
ปชช.สักการะพระศพ'พระสังฆราช'แน่น
ประชาชนหลั่งไหลสักการะพระศพ 'สมเด็จพระสังฆราช' ทั่วไทยจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ
วันที่ 25 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการทรุดลง และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 19.30 น. เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม สาเหตุเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าวันที่ 25 ตุลาคม ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระศพเวลา 08.00-12.00 น. ณ ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นสถานที่ประทับรักษาเมื่อพระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราช ขณะนี้ยังมีประชาชนทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมาร่วมสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง จนเต็มพื้นที่หน้าตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร
โดยระเบียบการเข้าสักการะพระศพสมเด็จพระสังฆราช ณ ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร ประชาชน สื่อมวลชนต้องปิดโทรศัพท์มือถือ และห้ามถ่ายรูปทุกกรณี โดยภายหลังการเข้าสักการะพระศพ ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ จะมอบของที่ระลึกเป็นโปสเตอร์รูปสมเด็จพระสังฆราช พิมพ์ข้อความ "ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา 3 ตุลาคม 2556 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" ส่วนด้านหลังพิมพ์พระประวัติ และลำดับสมณศักดิ์ นอกจากนี้ยังมีโปสเตอร์ขนาดเล็ก พิมพ์ข้อความด้านหน้า "ฉลอง 100 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" อีกทั้งนังมีภาพสมเด็จพระสังฆราชใส่ในกรอบพลาสติกทรงรีขนาดเล็กให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน
สำหรับกำหนดการเคลื่อนพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร จะเริ่มในเวลา 12.00 น. โดยใช้เส้นทางถนนราชดำริ ถนนพระราม 4 ขึ้นด่วนพระราม 4 ลงด่วนอุรุพงษ์ เข้าถนนเพชรบุรี ถนนหลานหลวง แยกผ่านฟ้า เลี้ยวขวาแยกป้อมมหากาฬ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ ผ่านแยกวันชาติ เข้าวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ก่อนจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพสมเด็จพระสังฆราชฯ ในเวลา 13.00 น. จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราช ประชวรด้วยพระโรคชราภาพ ตามพระอายุขัย ซึ่งแทรกซ้อนตามมาด้วยเบาหวาน ไต เป็นต้น และได้ประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่ที่ชั้น 6 ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ปี 2543
ยายวัย85ปีร่วมสักการะพระศพพระสังฆราช
นางเกยูร ชิตยานันท์ ยายวัย 85 ปี ซึ่งมาร่วมสักการะพระศพสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า ตนเดินทางคนเดียวมาจากรังสิต โดยการนั่งแท็กซี่เพราะทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ จากสื่อมวลชนตั้งแต่เมื่อคืนแค่ทราบว่าจะมีการเคลื่อนพระศพไปยังวัดบวรนิเวศฯในเวลา 12.00 น. จึงรีบเดินทางมาสักการะพระศพ เพราะรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากท่านเป็นปูชนียของพระสงฆ์พระทั่วประเทศก็ไม่เหมือนท่าน ที่ผ่านมาเคยมาสักการะท่านเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมาในวันครบ 100 พรรษา ของสมเด็จพระสังฆราชฯ จากนี้จึงอยากให้คนไทยเรียนรู้สิ่งที่ท่านสอนที่อยากให้เป็นคนดีให้ทำดี และไม่จองเวรกันและกัน
เปิดให้สักการะพระศพ สมเด็จพระสังฆราชที่ รพ.จุฬาฯถึง 10.30 น.
