
ชาวสังคมออนไลน์เกินครึ่งสวดมนต์ข้ามปี
'บ้านสมเด็จโพลล์' เผย ชาวสังคมออนไลน์เกินครึ่งฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี 'มจร-ททท.'จัด'วิถีไทยวิถีพุทธ'
เมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "บ้านสมเด็จโพลล์" เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ต่อเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ จากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชน จำนวนทั้งสิ้น ๑,๑๓๗ กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ ซึ่งผู้ที่สามารถเข้าถึงแบบสอบถามออนไลน์ผ่านการส่ง Link ของแบบสอบถามออนไลน์ไปยังผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์โดยตรงและการแชร์ ไปยังกลุ่มตัวอย่างจนครบตามจำนวน
นายสิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะฉลองเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ที่วัด / สวดมนต์ข้ามปี ร้อยละ ๕๑.๕ อันดับหนึ่ง ไม่ออกไปไหน/อยู่บ้าน ร้อยละ ๒๓.๙ อันดับสอง ไม่แน่ใจ ร้อยละ ๑๓.๕ อันดับสาม งาน Count down ร้อยละ ๙.๒ อันดับสี่ และอื่นๆ ร้อยละ ๑.๙ เป็นอันดับสุดท้าย ทำให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สนใจที่จะไปวัดเพื่อสวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
'มจร-ททท.'จัดสวดมนต์ข้ามปี'วิถีไทยวิถีพุทธ'
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, รศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะเลขานุการของการจัดงานฯ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี วิถีไทยวิถีพุทธ ณ อุโบสถกลางน้ำ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. จนถึง เวลา ๐๐.๓๐ น. โดยกิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการปฏิบัติธรรม การภาวนาเพื่อสันติ การบรรยายธรรม การชมนิทรรศการ การรำอวยพรปีใหม่ และการทำบุญตักบาตร
“เสียงสวดมนต์ คือเสียงแห่งสันติภาพ เรามาร่วมเปล่งเสียงแห่งสันติภาพด้วยการเปล่งเสียงสวดมนต์ให้ดังก้องกังวานขึ้นภายในจิตใจ และสังคมไทย ฉะนั้น กิจกรรมที่เป็นหัวใจของการจัดงานคือ “การสวดมนต์ข้ามปี” ซึ่งจะเริ่มต้นสวดมนต์หมู่ร่วมกัน บทสวดมนต์ที่สำคัญประกอบด้วยบทเมตตาหลวง ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร บทมหาสมยสูตร และบท ๑๒ ตำนาน และจบท้ายการสวดมนต์ข้ามปีด้วยบทชัยมงคลคาถา ซึ่งเป็นบทที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศชัยชนะอย่างแท้จริงในการต่อสู้กับกิเลสจนบรรลุความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมโพธิญาณ” พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
ทั้งนี้ พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี ในฐานะประธานจัดงานฯ ได้เมตตาเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาเพื่อเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิตในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เรื่อง “ก้าวข้ามปีใหม่ด้วยใจจึงเป็นสุข” นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนจะได้กราบสักการะสิ่งมหัศจรรย์ ๕ อย่างภายในมหาจุฬาฯ คือ พระบรมสารีริกธาตุ เสด็จพ่อร. ๕ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา หลวงพ่อพระพุทธโสธร และอุโบสถกลางน้ำที่เป็นมรดกธรรมของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุที่อลังการด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางปราบมารชมพูบดี
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเห็นความสำคัญของการจัดสวดมนต์ข้ามปีวิถีไทยวิถีพุทธ จึงได้สนับสนุนงบประมาณ และบุคลากรเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้การจัดงานโดยการออกแบบบรรยากาศ และรูปแบบของการจัดงานให้ยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนอาจารย์คฑา ชินบัญชรพร้อมลูกศิษย์มาร่วมกิจกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมหากุศลครั้งนี้ประมาณ ๓,๐๐๐ คน
“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งหวังให้พุทธศาสนิกชนได้ใช้ช่วงเวลาอันทรงคุณค่าเที่ยวไปในดินแดนแห่งธรรมด้วยการสวดมนต์ที่ถือได้ว่าเป็นหลักธรรมสำคัญซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิตด้วยความรู้ ตื่น และเบิกบานต่อการก้าวข้ามศักราชใหม่” นางวิไลวรรณกล่าว
การจัดงานครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์หมู่จะได้รับของที่ระลึกเพื่อความเป็นสิริมงคลจำนวนมากจากพระราชวรเมธี, ดร. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร อีกทั้งได้รับความสะดวกในด้านอื่นๆ เช่น อาหาร สถานที่สวดมนต์ หนังสือสวดมนต์ และรถรับส่งทั้งไปและกลับ โดยขึ้นได้ที่ข้างตึกแดง บริเวณสนามหลวง บริเวรอนุเสารีย์ชัยสมรภูมิ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานไม่ต้องต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นตลอดกิจกรรม ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข ๐๓๕ ๒๔๘ ๐๙๘ และ ๐๘๓ ๕๔๖ ๐๙๔๙ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mcu.ac.th หรือ https://www.facebook.com/mcunewyear2557



