พระเครื่อง

‘ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย’ศรัทธาที่มั่นคงของชาวล้านนา

‘ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย’ศรัทธาที่มั่นคงของชาวล้านนา

03 พ.ย. 2556

‘ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย’ความศรัทธาที่มั่นคงของชาวล้านนา : บุญนำพา

             ปฐมบท “ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย” เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ “หลวงศรีประกาศ” ได้พา “หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์” ขึ้นไปพักที่บ้านพักบนดอยสุเทพ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ คงจะรำคาญ เพราะเป็นชาวกรุง บ้านพักบนดอยสุเทพตอนกลางคืนลำบากมาก อีกประการหนึ่งบนดอย
สุเทพยังไม่มีไฟฟ้า ท่านได้ปรารภกับหลวงศรีประกาศ ขอให้หาวิธีนำไฟฟ้าขึ้นไปใช้บนดอยสุเทพ

             หลวงศรีประกาศ รับปากโดยบอกว่าจะไปปรึกษากับ “ครูบาศรีวิชัย” สมัยนั้น กำลังบูรณะวัดสวนดอกอยู่ การติดต่อกับครูบาศรีวิชัย ครั้งนั้นท่านได้ผัดเวลาไว้ ๓ วัน ให้ไปฟังข่าว เมื่อครบ ๓ วันแล้ว ท่านบอกว่า การนำไฟฟ้าขึ้นพระธาตุดอยสุเทพนั้นไม่สำเร็จ แต่ถ้าทำทางขึ้นก่อนจะได้ใช้ไฟฟ้าแน่นอน

             การขอความช่วยเหลือเรื่องไฟฟ้ากำลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ หลวงศรีประกาศ มองไม่เห็นความสำเร็จ แต่ครูบาศรีวิชัย บอกว่า สำเร็จแน่

             ถนนดอยสุเทพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ขณะที่ “พระองค์เจ้าบวรเดช” เป็นอุปราชมณฑลพายัพ เคยมีพระดำริให้ช่างกองทางสำรวจ กะจะใช้เงินจ่ายประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่เนื่องจากงบประมาณไม่มี และการสร้างต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี จึงไม่สามารถทำได้

             ขณะเดียวกัน ครูบาศรีวิชัยไม่มีเงิน แต่ท่านบอกว่า ทำสำเร็จ นำความอัศจรรย์ใจให้แก่หลวงศรีประกาศ เป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อครูบาศรีวิชัย บอกว่า สำเร็จ ก็จะลองดู ทั้งๆ ที่มืดแปดด้าน ครูบาท่านพูดเป็นปริศนาว่า “วันศุกร์ขึ้นเขาวันเสาร์ลงห้วย” ขอให้เริ่มพิธีได้

             เมื่อหลวงศรีประกาศกลับบ้าน ได้ปรึกษากับคุณนายเรือนแก้ว ศรีภรรยา ว่าจะรับหน้าที่อะไรบ้าง คุณนายเรือนแก้วตอบทันทีว่า หน้าที่แม่ครัวที่ตนถนัด

             การทำทางขึ้นดอยสุเทพได้เริ่มพิมพ์ใบปลิวแจกจ่ายทันที จำนวน ๔๐,๐๐๐ ฉบับ โดยแจกจ่ายไปทั่วภาคเหนือ ถือฤกษ์วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ เวลา ๐๑.๐๐ น.
ก่อนเวลาให้ “ครูบาเถิ้ม” ขึ้นเท้าทั้งสี่ จุดเริ่มต้นที่วัดศรีโสดา เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ของวันดังกล่าว

             “เจ้าแก้วนวรัฐ” เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลงจอบแรกเป็นปฐมฤกษ์ ถัดมามี “หลวงศรีประกาศ” และคุณนายเรือนแก้ว ลงจอบตาม

             ในการลงมือทำงานครั้งแรกมีคนไม่กี่คน หลวงศรีประกาศคิดว่าคงจะไม่สำเร็จ ครูบาคงจะรู้ความคิด จึงบอกว่าคุณหลวงไม่ต้องวิตก อีก ๗ วัน คนจะมากขึ้นจนไม่มีที่ขุด และก็เป็นจริงดังว่า เจ็ดวันผ่านไป หลังจากใบปลิวถึงมือชาวบ้านตั้งแต่พิษณุโลกขึ้นไปทั่วภาคเหนือ รวมทั้งชาวเขา ยาง แม้ว มูเซอ แบกจอบ บุ้งกี๋ มาช่วยกันจนแน่นภูเขา

             คุณนายเรือนแก้ว แม่ครัวใหญ่เกิดเดือดร้อนไม่มีอาหารจะเลี้ยงคนงาน ครูบาบอกว่า โยมอย่าตกใจ มีอาหารพอแน่นอน เหมือนกับท่านมีวาจาสิทธิ์ หลังจากนั้นอาหารซึ่งมีผู้บริจาคก็หลั่งไหลขึ้นดอยจนเหลือกิน เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก

             ทางที่จะทำขึ้นดอยสุเทพแทบจะไม่มีที่ให้ขุด เกิดการยื้อแย่งกันจนต้องแบ่งให้ขุดคนละ ๑ วา เพียงชั่วระยะเวลา ๕ เดือน กับ ๒๒ วัน ระยะทาง ๑๑.๕๓ กม. ก็สำเร็จด้วยความศรัทธาของประชาชน

             ในการสร้างทางครั้งนั้น คณะผู้สำเร็จราชการได้นำเงินมาร่วมสมทบสร้างสะพานเป็นจำนวนเงิน ๖,๐๐๐ บาท

             เส้นทางขึ้น “ดอยสุเทพ” สร้างได้สำเร็จเรียบร้อย ทำพิธีฉลองและเปิดให้รถวิ่งได้เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๔๗๘

             การจัดงาน “ตามรอยจอบแรก ครูบาเจ้าศรีวิชัย” เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของ “ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย” ที่ได้สร้างทางขึ้นดอยสุเทพ รวมทั้งผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ท่านครูบาได้บูรณปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวัดวาอาราม โบราณสถานต่างๆ ทั่วแผ่นดินล้านนา

             การจัดงาน “ตามรอยจอบแรก ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ครั้งแรก โดยการริเริ่มของ “นายกทวีพงษ์ หินคำ” เทศบาลตำบล
สุเทพ นายกธัญศักดิ์ เเสงศรีจันทร์ (สมัยดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ) นายนิพนธ์ สุขสมมโนกุล ประธานโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่พุทธศิลป์ล้านนา สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้จัดงานครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ

             ในงานมีการจัดเสวนาวิชาการ นิทรรศการโชว์พระล้านนา และการประกวดพระบูชา พระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และเครื่องรางล้านนา รางวัลเลิศชนะแต่ละรายการ คือ รูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัย นั่งสมาธิห่มคลุม สำหรับผู้ที่ได้รางวัลที่ ๒, ๓ และชมเชย ได้รับหนังสือ “ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย”

             งานจอบแรกครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ย้ายสถานที่ไปจัด ณ วัดศรีโสดา พระอารามหลวง เพราะมีบริเวณกว้างขวาง สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่าเดิม

             ต่อมางานจอบแรก ครั้งที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๓ ครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๔ ครั้งที่ ๕ พ.ศ.๒๕๕๕ ได้ย้ายสถานที่ไปจัดที่ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องจากสถานที่กว้างขวางกว่า รองรับผู้คนได้หลายพันคน มีที่จอดรถได้หลายร้อยคัน

             การจัดงานที่ผ่านมาทุกครั้งคงรูปแบบเดิม มีการเสวนาวิชาการ นิทรรศการโชว์พระล้านนา และงานประกวดพระเครื่อง โดยได้รับการตอบรับจากศรัทธาประชาชนเป็นอย่างดี

             สำหรับปีนี้งานตามรอยจอบแรกจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในงานมีการเสวนาวิชาการ หัวข้อ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย ตามรอยประคำ ๑๐๘ เม็ด” โดย รศ.อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว ส.ส.สงวน พงษ์มณี และ อ.ชัปนะ ปิ่นเงิน ดำเนินรายการโดย ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะใจอินทร์

             นอกจากนี้ยังมีงานนิทรรศการโชว์พระล้านนา งานประกวดพระบูชา พระเครื่อง เหรียญคณาจารย์ และ เครื่องรางล้านนา จำนวน ๔๓๗ รายการ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ คือ “รูปเหมือนบูชาครูบาเจ้าศรีวิชัย” หล่อโบราณ เนื้อสัมฤทธิ์ รมดำ รางวัลที่ ๒, ๓ และชมเชย หนังสือ “ตามรอยจอบแรก ๒๕๕๖” รางวัลรวมชนะเลิศแต่ละประเภท “รูปเหมือนบูชาครูบาเจ้าศรีวิชัย” เนื้อทองระฆัง รางวัลชนะเลิศรวมยอดเยี่ยม “รูปเหมือนบูชาครูบาเจ้าศรีวิชัย” เนื้อทองระฆัง กะไหล่ทอง สำหรับผู้ซื้อบัตรส่งพระเข้าประกวดจะได้รับ “เหรียญเม็ดแตงครูบาเจ้าศรีวิชัย ตามรอยจอบแรก ปี ๒๕๕๖” เนื้อทองแดงรมดำ ๑ เหรียญต่อ ๑ บัตร ตลอดงานมีการบรรเลงเพลงพื้นเมืองโดย “คำหล้า ธัญพร” ศิลปินล้านนา

             การจัดงาน “ตามรอยจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย” ปี ๒๕๕๖ นี้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากท่านนักสะสมพระเครื่องชาวล้านนาอย่างคับคั่ง เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

"}])