
พระพรหมสุธีพระผู้สืบทอดปณิธาณธรรม'สมเด็จฯเกี่ยว'
พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) พระผู้สืบทอดปณิธาณธรรม 'สมเด็จฯ เกี่ยว อุปเสโณ' : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
พระพรหมสุธี หรือที่รู้จักกันในนามเจ้าคุณเสนาะ เจ้าคณะภาค ๑๒ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ปัจจุบันอายุ ๕๖ พรรษาที่ ๓๖ ได้รับสถาปนาแต่งตั้งชั้นเป็นชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ ขณะที่มีอายุเพียง ๔๘ ปี พรรษาที่ ๒๘ ซึ่งต้องถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์กับการที่ที่มีอายุไม่ถึง ๕๐ ปี
ผลแห่งงานอันโดดเด่น พระพรหมสุธี พลีขานรับ ขับเคลื่อนสนองรับผิดชอบในตำแหน่งเลขานุการ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จวบจนวาระสุดท้ายแห่งการละสังขาร ท่านได้ทำหน้าที่สำคัญ จัดงานสวดพระอภิธรรมอย่างสมเกียรติหลวงพ่อสมเด็จฯ ตลอดระยะเวลา ๑๐๐0 วัน โดยไม่ขาดตกบกพร่อง พรั่งพร้อมเจ้าภาพและศิษยานุศิษย์แห่แหนแน่นขนัดทุกคืน ยืนยันถึงบุญญาบารมีทั้งที่มีต่อหลวงพ่อสมเด็จฯ
ระหว่างที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ยังมีชีวิตอยู่นั้น พระพรหมสุธี คือ หนึ่งกำลังสำคัญที่ให้การสนับสนุนผลักดันการงานและกิจกรรมต่างๆ ในทางพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าถาวรสำเร็จเป็นรูปธรรมจำนวนมากมายหลากหลายผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยได้ใช้ประสบการณ์ทำหน้าที่ต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะเลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ถือเป็นภาระอันใหญ่หลวงที่ต้องละเอียดถี่ถ้วน แม่นยำในทุกภาคส่วน บกพร่องไม่ได้เลยแม้เพียงเล็กน้อย
คณะกองงานที่นำโดยพระพรหมสุธี ได้ปฏิบัติงานแบ่งเบาภาระอันสำคัญต่างๆ มาโดยตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนี้ ทุกงานที่ได้รับมอบหมาย เป็นที่วางใจท่านเจ้าประคุณหลวงพ่อสมเด็จฯ เป็นกำลังสำคัญอันดับหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ รวมถึงตำแหน่งภายในวัด ฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นหูเป็นตาพัฒนาถาวรวัตถุและพระลูกวัดให้อยู่ในพระธรรมวินัยที่เคร่งครัด จัดการทุกเรื่องที่เป็นปมปัญหาให้คลายกลายเป็นสุขได้ในทุกเรื่อง
รวมถึงภาระหน้าที่นอกวัด ในฐานะพระนักปกครอง หลักสำคัญที่พระพรหมสุธีทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่เสมอมานั่น คือการดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค ๑๒ ที่ต้องดูแลพระสงฆ์ในปกครองทั้ง ๔ จังหวัดด้วยกันคือ ปราจีนบุรี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มอบให้รับตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
พระพรหมสุธี เน้นเรื่องความกตัญญูกตเวทีเป็นสำคัญ โดยเฉพาะความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ เฉกเช่น ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ผู้เปรียบเสมือนพ่อผู้ให้ความเมตตากรุณาปราณีทั้งชีวิต รวมถึงวิถีปฏิบัติในทุกปีที่พระพรหมสุธี ท่านจะกลับบ้านเกิดไปที่วัดสามเรือน เพื่อทำบุญครบรอบวันมรณภาพของพระอาจารย์ชุบ พระผู้มีคุณทำให้มีวันนี้
จากการทุ่มเททำงานทุกๆ ด้าน มหาเถรสมาคมมีมติตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัน
เสนาะ ปญฺญาวชิโร
“เสนาะ ฝังมุข” เป็นชื่อและสกุลเดิมของเจ้าคุณเสนาะ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐ พื้นเพเป็นคน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจน หลังเรียนจบชั้น ป.๔จากโรงเรียนวัดสามเรือน โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับพระอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๒
สามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและเรียนหนังสือ ศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วยดีโดยตลอด และได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๑๒ ณ วัดสระเกศ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ปญฺญาวชิโร” มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม
หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ดูแลงานปกครองดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง
ในด้านการศึกษานั้น พ.ศ.๒๕๒๕ สอบได้พุทธศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งในปีเดียวกันนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่งานควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐2 ปี จากนั้น พ.ศ.๒๕๒๗ ได้เดินทางไปประเทศอินเดีย เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท คณะสังคมวิทยา
ส่วนลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นพระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ ฐานานุกรมในพระพรหมคุณาภรณ์ (สมเด็จพระพุฒจารย์ ในปัจจุบัน) หลังจากนั้นก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระปัญญาวชิราภรณ์” พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นพระราชา คณะชั้นราชที่พระราชสิทธิมงคล
พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพโสภณ" พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ "พระธรรมสิทธิเวที" และเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นรองสมเด็จในราชทินนาม ‘พระพรหมสุธี’
ร่วมบุญทอดผ้าป่า“เพื่อเพื่อนได้ปฏิบัติธรรม”
“บ้านธรรมนำใจ” เริ่มต้นโครงการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๑ โดยแนวคิดหลักคือต้องการให้มีศูนย์ปฏิบัติธรรมที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่ทุกคนสามารถมาปฏิบัติธรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถดูและสอบถามเรื่องการปฏิบัติได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งมาเข้าปฏิบัติได้โดยไม่ต้องลางาน เพราะมาลงทะเบียนเข้าปฏิบัติในเวลาไม่เกิน ๓ ทุ่มของวันศุกร์ได้
ความแตกต่างและจุดเด่นของการปฏิบัติธรรมที่ "บ้านธรรมนำใจ" คือ ๑.ไม่ต้องลางานในวันศุกร์เพื่อเดินทาง ๒.สามารถเดินทางมาได้หลากหลาย รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี และรถไฟฟ้าใต้ดิน ๓.ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีตู้รับบริจาค ๔.รับคนจำนวนน้อยเพื่อที่จะได้สอบถามทำความเข้าใจในการปฏิบัติได้ง่าย
และ ๕.เน้นเรื่องการปฏิบัติ และการนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน
เนื่องด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มีสูงมากของบ้านธรรมนำใจ จึงต้องการความสนับสนุนจากผู้ที่เห็นความสำคัญ มาร่วมช่วยกันผลักดันให้ "บ้านธรรมนำใจ" สามารถเปิดดำเนินการจัดอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้เช่นนี้ต่อไป โดยจัดทำเป็นโครงการผ้าป่าสามัคคี “เพื่อนบ้านปันน้ำใจ เพื่อเพื่อนได้ปฏิบัติธรรม”
ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของ “บ้านธรรมนำใจ” ได้ที่ชื่อบัญชี พระทองสุข ฐิตสีโล ธนาคารกสิกรไทย บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว หมายเลขบัญชี ๗๓๐-๒-๘๖๓๑๕-๐ หากต้องการใบอนุโมทนาบัตรเพื่อหักภาษีประจำปี ๒๕๕๖ นี้ ขอความกรุณาแจ้งชื่อ นามสกุล วันที่โอน ไปที่ [email protected] หรือ facebook.com/baandhamnamjai หรือ ๐๒ ๒๒๒ ๐๕๙๘