นายธงทอง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่โพรงพยาบาลจุฬา และให้สัมภาษณ์ว่า ในเวลา 12.15 น. จะมีการอัญเชิญพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จากตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬา ไปยังพระตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยจะใช้เส้นทาง ถ.พระราม 4 ขึ้นสะพานไทยเบลเยี่ยม เพื่อจะไปขึ้นทางด่วนพระราม 4 ลงทางด่วนยมราช เข้าถนนหลานหลวง ข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เลี้ยวขวาเข้าถนนพระสุเมรุและเข้าวัดบวรนิเวศฯ โดยจะมีริ้วขบวนส่งเสด็จตลอดเส้นทาง ซึ่งประชาชน สามารถถวายสักการะขบวนพระศพตลอดเส้นทางได้ โดยเมื่อพระศพถึงวัดบวรฯ แล้วจะประดิษฐาน จากนั้นพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่จะเป็นผู้ถวายน้ำพระศพเวลา 13.00 น. ส่วนประชาชนก็สามารถมาสรงน้ำพระศพต่อหน้าพระรูปที่วัดบวรฯ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ส่วนเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำนเนินแทนพระองค์เพื่อจะสรงน้ำหลวงอาบศพ
"ส่วนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระศพที่ รพ.จุฬา คาดว่าเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อาจจะหยุดแถวประชาชนที่บริเวณด้านหน้าของตึกวชิรญาณเพื่อเตรียมความพร้อมในการซักซ้อมการเคลื่อนขบวนพระศพในเวลา 10.30 น. หากประชาชนมีความประสงค์จะสักการะพระศพก็สามารถทำได้ต่อหน้าพระรูปที่วัดบวรฯ"นายธงทองระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านขณะนี้เวลา 09.10 น. ยังคงมีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาต่อแถวเพื่อขึ้นไปสักการะพระศพอย่างต่อเนื่องโดยทาง ร.พ.จุฬาได้ตัดแถวของประชาชนที่ต่อแถวจากหน้าโรงพยาบาล บริเวณ ถ.ราชดำริ ให้มาต่อแถวใน ร.พ.จุฬาแทน เนื่องจากแถวมีความความยาวเกินกว่า 100 เมตร
ประชาชนแห่ร่วมสักการะพระศพ
ด้าน นางทองอยู่ ยรรยงพาณิชย์ หนึ่งประชาชนที่มาร่วมสักการะพระศพ กล่าวว่า ทราบข่าวว่าท่านสิ้นพระชนม์ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็รู้สึกเสียใจและเสียดายที่ท่านจากคนไทยไปแล้ว ตนจึงถือโอกาสที่ต้องมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้ามาทำการสักการะพระศพท่าน ซึ่งตนก็ขอให้ท่านไปสบาย เสด็จสู่สรวงสรรค์
นายสุนทร งามเกิดศิริ หนึ่งในประชาชนที่มาร่วมสักการะพระศพ กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและประเทศไทยอย่างมาก เพราะพระองค์ทรงมีพระปฏิปทาสั่งสอนเพื่อให้คนไทยเกิดความร่มเย็น ธรรมและที่พระองค์ทรงตรัส และหนังสือที่ทรงพระนิพนธ์ก็สะท้อนให้คนไทยได้น้อมนำไปปฏิบัติตามเพื่อให้มีความสุขยิ่ง เมื่อตนทราบข่าวก็รู้สึกตกใจและใจหายที่ต้องเสียครูบาอาจารย์ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกพระองค์หนึ่ง แต่การสิ้นพระชนม์ก็เป็นการสะท้อนสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเป็นรวย คนจน หรือใครก็ตาม ก็เอาอะไรไปไม่ได้ แต่ท่านคงเหลือไว้ซึ่งความดีงาม การมาสักการะในครั้งนี้ก็มากราบอนุโมทนาปฏิปทาของพระองค์ และร่วมส่งเสด็จเข้าสู่กระแสพระนิพพาน
ชาวลำพูนแต่งกายไว้ทุกข์สมเด็จพระสังฆราช
จังหวัดลำพูนจึงขอให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดลำพูน ลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคม ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน และขอความร่วมมือองค์กรอิสระทุกแห่งดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว
ในการนี้ จังหวัดลำพูนและคณะสงฆ์จังหวัดลำพูน ได้ดำเนินการจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ในวันนี้(25 ต.ค.) เวลา 13.00 น. ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน(ประธานพิธี) กำหนดการเวลา 13.00 น. ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมกัน ณ บริเวณพิธี พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 8 รูปประจำอาสน์สงฆ์ เวลา 13.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน(ประธานพิธี)เดินทางมาถึงบริเวณพิธี จุดธุปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ประธานกล่าวคำอธิษฐานถวายพระพร พระสงฆ์ถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักาณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักาณ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เสร็จพิธี
กาญจนบุรี-พิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระสังฆราชฯ องค์ที่ 19
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธานประชุมเตรียมงานจัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก มีนายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายศรัทธา คชพลายุกต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มี พระราชรัตนวิมล (พยฺงิตสีโล) เจ้าอาวาสวัดกาญจนบุรีเก่า เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี พระราชวิสุทธิเมธี เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี (ท่านเจ้าคุณ) พระกิติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ)เข้าร่วมประขุม
