พระเครื่อง

ครูที่แท้(๕)ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบอกตัวเองว่า'โชคดี'

ครูที่แท้(๕)ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบอกตัวเองว่า'โชคดี'

27 ต.ค. 2556

ครูที่แท้(๕)ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบอกตัวเองว่า'โชคดี' : คันฉ่องและโคมฉาย โดยว.วชิรเมธี

            องค์ทะไล ลามะเล่าว่า ข้อดีของชื่อเสียงก็คือเมื่อเราพูดคนจะฟังเรา และท่านก็ใช้ชื่อเสียงของท่านในลักษณะเปลี่ยนความดังมาสร้างความดี เมื่อท่านมีชื่อเสียงคนอยากฟัง ท่านก็พูดในสิ่งที่คนควรจะฟังมากขึ้นๆ จนในที่สุดท่านก็สามารถอำนวยประโยชน์สุทธิผลแก่คนมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าท่านไม่มองโลกเชิงบวก ท่านคงไม่สามารถมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะชีวิตของท่านนั้น ต้องผ่านความทุกข์มามากมายจริงๆ

            ในวัยเด็ก อายุยังไม่ถึง ๕ ขวบ พระองค์ท่านได้รับการสำรวจพบว่า เป็นองค์ทะไล ลามะองค์ที่ 13 เสด็จมาอุบัติในพระชาติใหม่เป็นองค์ทะไล ลามะองค์ที่ 14 ลองคิดดูนะว่า จู่ๆ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและคณะออกเดินทางค้นหาและไปพบเด็กชายคนหนึ่งในหมู่บ้านชายขอบหลังเขาไกลสุดๆ สำรวจตรวจสอบ แล้วก็ฟังธงว่านี่แหละคืออดีตองค์ทะไล ลามะองค์ที่ 13 กลับชาติมาเกิดใหม่ จากนั้นก็ขอตัวจากพ่อแม่ นำมาฝึก ให้การศึกษานำมาพัฒนาต่อ

            หากว่า เมื่อเติบโตขึ้นมาแล้ว เด็กคนนั้นไม่เฉลียวฉลาดจะเกิดอะไรขึ้น เป็นความเสี่ยงระดับประเทศ ฉะนั้นชีวิตของพระองค์นั้นเรียกได้เลยว่าแทบไม่เคยเป็นเด็ก เพราะเมื่อถูกค้นพบปั๊บพระองค์ก็เป็นองค์อวตารของทะไล ลามะองค์ที่ 13 เป็นองค์ทะไล ลามะองค์ที่ 14 กลายเป็นเจ้านายน้อยๆ ตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องที่จะเต็มไปด้วยความสุข

            ทั้งๆ ที่ต้องพบกับความทุกข์ตรมขมไหม้มากมาย พระองค์ท่านก็เล่าว่า เมื่อหันกลับไปมองก็คิดว่าตัวเองโชคดีและมีความสุขมาก เพราะถ้าไม่เกิดวิกฤติคราวนั้น พระองค์ท่านคงไม่สามารถทำประโยชน์ให้โลกได้อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในทุกวันนี้

            ครั้งหนึ่งมีผู้ถามว่า พระองค์ท่านถูกคนเกลียดชังมากโดยเฉพาะประเทศที่ไปรุกรานท่าน มองว่าพระองค์ท่านเป็นตัวอันตราย มองว่าท่านเป็นนักปลุกปั่นเป็นนักยุแยงตะแคงรั่ว เป็นผู้ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้นในสองประเทศ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กลับมองว่าท่านเป็นคนสำคัญที่ช่วยแผ่ขยายความสุขให้กับคนทั่วโลก

            วันหนึ่งมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่าพระองค์ท่านรู้สึกอย่างไร มีคนมากมายตั้งตนเป็นศัตรูกับพระองค์ท่าน พระองค์ท่านรับมือกับศัตรูอย่างไร พระองค์บอกว่าในการฝึกขันติธรรมหรือการฝึกความอดทนนั้น ศัตรูเป็นสิ่งจำเป็น แม้กระทั่งศัตรูท่านก็มองว่าเป็นครูของท่าน เพราะเขามาบังคับท่าน มาแหย่ให้ท่านฝึก ให้ท่านอดทน ให้ท่านได้พัฒนา 

            คนเราอยู่เฉยๆ ไม่เคยเจอความทุกข์จะเอาภูมิต้านทานความทุกข์มาจากไหน เวลาที่เป็นเด็กเราหกล้ม ระหว่างตั้งไข่นับครั้งไม่ถ้วน ทุกๆ ครั้งที่เราล้มนั่นก็คือรากฐานที่จะทำให้เราสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง นี่เองคือคุณูปการของความทุกข์ นี่เองคือคุณูปการของปัญหา เพราะปัญหาก็เป็นดั่งค้อนที่มาทุบกระท้อน กระท้อนยิ่งทุบก็ยิ่งหวาน

            (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)

"}])