชาชน รวมพลกันไล่รัฐบาล เพื่อปฏิรูปบ้านเมืองให้ปราศจากคอร์รัปชั่น ทำกันมา ๒ เดือนกว่าแล้ว ยังไม่เห็นรัฐบาลจะละอายใจ ลาออก ถอนตัวเลย?
หากจะมองในแง่ดี ก็คือ อย่างน้อย พวกเราก็ได้ตั้งเวที ชี้แจง ให้ความรู้ประชาชนในวงกว้าง มาเป็นเวลา ๒-๓ เดือน เวทีราชดำเนิน จึงเปรียบเสมือนห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งมีครูบาอาจารย์ สลับกันมาให้วิชาการ ตั้งแต่ เศรษฐศาสตร์, รัฐศาสตร์, ศิลปศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, บริหาร-การเงิน ฯลฯ คนไทยจะฉลาดขึ้น ก็โอกาสนี้แหละ นี้ถือเป็นมิติหนึ่งของการมองโลกแง่ดี เป็นบวก
คุณแม่เพื่อนผมคนหนึ่ง บ้านอยู่แถวบางกะปิ หลังบ้านติดกับถนน ช่วงหัวโค้ง เลนสวนกัน บ่อยครั้งได้ยินเสียงรถเบรก เอี๊ยดอ๊าด เพราะแล่นมาเร็ว บางครั้งก็มีการชนกัน อยู่เป็นอาจิณ เมื่อไหร่ที่คุณแม่เขาได้ยินเสียงรถเบรกดังเอี๊ยดสั้นๆ เธอก็จะพูดว่า ... ดีนะ ที่เบรกทัน (ไม่เกิดอุบัติเหตุ)
เมื่อไหร่ ได้ยินเสียงเบรกเอี๊ยดยาวๆ ตามด้วยเสียงโครม เพื่อนบ้านแห่กันไปดู แล้วมารายงานคุณแม่ว่า รถคู่กรณีพวกนั้น ชนกันเล็กน้อย ไม่มีผู้บาดเจ็บ เธอก็จะพูดว่า ดีนะ แค่รถเสียหาย ไม่มีคนเป็นอะไร
เมื่อไหร่ ได้ยินเสียงเอี๊ยด โครมหนักกว่าเดิม ต้องหามคนเจ็บเข้าไอซียู เป็นการด่วน คุณแม่ยังพูดในเชิงบวกได้อีกว่า ดีจัง ที่ไม่มีใครตาย
และนานทีมีหน เกิดเสียงดังโครม ชนกันวินาศสันตะโร หลายคันด้วยกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย เชื่อไหมครับ คุณแม่เพื่อน ยังคิดบวกได้ โดยเธอพูดแค่ว่า ก็ยังดี ที่มีผู้รอดชีวิต!!!
พวกเรายกให้เธอเป็นปรมาจารย์แห่งการมองโลกในแง่ดี หรือ Master of Positive Thinking! นับถือ นับถือ ซึ่งอันที่จริง การมองโลกในแง่ดี การคิดบวกนั้น ฝึกได้ครับ นักจิตวิทยา เคยกล่าวไว้ว่า พฤติกรรมใด หากฝึกสะสม ต่อเนื่องกันนานกว่า ๓๐ วัน จะกลายเป็นนิสัย ของคนคนนั้น กรณีคุณแม่เพื่อนผม เธอคงฝึกมาเป็น ๓๐ ปีแล้วล่ะ จึงรับมือได้ทุกเหตุการณ์ พลิกเป็นมุมมองที่เป็นบวก ได้อย่างน่ารักเสมอ นี้เป็นอีกกรณีหนึ่ง
การมองโลกในแง่ดีนั้นจำเป็นในทุกสถานที่ แม้กระทั่งในวัดเองก็ตาม เพราะทิฏฐิมานะนั้นไม่เข้าใครออกใคร มีกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์บางรูป หรือผู้ปฏิบัติธรรมบางคน ที่สวนโมกข์ฯ สมัยหนึ่ง ท่านอาจารย์พุทธทาส จึงประพันธ์เป็นกลอน ซึ่งถือเป็น Master piece ของคนไทย (ที่ผมล้อไว้ในข้างต้น นั่นแหละ) ให้ชาววัด ทั้งคนในหรืออาคันตุกะไว้ใช้พิจารณากันเอง จะได้ไม่เพ่งโทษคนอื่นเขา เอาใจใส่ในทัศนคติ ความคิดบวก ความว่า
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ



