
แม่กับรองเท้าบู๊ท
แม่กับรองเท้าบู๊ท : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำเจิ่งนองบริเวณทางเดินเข้าบ้านเล็กๆ ยกสูงมุงหลังคาสังกะสีซึ่งเป็นที่อาศัยของสี่พ่อแม่ลูก ห้องนอน ห้องรับประทานข้าว ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น รวมอยู่ในห้องเดียวกัน พ่อแม่กับลูกสาวคนเล็กมีโอกาสรับประทานข้าวร่วมกันเกือบทุกมื้อ ยกเว้นลูกสาวคนโตที่ไปอยู่หอพักนักศึกษาในช่วงเปิดเรียน บางวันซุปหน่อไม้อาจเป็นอาหารสำหรับทั้งวัน นั่นคือ รับประทานซ้ำกันทั้งสามมื้อ แต่ก็เปี่ยมด้วยความสุข สามัคคี รอยยิ้ม ความอบอุ่น ความเห็นอกเห็นใจกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างพ่อแม่ลูก
วันไหนที่แดดร้อน บนบ้านเหมือนกับเตาอบดีๆ นี่เอง แต่ทุกคนก็นั่ง นอนเล่น ทำงานอย่างเป็นปรกติสุขร่วมกันและพอใจกับความเป็นอยู่เช่นนั้น ส่วนวันที่ฝนตกหนัก โดยเฉพาะในเวลาค่ำคืน ได้ฟังดนตรีบรรเลงจากเสียงหยาดฝนกระทบหลังสังกะสีดังกระหึ่มยิ่งกว่าวงออเคสตรา ผู้เป็นพ่อจึงต้องวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัว เผื่อได้ยินเสียงที่บริษัทโทรปลุกให้ตื่นในยามดึก จะได้ออกไปทำงานขับรถส่งของเร่งด่วน
ถ้าฝนตกในช่วงระหว่างวัน ทำให้น้ำบริเวณถนนทางเข้าบ้านน้ำท่วมขัง แม่ก็นำรองเท้าบู๊ทไปฝากไว้ที่ร้านค้าหน้าปากซอย เพื่อลูกสาวคนเล็กจะได้ใส่เข้าบ้านหลังเลิกเรียน เป็นภาพปกติที่แม่เดินหิ้วรองเท้าบู๊ทไปวางให้ลูกสาวคนเล็กก่อนลูกกลับจากโรงเรียนในฤดูฝน
ช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา ลูกสาวคนเล็กช่วยแม่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ และมีหน้าที่ซักผ้าของทุกคนในบ้านทุกเช้า อยู่มาวันหนึ่งลูกสาวเอ่ยขึ้นว่า แม่หนูขอหยุดซักผ้าวันเสาร์ -อาทิตย์นะคะ ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรและเต็มใจที่จะทำให้ลูกสาวอย่างมีความสุข
วันหนึ่งมีโอกาสนั่งสนทนาร่วมกัน พระได้ถามลูกสาวว่า “หนูรู้หรือเปล่าว่าแม่รักหนู”
ลูกสาวตอบว่า “รู้ค่ะ “
”และรู้ได้อย่างไรว่าแม่รักหนู” พระถามต่อ
ลูกสาวตอบ “ไม่รู้ค่ะ”
พระพูดต่อว่า “แม่ซักผ้าให้หนูเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วรู้มั้ย แล้วแม่จะซักต่อไปใช่ไหม แม่ทำกับข้าวให้หนูกินกี่มื้อแล้วนับได้หรือไม่ ใครที่นำรองเท้าบู๊ทไปวางให้หนูทุกวันก่อนหนูเลิกเรียนในวันที่ฝนตก ถ้าวันใดหนูกลับจากโรงเรียนไม่เห็นรองเท้าบู๊ทวางอยู่ที่ร้านค้า ไม่ใช่แม่ลืมน่ะ วันนั้นแม่อาจหมดลมหายใจไม่สามารถนำรองเท้าไปวางให้หนูก็ได้”
วันนี้ถ้าเรามีโอกาสช่วยอะไรแม่ได้ก็รีบทำเสีย อย่ารีรอ ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้แม่สบายใจ สุขใจ เครื่องยนต์ของแม่ใช้งานมานานแล้วอาจสึกหรอและพังได้ในที่สุดใครจะรู้ ถ้าลูกช่วยถนอมด้วยการดูแลรักษาอย่าใช้งานแม่มากเกินไปและหมั่นดูแลรักษากายใจแม่ แม่อาจจะอยู่กับเราได้นานขึ้นเพราะความสุข ปลาบปลื้มปิติยินดี ที่ลูกได้มอบให้ สิ่งเล็กๆ น้อยที่ลูกใส่ใจทำให้ ทำหน้าที่ของลูกอย่างเต็มกำลังด้วยความสุข คือสิ่งยิ่งใหญ่ของแม่ ลูกอาจลืมแม่ ไม่นึกถึงแม่ได้ เมื่อลูกสนุก เพลิดเพลิน มีเพื่อน มีแฟน แต่ไม่มีวันไหนที่แม่ลืมลูก ไม่นึกถึงลูก ที่แม่ไม่พูด ไม่ถาม ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รัก ไม่นึกถึง แต่แม่กลัวลูกอึดอัด รำคาญว่าแม่ไม่ให้อิสระแก่ลูก
ฟังเสียงแม่จากข้างในแล้วลูกจะได้ยิน
อย่าลืมรองเท้าบู๊ทของแม่ น่ะลูก



