พระเครื่อง

อาลัยสามีที่ตายไปเป็นการเหนี่ยวรั้งเขาหรือไม่

อาลัยสามีที่ตายไปเป็นการเหนี่ยวรั้งเขาหรือไม่

27 ต.ค. 2556

อาลัยสามีที่ตายไป เป็นการเหนี่ยวรั้งเขาหรือไม่ : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

              ปุจฉา :  กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันมีคำถามอยากเรียนถามพระอาจารย์คือ สามีดิฉันเสียได้หลายเดือนแล้ว ดิฉันยังคงคุยกับรูปของเขาเวลาที่คิดถึงหรือมีปัญหาอยากระบาย ยังคงส่งข้อความไปหา ห่มผ้าที่เขาเคยห่ม กอดหมอนที่เขาเคยกอด แบบนี้เป็นการดึงรั้งเขาไว้ไหมคะ แต่ดิฉันคิดถึงเขามากค่ะ

              วิสัชนา :  ป่านนี้เขาคงไปเกิดในภพใหม่แล้ว คงไม่สามารถรับรู้ถึงความผูกพันใดๆ ของใครได้ แต่หากเขากำลังจะเสียชีวิต แล้วมีคนมาร้องไห้หรือพร่ำพรรณนาถึงเขา การทำเช่นนั้นสามารถดึงรั้งเขาเอาไว้ ทำให้ไม่อยากตาย หรือขัดขืนต่อสู้กับความตาย และถ้าตายด้วยความห่วงหาอาลัย ก็ย่อมมีทุคติเป็นที่หมาย

              คุณควรยอมรับความจริงว่าเขาจากไปแล้ว แต่ถ้าจะอาลัยถึงเขา ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย กาลเวลาจะช่วยทำให้คุณทำใจกับการจากไปของเขาได้มากขึ้น และสามารถปล่อยวางเขาไปจากใจคุณได้ในที่สุด

              นำเงินของผู้ตายไปทำทานเขาจะได้ผลบุญไหม

              ดิวอี้ วานิช ปุจฉา :  อยากทราบว่าถ้าเรานำเงินของคนที่จากไปแล้วมาทำทาน ผลบุญจากการให้ทานนั้นจะเกิดขึ้นแก่เจ้าของเงินโดยตรงหรือไม่คะ ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นเราควรจะอธิษฐานหรือทำอย่างไรบ้างเพื่อให้กุศลนั้นเกิดขึ้นแก่เจ้าของเงินที่จากไปแล้วโดยตรง

              และในกรณีที่หนูติดเงินคนที่จากไปอยู่จำนวนหนึ่ง ตอนที่เขายังอยู่เขาจะยกให้หนูหลายครั้งแต่หนูยืนยันว่ายังไงก็จะต้องคืน เขาก็รับรู้ บอกว่าแล้วแต่เรา ตอนนี้ เขาจากไปแล้ว หนูตั้งใจว่าจะคืนโดยเอาเงินเหล่านั้นไปบริจาค ให้ทานต่างๆ เพื่อให้กุศลเกิดขึ้นแก่เขา เพราะอย่างไรเงินก็เป็นของเขาโดยถูกต้องอยู่แล้ว แบบนี้เขาจะได้รับกุศลจากการให้ทานนั้นมั้ยคะ ขอบคุณค่ะ

              วิสัชนา : ไม่ว่าใครก็ตามที่ตายจากไป ทรัพย์สมบัติที่ทิ้งเอาไว้ ย่อมไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป นี่พูดในแง่ธรรมะ (ที่จริงตอนที่เขายังอยู่ กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็ไม่ใช่ของเขาด้วยซ้ำ แม้กฎหมายจะยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นก็ตาม) ถ้ามันเป็นของเขาจริง เขาก็ต้องเอามันไปได้ แต่ที่จริงมันเป็นของเขา (หรืออยู่กับเขา) แค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อตายไปสมบัติเหล่านั้นก็เป็นของคนอื่น (หรืออยู่ในความดูแลของคนอื่น แค่ชั่วคราว)

              ดังนั้นถ้าคุณนำเงินที่(เคย)เป็นของผู้ตายมาทำบุญ อานิสงส์แห่งบุญจะไม่เกิดแก่เขาโดยตรง จนกว่าคุณจะอุทิศส่วนบุญให้เขา โดยเพียงแต่กรวดน้ำแล้วน้อมใจแผ่บุญกุศลไปให้เขา ในกรณีที่คุณยืมเงินเขาไป แต่ไม่ทันได้ใช้คืนเขาก็จากไปเสียก่อน การที่คุณนำเงินนั้นมาทำบุญให้เขาแทน เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา แต่ก็ต้องทำอย่างที่อาตมาว่ามา เขาจึงจะได้บุญ (หากเขาอยู่ในภพภูมิที่เหมาะแก่การรับส่วนบุญนั้น)


              สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย 'เตรียมตัวก่อนสู่วาระสุดท้ายของชีวิต จะทำอย่างไรดี' ปรึกษาได้ที่ โทร.๐-๘๖๐๐๒-๒๓๐๒

"}])