
ครูที่แท้(๖)เมตตาไมตรีและปัญญา
ครูที่แท้(๖)เมตตาไมตรีและปัญญา : คันฉ่องและโคมฉาย โดยว.วชิรเมธี
องค์ทะไลลามะบอกว่าถ้าหากชีวิตมีปัญหา อย่าเพิ่งท้อง่ายๆ อย่าเพิ่งยอมจำนนง่ายๆ ท่านยกตัวอย่างเป็นเรื่องเล่าว่า มีเด็กคนหนึ่ง ทุกวันระหว่างเดินทางออกจากบ้านไปปากซอย เขาต้องเผชิญหมาดุ ในเบื้องต้นเด็กคนนี้ยังไม่มีปัญญา พอรู้ว่าจะต้องเจอหมาดุก็ถือไม้ไว้ พอเจอหมาปุ๊บ พอแง่งมาเขาก็ชูไม้แง่งไป ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกัน ไปๆ มาๆ จะไปเพิ่มจำนวนหมาอีกตัวหนึ่ง หมาตัวเดียวก็มากพอแล้ว
ต่อมาเด็กคนนี้ หลังจากที่เผชิญหมากันมาได้ครึ่งปี วันหนึ่งเด็กคนนี้ไปได้ขนมปังมาก้อนหนึ่ง ก่อนจะเดินทางไปโรงเรียน หมาดุตัวนั้นก็ตั้งท่าแง่งใส่ เด็กตกใจขนมปังหลุดมือ หมาก็วิ่งเข้าไปงับขนมปัง ลืมเป้าหมายคือเด็ก เด็กฉวยโอกาสตอนนั้นวิ่งหนีไปเลย
เด็กคิดขึ้นได้ตอนนั้นว่า เอ๊ะ ทำไมหมาไม่ตามมา ปิ๊งขึ้นมาทันที ที่หมาไม่ตามเพราะหมาเห็นขนมปัง เกิดปัญญาขึ้นมาว่า อ๋อ มันชอบขนม วันรุ่งขึ้นคราวนี้พกขนมปังมาสองสามก้อน พอเดินมาถึงปากซอย หมาก็ตั้งท่ารอขย้ำเด็ก เด็กคนนี้ก็โยนขนมปังให้หมา หมาวิ่งไปหาขนมปัง พอก้อนแรกใกล้จะหมด โยนก้อนที่สอง ก้อนที่สองใกล้จะหมด โยนก้อนที่สาม จากนั้นหมาไม่มีอารมณ์กัดใครแล้ว หมาอารมณ์กินขนมอร่อยกว่า เด็กคนนี้เริ่มเรียนรู้มากขึ้น
วันต่อมา เด็กคนนี้ก็เตรียมขนมปังแสนอร่อยเอาไว้ พอเดินมาถึงจุดอันตราย หมาตัวนั้นตั้งท่าอยู่ที่เดิม เด็กฉลาดขึ้น ก็เอาขนมปังวางไว้บนมือ ยื่นออกไปข้างหน้าหมา หมากระดิกหางเดินเข้ามา แต่เด็กยังไม่โยนขนมปังให้นะ เมื่อหมาใกล้เข้ามา ก็หดมือเข้ามา หมาก็ตามมาเรื่อย ในที่สุดเด็กก็นั่งลง หมามาเลียขนมปังจากมือ ขณะที่หมากำลังกัดขนมปังจากมือ มืออีกข้างหนึ่งของเด็กก็ลูบหัวหมา ปฏิบัติการสันติวิธีเกิดขึ้นแล้ว หมากินขนมคามือ และก็กระดิกหางตอบรับไมตรี
วันต่อมาเด็กเดินมาแล้วก็นั่งลงปากซอย เอาขนมใส่มือ หมาก็กิน คราวนี้หมาไม่ยืนกินแล้ว หมานอนกิน เอาคางก่ายลงที่ตักเด็ก เด็กก็ลูบหัวหมา ลูบหางหมา สัปดาห์ถัดไป แม้เด็กจะไม่มีขนมปังในมือ แต่เมื่อเขาเดินไปโรงเรียนหมาก็วิ่งตามต้อยๆ พี่ไปไหนผมไปด้วย กลายเป็นพวกเดียวกัน
องค์ทะไลลามะ ท่านสรุปว่า ทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นมาในชีวิต ถ้าเราแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงก็เหมือนเด็กคนนั้นที่ถือไม้ไว้ในมือแล้วรบกับหมา แรงมาแรงไป แรงไปแรงมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความหายนะ มหาตมะ คานธีจึงพูดว่า ตาต่อตาก็ตาบอด ฟันต่อฟันก็ฟันหัก ความรุนแรงจะไม่ช่วยอะไร แต่ถ้าเราใช้อีกวิธีคือ มี ปัญหากับใครก็ให้ผลประโยชน์เขา ทำการบ้านดูเขาชอบอะไร เอาสิ่งนั้นไปบำเรอเขา อาจจะแก้ปัญหาได้ อาจจะยุติได้
แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ไม่จริงใจ พอผลประโยชน์หมด เขาไม่ได้รักเรา เขาคบเราเพราะว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทน มันไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่มันเป็นการสร้างปัญหาใหม่
วิธีที่สาม ถ้ามีปัญหาเดินเข้าไปหา ใช้เมตตาและไมตรีพร้อมๆ กับปัญญา ค่อยๆ นั่งพูด ค่อยๆ นั่งคุย ค่อยๆ เจรจา ปราศรัย น้ำคือเมตตานั้น เป็นน้ำที่สดชื่นรื่นเย็นที่สุด รดแล้วไม่เปียกกายแต่ชุ่มไปถึงหัวใจ แม้กระทั่งสิงห์สาราสัตว์ยังรับรู้ได้ถึงอานุภาพของความเมตตา
ฉะนั้นทุกครั้งที่เรามีปัญหา จงใช้วิธีที่สาม เมตตา ไมตรี ปัญญา จะเยียวยาปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ได้
(ติดตามตอนจบวันพระหน้า)