วาระการประชุมหัวข้อหลักคือ ให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา ทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 3 วัน ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2556 ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจไว้ทุกข์จากเดิมกำหนด 15 วัน ให้เป็น 30 วัน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม ถึง วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ที่ในหลวงทรงกระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ไว้ทุกข์ ให้จัดเก็บป้ายเทิดพระเกียรติและถวายพระพรแด่สมเด็จสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่พระองค์ทรงเจริญชันษาครบ 100 ปี วันที่ 3 ตุลาคม 2556 และให้จัดทำป้ายถวายความอาลัย สมเด็จสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สิ้นพระชนม์ ติดตั้ง ณ บริเวณหน้าสำนักงาน หรือที่ทำการ หรือ บริเวณที่เหมาะสม และให้ผูกผ้า ขาว-ดำ ตามสถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา และวัด ทุกแห่ง พร้อมทั้งให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชา เพื่อให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการได้ร่วมถวายความอาลัย
นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรี เชิญชวน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ไปร่วมพิธีสรงน้ำพระศพ หน้าพระรูป ในเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ที่หอพระประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ท่าน้ำวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และร่วมลงนามถวายความอาลัย ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวกาญจนบุรี นอกจากนี้จะมีการสวดพระอภิธรรมในเวลา 20.00 น.ของทุกวัน โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ วันละ 4 รูป ในส่วนของอำเภอต่างๆ ให้นายอำเภอแต่ละอำเภอ ประชุมหารือกับเจ้าคณะอำเภอแต่ละอำเภอ เพื่อวัดที่เหมาะสมในการจัดพิธี ซึ่งการสวดพระอภิธรรม จะปฏิบัติตามที่วัดบวรฯ ปฏิบัติทุกประการ และในฐานะที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเมืองแห่งพระชาติภูมิ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ทางจังหวัดจะได้มีการหารือในเรื่องการจัดงานอย่างสมพระเกียรติต่อไป
สุราษฎร์-จัดพิธีถวายความอาลัยสมเด็จพระสังฆราช
ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเหล่าข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีพิธีลงนามไว้อาลัยต่อหน้าพระรูป มีเหล่าข้าราชการ และประชาชนพร้อมใจสวมชุดดำ เข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น ในเวลา 15.00 น. ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ เพื่อถวายความอาลัยแต่สมเด็จพระสังฆราช ฯ ณ อุโบสถวัดธรรมบูชา พระอารามหลวง ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนสถานที่ราชการทั่วทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานีต่างพร้อมใจกับลดธงครึ่งเสา เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ
สงขลา-ข้าราชการพรัอมใจร่วมแต่งกายชุดดำ
ที่จ.สงขลา บรรดาข้าราชการทุกหน่วยงานในศาลากลางจ.สงขลา พร้อมใจกันร่วมแต่งกายชุดดำและขาวดำเพื่อถวายความอาลัย เป็นเวลา15 วัน นอกจากนี้ยังมีการลดธงชาติลงครึ่งเสาเพื่อรำลึกถึงพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญสรรพกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่บวรพระพุทธศาสนาและการปกครองคณะสงฆ์ในสังฆมณฑล ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทย นอกจากนี้ทางจังหวัดสงขลายังได้เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าร่วมกันถวายความอาลัยด้วยการแต่งกายชุดดำเป็นระยะเวลา15 วัน และประกอบกิจกรรมทางศาสนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอย่างพร้อมเพรียงกันด้วย
บรรยากาศจากจังหวัดต่างๆถวายน้ำสรงพระศพ
นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศจากจังหวัดต่างๆที่จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ อย่างเช่นที่จังหวัดสุโขทัย พระราชวิมลเมธี เจ้าคณะจังหวัด พร้อมด้วยนายปิติ แก้วสลับสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระสังฆราช ณ ศาลาการเปรียญวัดไทยชุมพล ต.ธานี อ.เมือง
จังหวัดพิษณุโลก ที่วัดราชบูรณะ อ.เมือง พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ และ คณะสงฆ์พร้อมด้วยประชาชนร่วมถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลาอนุโยคศาสนกิจ ในส่วนของจังหวัดจะได้จัดให้มีพิธีถวายน้ำสรงพระศพ ณ ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา
ด้านทางภาคอีกสานจังหวัดชัยภูมิ นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยผู้แทนฝ่ายสงฆ์เจ้าคุณอนุรักษ์ชัยธรรม ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอชัยภูมิ และพระสงฆ์สามเณรหลายร้อยรูป ร่วมนำหัวหน้าส่วนราชการวัฒนธรรมจังหวัด สำนักพระพุทธศาสนา ตัวแทนหน่วยงานองค์กรทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระรูป ณ วิหารวัดทรงศิลา พระอารามหลวงประจำจังหวัดชัยภูมิ
ที่วัดมหาชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.มหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมเหล่าพสกนิกร พ่อค้า ประชาชน ข้าราชการ และพระภิกษุสงฆ์ ต่างเดินทางมาร่วมถวายน้ำสรงพระศพ
ส่วนที่ จ. อุบลราชธานี เวลา 13.30 น. ที่วิหารพระแก้วโกเมน วัดมณีวนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พระราชธีราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำคณะสงฆ์ ประกอบด้วย เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล จำนวนกว่า 300 รูป พร้อมทั้ง นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และ พุทธศาสนิกชน ร่วมกันประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพ
ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ร่วมกันทำพิธีถวายน้ำสรงพระศพ
ขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16-18 นำคณะสงฆ์ในสังกัดและวัดต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานราชการโดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ได้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพ หน้าพระรูป ณ ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร



