พระเครื่อง

แท้งลูกบ่อยวางใจอย่างไร

แท้งลูกบ่อยวางใจอย่างไร

19 ต.ค. 2556

แท้งลูกบ่อยวางใจอย่างไร : ปุจฉา -วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล


              ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์คะ ดิฉันมีปัญหาเรื่องท้องแล้วแท้งค่ะ ก่อนจะมีลูกเคยเป็นครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีลูก ๑ คน และพอจะมีอีกคนที่สองก็ไม่สำเร็จ ท้องแล้วแท้งอีกหลายครั้ง จนเกิดอาการจิตตก อยากจะหยุดไม่มีอีกแล้วก็กลัวลูกคนเดียวจะเหงาไม่มีพี่น้อง อีกใจก็ยังอยากจะมีลูกอีก แต่ก็วิตกกังวล ควรจะวางจิตวางใจอย่างไรให้พ้นทุกข์คะ ควรปฏิบัติอย่างไรดี ขอบพระคุณค่ะ

              วิสัชนา : คุณควรหมั่นทำความดีและสร้างบุญกุศลอยู่เสมอ ขณะเดียวกันให้ตั้งจิตว่าหากใครเคยทำบุญร่วมกับคุณมาในชาติก่อนๆ และอยากเกิดมาเป็นลูกคุณในชาตินี้ก็ขอให้มาเกิดกับคุณในโอกาสอันควร ระหว่างนี้คุณควรคลายความวิตกกังวล ปล่อยให้กฎแห่งกรรมหรือธรรมทำงาน
หากตั้งครรภ์แล้ว ก็ขอให้หมั่นทำบุญ รักษาใจให้ดี ปล่อยวางความคาดหวัง ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมและธรรมชาติ ความคาดหวังจะทำให้คุณเครียดและวิตกกังวล ส่งผลต่อสุขภาพของลูกในท้อง ทำให้แท้งง่าย บางครั้งคนเรายิ่งอยากได้ กลับไม่ได้ ครั้นไม่อยากได้ หรือไม่สนใจจะได้ กลับได้ กรณีของคุณอาจจะเป็นเช่นนั้น

              อยากรักษาศีลเพื่อผู้อื่น

              ปุจฉา : กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์ คนใกล้ชิดและคนรอบข้างมักบอกว่าหนูเป็นคนดี แต่หนูจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจค่ะเพราะจริงๆ แล้วหนูไม่ใช่คนดี และหนูก็บอกกับทุกคนเสมอว่า เราไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

              การที่หนูไม่ฆ่าสัตว์เพราะหนูกลัวเขามาทำหนู หนูไม่ลักทรัพย์เพราะของของหนู หนูก็หวง คนอื่นก็ต้องหวงของเขาเหมือนกัน ไม่ประพฤติผิดในกามเพราะหนูมองว่าผู้ชายที่นอกใจภรรยาได้ไม่มีศักดิ์ศรีและไม่แมน หนูไม่โกหกเพราะโกหกแล้วจะกังวลมากว่าโกหกอะไรใครไว้ ต้องจำมันทำให้ปวดหัวเลยไม่โกหก ยกเว้นเล่นๆ ขำๆ กับเพื่อน ไม่ดื่มสุราหรือสิ่งเสพติดให้โทษ เพราะหนูไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น
หนูอยากเรียนถามพระอาจารย์ว่า ที่หนูคิดและทำอยู่ทุกวันนี้มันทำให้หนูรู้สึกว่าเห็นแก่ตัวคือทุกอย่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง หนูไม่อยากฆ่าสัตว์เพราะรักและเมตตาอะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ หนูควรวางใจหรือทำอย่างไรคะกับการรักษาศีลในแต่ละข้อ กราบขอบพระคุณในเมตตาค่ะ

              วิสัชนา :  การที่คุณรักษาศีลเพราะมุ่งประโยชน์ที่จะเกิดแก่ตนเอง หรือเพราะเอาตนเองเป็นที่ตั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น การรักษาศีลแบบนี้เรียกว่า ‘ปรารภตน' หรือ ‘อัตตาธิปไตย’

              แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น คุณควรทำเพื่อเห็นแก่ประโยชน์แก่ผู้อื่น หรือนึกถึงผู้อื่นเป็นสำคัญ เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ เพราะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมรักสุขเกลียดทุกข์ หรือเพราะไม่ต้องการทำให้เขาเดือดร้อน

              หากคุณรักษาศีลให้มั่นคง จิตใจจะสงบเย็น เป็นสุข เมตตาก็จะบังเกิดขึ้น ทำให้คุณนึกถึงประโยชน์ของผู้อื่นมากขึ้น นี้จะช่วยให้การรักษาศีลของคุณพัฒนาขึ้น คือมิได้เอาตนเองเป็นที่ตั้งเท่านั้น แต่ยังทำเพราะคำนึงถึงประโยชน์สุขของผู้อื่นด้วย

              นอกจากนั้นคุณควรทำมากกว่าศีล ๕ เช่น หมั่นให้ทานและช่วยเหลือผู้อื่น การกระทำดังกล่าว (ซึ่งจัดว่าเป็นศีลเช่นกัน) จะช่วยให้คุณนึกถึงผู้อื่นมากขึ้น ส่งผลให้การรักษาศีลของคุณเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นด้วย

              สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย 'เตรียมตัวก่อนสู่วาระสุดท้ายของชีวิต จะทำอย่างไรดี' ปรึกษาได้ที่ โทร.๐-๘๖๐๐๒-๒๓๐๒

"}])