พระเครื่อง

เตรียมตัวเตรียมใจไปกราบ‘พระพุทธเจ้า’แดนพุทธภูมิ

เตรียมตัวเตรียมใจไปกราบ‘พระพุทธเจ้า’แดนพุทธภูมิ

31 ต.ค. 2556

เตรียมตัวเตรียมใจไปกราบ‘พระพุทธเจ้า’ณ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งแดนพุทธภูมิ:พระครูปริยัติโพธิวิเทศ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี-อินเดีย


              ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ของทุกๆ ปี นับว่าเป็น “เทศกาลไหว้พระ แสวงบุญของชาวพุทธ สู่แผ่นดินพุทธภูมิ”  จึงขอนำข้อมูลมาให้ศึกษาก่อนการเดินทางดังนี้

             เตรียมตัวให้พร้อม…ก่อนออกเดินทาง - เมื่อศรัทธาท่านถึงที่สุด ใจท่านพร้อมเกินร้อย ตั้งใจว่าจะเดินทางไปยังแผ่นดินพุทธภูมิ เพื่อไหว้พระกราบพุทธสถานด้วยตนเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต

              แต่ “แดนพุทธภูมิ” สถานที่อุบัติขึ้นแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาเอกของโลกนั้น อยู่ไกลถึงประเทศอินเดียและเนปาลในปัจจุบัน ซึ่งห่างจากเมืองไทยหลายพันกิโลเมตร

              อีกทั้ง อินเดีย ยังถูกกล่าวขวัญถึงว่า “เป็นแดนปราบเซียนนักเดินทาง” อีกด้วย นักเดินทางผู้มากด้วยประสบการณ์ที่ผ่านการเดินทางทุกสภาพมาแล้วทั่วโลก อาจจะต้องมาสยบยอมแพ้ที่อินเดียก็ย่อมได้ จึงไม่ง่ายนักที่จะเดินทางผ่านแดนดินถิ่นพุทธภูมินี้ไปได้โดยสวัสดิภาพและราบรื่น

              แต่ทว่า หากผู้ใดสามารถเดินผ่านเส้นทางแดนดินถิ่นอินเดียนี้ได้แล้ว ก็เชื่อว่า ท่านจะสามารถเดินทางไปทั่วทุกมุมโลกได้โดยไม่ยากเช่นกัน

             จึงนับเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งนัก สำหรับนักบุญผู้พกห่อศรัทธาใบใหญ่ อันเปี่ยมล้นด้วยดวงใจที่มุ่งหมายเดินทางไปกราบรอยบาทพระบรมศาสดา ถึงที่ประทับสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้

              มาสู่แดนพุทธภูมิเพื่ออะไร? - ผู้จาริกธรรมแสวงบุญสู่แดนพุทธภูมินั้น มีจุดประสงค์หลายหลากมากประเภทที่จะไปกราบพุทธสถานด้วยแรงศรัทธาต่อพระบรมศาสดา พอจะสรุปเป็นวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาที่อินเดีย ดังที่ ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการมาแดนพุทธภูมิไว้ดังนี้

              มาไหว้พระ…เป็นเมืองกำเนิดพระพุทธศาสนา แหล่งแสวงบุญชาวพุทธ มาพบปะสิ่งต่างๆ...เป็นศูนย์รวมแห่งความหลากหลายทางประสบการณ์  มาเปิดกว้างทางความคิด...เป็นตะกร้าแห่งความคิด...บ่อเกิดแห่งศาสนาหลากหลาย  มาตั้งจิตปฏิบัติธรรม…เป็นโรงเรียนเตรียมความเป็นพระอริยะ เพราะจิตสัมผัสได้  มาน้อมนำสิ่งที่ดีกลับไป…เป็นที่ให้โอกาสแก่ผู้แสวงหาพบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต   มาทำใจให้ถึงพระนิพพาน…เป็นที่พบบรมธรรมตามอย่างพระอริยเจ้าในอดีตทั้งหลาย

              เตรียมข้อมูลเบื้องต้น - ก่อนออกเดินทางสู่แดนพุทธภูมิ ปัจจุบันนี้การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบายมาก หากเปรียบเทียบเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วนับว่าดีกว่ากันหลายสิบเท่า อย่างไรก็ตาม ก็ควรศึกษาข้อมูลเส้นทางการเดินทางไว้ให้พร้อมก่อนออกเดินทางจะเป็นการดี  เพราะการจะเริ่มอะไรสักอย่างในชีวิต การเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการเตรียมการที่ดีในเบื้องต้น ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง  ทั้งนี้ควรศึกษาพุทธประวัติให้เข้าใจก่อนแล้วจะดีมาก จากนั้นก็เตรียมการต่างๆ ที่ขอแนะนำดังนี้

              เตรียมข้อมูล-ภาษาเพื่อการสื่อสาร - คนไทยมีคติเดินทางอยู่ว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย”...การไปอินเดีย ถ้าเป็นการเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว คนอินเดียถือว่าเป็น “อัปมงคล” ไม่ใช่เรื่องดีเลย ยิ่งเป็นสถานที่ที่ยังไม่เคยไป หรือไม่คุ้นเคยด้วยแล้ว ต้องมีเพื่อนเดินทาง…สุภาพสตรีหากเดินทางคนเดียว คนอินเดียมีคติถือว่า “มีค่าเท่ากับโสเภณีทีเดียว”…ขอบอกไว้ให้ทราบถึงวัฒนธรรมความเชื่อของอินเดียไว้ล่วงหน้า

              ภาษาจำเป็นที่สุด คือ ภาษาอังกฤษ เพราะการติดต่อสื่อสาร คนอินเดียส่วนใหญ่พูดอ่านภาษาอังกฤษได้ และภาษาฮินดีซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น ถ้ารู้ไว้บ้างก็จะดี ควรอ่านข้อมูลต่างๆ โดยละเอียดเกี่ยวกับพุทธสถานต่างๆ ในหนังสือ “สู่แดนพุทธองค์อินเดีย-เนปาล” ซึ่งมีจำหน่ายในร้านขายหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือหนังสืออื่นๆ ที่นักเขียนได้เขียนเกี่ยวกับพุทธสถานในอินเดียปัจจุบัน มีผู้เขียนไว้เป็นจำนวนมาก

              สำหรับ “หนังสือสวดมนต์” ขอแนะนำให้ใช้หนังสือพระพุทธมนต์ฉบับ “ตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล”  รวบรวมโดย “ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังสี” ได้รวบรวบบทสวดมนต์สำคัญต่างๆ และคำกล่าวบูชาพิเศษ ณ สถานที่นั้นๆ บนเส้นทางแสวงบุญทั้งหมดไว้ ติดต่อขอรับ “หนังสือแจกฟรี” เล่มนี้ได้ที่ “มูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย” ถนนรามคำแหง ๓๙ (ซอยเทพลีลา ๗) เขตบึงทองหลาง กทม.โทร.๐-๒๑๘๔-๔๕๓๙

              อินเดีย เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันโบราณและเก่าแก่มากประเทศหนึ่งของโลก ประชาชนส่วนใหญ่มีลักษณะความเป็นชาตินิยมสูง โดยเฉพาะรัฐที่มีพุทธสถานจำนวนมาก คือ รัฐพิหาร และ รัฐยูพี (อุตตรประเทศ) เห็นได้จากการแต่งกายของประชาชน มีเอกลักษณ์ความเป็นอินเดียชัดเจน คือ ผู้ชายสูงอายุจะนุ่ง “ผ้าโธตี” สตรีที่แต่งงานแล้วจะ “ห่มส่าหรี” และ “ทาสีฝุ่นแดงแสกกลางกระหม่อม” เป็นสัญลักษณ์บอกว่า “มีสามีแล้ว” ส่วนหญิงสาวจะสวมใส่ชุด “ปัญจะบีร์” น้อยคนจะนุ่งกางเกงยีน หรือ “ห่มน้อยปล่อยมาก” เหมือนกับที่มีให้เห็นในเมืองไทย

              เพราะฉะนั้น จึงควรแต่งกายที่ไม่นำสมัย โดดเด่นเกินจนกลายเป็นเป้าสายตาของอาบังชายแขกทั้งหลาย หากสวมใส่เครื่องนุ่งห่มแบบอินเดียระหว่างการเดินทาง ก็จะกลมกลืนปรับสภาพให้เข้ากับคนท้องถิ่น จะปลอดภัยตัดภาระและความกังวลไปได้หลายเรื่อง ส่วนเครื่องประดับที่มีค่าสูงไม่ควรนำติดตัวไป เพราะไม่ได้ไปออกร้านโชว์เครื่องประดับ หรืออัญมณีไทย ที่อินเดียเป็นแน่แท้

              เตรียมอาหาร-อุปกรณ์ - ประชาชนอินเดียประมาณ ๗๐% รับประทานอาหารมังสวิรัติ และค่อนข้างออกไปทางมันๆ รสชาติมักไม่ถูกปากคนไทยนัก จึงควรนำน้ำปลา, น้ำพริกเผา, แม็กกี้ซอส ติดตัวไปบ้างก็ดี หรือไม่ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เผื่อเลี่ยนรับประทานอาหารอินเดียไม่ได้…(แต่ส่วนใหญ่ถ้าไปกับบริษัททัวร์มักจะรับประทานอาหารตามโรงแรมที่พัก เป็นอาหารทั่วไปพอรับประทานได้ไม่มีปัญหา)

              สำหรับผลไม้และผัก อินเดีย มีเยอะมาก หลากหลายตามฤดูกาล ราคาถูก และปลอดสารพิษ น้ำดื่มควรดื่มน้ำบรรจุขวด ที่มีจำหน่ายทั่วไป น้ำประปาตามโรงแรม หรือน้ำดื่มตามร้านค้าข้างทาง ห้ามดื่มเด็ดขาด ส่วนน้ำแข็งหากไม่ใช่โรงแรมระดับดี ก็อย่าถามหา ถึงมีก็ไม่แนะนำ เพราะไม่สะอาดพอ

              เส้นทางส่วนใหญ่ที่แนะนำจะไม่ลำบากเรื่องอาหารมากนัก เพราะจะพบคนไทยและพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แดนพุทธภูมิโดยตลอด

             ส่วนการดูแลด้านสุขภาพไม่น่าห่วงแล้ว ด้วยปัจจุบันนี้ รัฐบาลไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ ได้จัดส่งทีมแพทย์ไปคอยประจำการดูแลรักษาชาวพุทธผู้แสวงบุญที่มาเจ็บป่วย ณ โรงพยาบาลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์, วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ช่วงฤดูกาลเดือนตุลาคม-มีนาคมของทุกๆ ปี

              สำหรับโทรศัพท์มือถือมีสัญญาณครอบคลุมทั่วทุกเส้นทางไหว้พระ หากจำเป็นต้องสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต  แนะนำซื้อซิมการ์ดอินเดีย ใช้โทรกลับเมืองไทย ราคาถูก นาทีละ ๓-๕ บาทเท่านั้น  เครือข่าย AirCell ที่รัฐพิหาร (Bihar) และเครือข่าย Airtel สำหรับรัฐยูพี

              หากใช้ซิมการ์ดจากเมืองไทย รับ-โทรออก นาทีละ ๑๒๕ บาท ระบบอินเทอร์เน็ต มีให้บริการเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อาทิ พาราณสี พุทธคยา เป็นต้น หรือบริการผ่านสัญญาณไวไฟ ก็มีตามโรงแรมระดับสูง

              เตรียมทุน - ค่าใช้จ่ายการเดินทางแบบประหยัดถูกที่สุดงบประมาณไม่เกิน ๒ หมื่นบาท (รวมค่าเครื่องบินไป-กลับ) ขึ้นอยู่กับสายการบิน, สถานที่พัก, วิธีการ และระยะเวลาในการเดินทาง  สำหรับพุทธสถานต่างๆ ที่มีวัดไทย จะมีที่พักให้ด้วย วัดไม่เก็บค่าที่พัก จะร่วมทำบุญตั้งเป็นกองทุนโรงทาน หรือชำระหนี้สงฆ์ก็ตามแต่จะศรัทธา

             เตรียมประสานงาน - ผู้เดินทางไปอินเดียแบบกันเอง มักไม่มีข้อมูลมากพอ และขาดการวางแผนไว้ล่วงหน้า จึงประสบปัญหาถูกคนอินเดียหลอกเป็นประจำ หากประสานงานแจ้งผู้ที่อยู่อินเดียให้ทราบก่อนจะดี เพื่อความสะดวกของท่าน โดยติดต่อได้ที่กองงานเลขานุการฯ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย ที่อีเมล: [email protected] ทางวัดจะแจ้งข้อมูลที่ต้องการให้ทราบ หรือต้องการทราบข้อมูลอื่นๆ ให้ส่งอีเมลสอบถามโดยตรงยังผู้เขียนได้ที่ [email protected] หรือ สถานทูตไทย นครนิวเดลี อินเดีย          

              สิ่งของที่ควรจัดเตรียม - ไฟฉาย  เนื่องจากไฟฟ้าประเทศอินเดียดับบ่อย และไฟฉายควรเป็นขนาดเล็กๆ แต่ให้แสงสว่างมากๆ, ยาทากันยุง - ระหว่างการเดินทางควรสวมรองเท้าที่ใส่สบาย ควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นเพื่อป้องกันฝุ่น และควรมีถุงเท้าด้วย - ร่มกันแดด/ฝน หมวก  หรือผ้าคลุมกันฝุ่น  ครีมกันแดด  แว่นตากันแดด - ถุงเท้า เตรียมให้พอดีทุกวัน เนื่องจากสถานที่ไหว้พระอยู่ห่างจากที่วางรองเท้า - เสื้อผ้าสวมสบายๆ ซักง่าย ไม่ต้องรีด - ยาประจำตัวเตรียมให้พอกับจำนวนวันที่เดินทาง เนื่องจากยาที่อินเดียแพงและหายาก - กล้องถ่ายรูปต้องเตรียมเมมโมรี่การ์ดให้เพียงพอ เนื่องจากที่อินเดียหาซื้อยากและคุณภาพไม่ดี

              - เครื่องปรุงหรืออาหารที่ชอบเป็นพิเศษ สำหรับท่านที่รับประทานอาหารยาก กาแฟซึ่งดื่มเฉพาะเจาะจงยี่ห้อ...การจัดกระเป๋าเดินทาง  กระเป๋าใบใหญ่ (ไม่ควรใหญ่มาก) ต้องมีกุญแจล็อก ของที่นำไปควรเป็นของที่จำเป็นจริงๆ ตามกฎของสายการบินอนุญาตให้มีสัมภาระคนละไม่เกิน ๒๐ กก. แนะนำให้จัดกระเป๋าใบเล็กติดตัว เพื่อบรรจุของใช้ที่จำเป็นวันต่อวัน อาทิ ผ้าคลุมผม กล้องถ่ายรูป ของขบเคี้ยว ยาประจำตัว ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

              เวลาที่อินเดีย ช้ากว่าเมืองไทย ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที, เวลาที่เนปาล  ช้ากว่าเมืองไทย ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาที

              กระแสไฟฟ้า ที่ใช้ในประเทศอินเดีย และเนปาล ใช้ไฟฟ้า ๒๒๐ ส่วนใหญ่รูปลั๊กเป็นชนิดรูกลม ๓ รู ควรนำตัวแปลงขาปลั้ก (ADAPTER) ขากลม ติดตัวไปด้วย

             สำหรับอาหาร บางบริษัททัวร์จะนำอาหารเสริมไปด้วยตามสมควร เช่น น้ำพริก อาหารไทย เครื่องปรุงชนิดต่างๆ เครื่องดื่มต่างๆ ฯลฯ ของขบเคี้ยว ผลไม้บริการ ระหว่างการเดินทาง

              การแลกเงิน ควรแลกเงินสกุลดอลลาร์ไปจากประเทศไทย และนำไปแลกเป็นเงินสกุลรูปีอินเดีย...อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ ๓๑.๘๐ บาทไทย (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ ๑๔ ต.ค.๕๖)...หรือ ๕๕-๕๙ รูปีอินเดีย/๗๐   รูปีเนปาล....เงินไทย ๑ บาท แลกได้ประมาณ ๑.๙๐ รูปีอินเดีย/๑.๗๐ รูปีเนปาล

              น้ำดื่ม ตามปกติบริษัททัวร์จะบริการน้ำสะอาดบรรจุขวดให้ทุกวัน ระหว่างการเดินทาง ไม่ควรดื่มน้ำประปา หรือน้ำตามร้านค้าริมทาง

              ห้องสุขา ยานพาหนะที่ใช้บริการเป็นรถโค้ชปรับอากาศแต่ภายในรถส่วนใหญ่จะไม่มีห้องสุขภัณฑ์บริการ...ห้องสุขาในอินเดียมีจำนวนน้อย และไม่ค่อยสะอาด โดยเฉพาะตามเส้นทางสังเวชนียสถาน บางครั้งจึงต้องใช้สถานที่ตามธรรมชาติ (ข้างทาง) สำหรับสุภาพสตรี บางบริษัทจัดเตรียมผ้าถุง หรือห้องน้ำเคลื่อนที่ไว้บริการ
 

"}])