
รักษาป่าคือรักษาธรรม
รักษาป่าคือรักษาธรรม : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพิสุทธิ์ เกรียงบูรพา เรื่อง ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์ ภาพ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ... มหาบุรุษท่านหนึ่ง เบื่อหน่ายชีวิตราชวงศ์ ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงเสพสุขได้ทั้งคืนวัน ปรารถนาสิ่งใด พระราชบิดาก็ประทานให้สิ่งนั้น ทั้งยังสร้างปราสาท ๓ ฤดู เพียบพร้อมด้วยสาวสวย นางกำนัลมากมาย แต่แล้วพระองค์ทรงเกิดโยนิโสมนสิการ จากการได้เห็น จตุทูต ไล่เรียงจาก คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะผู้สำรวม จึงดำริออกจากพระราชวัง สู่ป่าเขาลำเนาไพร เพราะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่พระราชบิดาประทานให้มิได้นั่นคือ หนทางพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง แน่นอนที่สุด มหาบุรุษที่ผมกำลังกล่าวถึงคือ พระพุทธเจ้า
พวกเราส่วนใหญ่คงเคยได้อ่านเรื่องราวพุทธประวัติในเชิงที่ว่า พระองค์ทรงแอบเสด็จออกจากพระราชวังยามวิกาลโดยลำพัง ไม่ร่ำลาผู้ใดเลย มีเพียงนายฉันนะ บ่าวคนสนิทรับทราบคนเดียว แต่ในบางตำรา ก็บันทึกไว้ชัดเจนว่า เจ้าชายสิทธัตถะได้บอกลาต่อพระราชบิดา และถูกผู้เป็นพ่อทัดทาน ห้ามปรามไว้อย่างแข็งขัน แต่สุดท้ายก็จำยอม ด้วยคำถามสะเทือนจักรวาล ที่ไม่อาจให้คำตอบแก่ลูกชายได้
“ลูกจะยอมทำตาม หากเสด็จพ่อตอบได้ว่ามีหนทางใด ที่จะทำให้ลูกไม่ตาย? หาไม่แล้ว ก็จงปล่อยลูกให้ออกไปแสวงหาคำตอบ หาหนทางที่ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องตาย พ้นทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงเถิด”
เรื่องราวในพุทธประวัตินั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ว่าอะไรเป็นเหตุปัจจัยให้มหาบุรุษได้ค้นพบทางประเสริฐ อันเป็นทางออกจากสังสารวัฏแห่งทะเลทุกข์ได้ ผมสังเกตุในทุกๆ พุทธกิจ หรือทุกๆ พุทธอิริยาบถของพระองค์นั้น มักจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร โดยเฉพาะ ๔ เหตุการณ์สำคัญหลักใหญ่ (อ้างอิงได้จาก สังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดียและเนปาล) การประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพานนั้นล้วนเกิดขึ้นกลางป่า กลางดิน ทั้งสิ้น
พระพุทธองค์ไม่ค่อยได้ค้นพบอะไรแจ่มๆ หรือเกิดแรงบันดาลใจ ปิ๊งอะไร ในสถานที่โอ่โถง อลังการ หรือแม้ในสถานที่ที่มีหลังคามุงหรอก ศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ทางจิตวิญญาณทั้งหลาย ก็อาศัยป่าเป็นเครื่องอำนวยทั้งนั้น
ดังนั้น 'ป่า' จึงมีความหมายสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เราโดยเฉพาะในเชิงจิตวิญญาณ มากยิ่งกว่าในเชิงชีววิทยาด้วยซ้ำไป
ด้วยเหตุนี้ เมื่อผมเห็นข่าวที่เขาโต้แย้งกันด้วยเหตุผลเรื่อง การสร้างเขื่อน 'แม่วงก์' เพื่อเหตุผลต่างๆ นานา แต่กลับไม่เห็นสาระสำคัญอะไร เกี่ยวกับผลเสียหายของการทำลายป่า? ด้วยการแสดงออกโดยคำพูดที่ว่า “อะไรกันนักหนา...แค่ผืนป่า ๑๓,๐๐๐ ไร่ สร้างใหม่ ทดแทนให้ก็ยังได้”
“พวก NGO เหรอ ... เวลาน้ำท่วมน่ะ ให้มาดูบ้างนะ ว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อนกันขนาดไหน?”
ยิ่งทำให้ผมรู้สึก เหมือนมนุษย์เรา ช่างเป็นสุดยอดแห่งสัตว์โลกผู้ทรงปัญญาในเรื่องการหาเหตุผลมาสนับสนุนความต้องการของตัวเอง เป็นที่สุด ตั้งแต่ดาวเคราะห์โลก เคยให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตมาตั้งแต่ยุคสัตว์เซลล์เดียวด้วย ผมไม่แปลกใจเลย เพราะเคยเห็นปกหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ 10 Billion! ราคาค่อนข้างแพง จึงไม่กล้าซื้อ ได้แต่เปิดอ่านผ่านๆ จนพอเข้าใจในเจตนารมณ์ของผู้เขียน ที่ได้ศึกษาทฤษฎีมาอย่างเชี่ยวชาญ และคาดการณ์ว่า หากประชากรโลกมีถึง ๑๐ พันล้านคนเมื่อไหร่ มนุษย์จะอยู่ได้ยาก อาจใช้คำว่า โลกแตกก็ได้ ซึ่งผมค่อนข้างเห็นด้วยกับผู้เขียนคนนั้น เพราะขนาดประชากรโลกในปัจจุบันที่มากกว่า ๗ พันล้านคน โลกยังวุ่นวายถึงขนาดนี้ แล้วถ้า ๑๐ พันล้านคนจะวุ่นวายขนาดไหน
ความคิดคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวโดยฝ่ายเดียว เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งนัก
ท่านลองคิดพิจารณาดูสิครับ ใครเล่าทำให้สัตว์ป่าต้องสูญพันธุ์ไปหลายชนิดแล้ว ใครเล่าสามารถทำลายป่าในอัตราได้รวดเร็วกว่าไฟไหม้ป่าเสียอีก ใครเล่าที่อ้างสิทธิ์ เลือกฆ่าชีวิตสัตว์ชนิดใดก็ได้ ตามอำเภอใจ แม้เพชรฆาตอย่างปลาฉลามที่โหดร้าย ยังขยาดต่อมนุษย์เรา เพราะต้องถูกฆ่าตัดครีบไปเป็นล้านๆ ตัว เพียงเพื่อทำเป็นหูฉลามชามโปรดของใครบางคน
พวกเรานั่นแหละ ที่เป็นสายพันธุ์ที่ฉลาดที่สุด และเราก็ใช้ความฉลาดเป็นกรดนี่เอง ย้อนกลับมาทำลายธรรมชาติซึ่งมีบุญคุณล้นเหลือกับเรา อย่างไม่รู้สึกสำนึกและไม่อนาทรร้อนใจ
จะว่าไปแล้ว คนที่ทำลายป่า ก็คงไม่ต่างอะไรกับลูกที่ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง เป็นการทำลายแหล่งอาหารของสัตว์-พืชนานาชนิด เป็นการทำลายระบบนิเวศที่เกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อนเกินกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เอกของโลกจะเข้าใจ เป็นการทำลายสถานที่สัปปายะของนักปราชญ์ นักพรต พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อการแสวงหาโมกขธรรม เป็นการทำร้ายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นเหตุปัจจัยเกื้อหนุนให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้โพธิธรรม นำมาโปรดสัตว์ให้ได้รู้แนวทางแห่งการพ้นทุกข์ ผ่านพ้นกาลเวลากว่า ๒๖๐๐ ปี ตราบจนปัจจุบัน
เมื่อไม่พยายามรักษาป่า ก็คงไม่ต่างอะไรกับการไม่พยายามรักษาพระธรรม เรื่องเช่นนี้ ละเอียดอ่อน เกินกว่าคนบางจำพวกจะเข้าใจได้ หากใครจะกล่าวว่า เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว คงยากที่จะเข้าใจ แต่หากบอกว่า โครงการนี้ ลงทุนทำแล้ว จะได้เงิน-ผลประ โยชน์ เข้ากระเป๋าเท่าไหร่ มีผลกำไรจากการขายที่ดินมากน้อยเพียงไร อาจจะมีคนหัวไว เข้าใจได้โดยทันทีจนแทบไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขด้วยซ้ำไป!
สถานการณ์โลกปัจจุบัน การตัดไม้ทำลายป่า ดำเนินไปเรื่อยทุกนาที ทุกชั่วโมง ผมว่า อย่าประมาทหรือนิ่งดูดายนะครับ มนุษย์เราทำลายพื้นที่ป่าไม้ได้ไวอย่างเหลือเชื่อ ว่ากันว่า ทุกๆ นาที มีการตัดไม้ทำลายป่าขนาดเท่ากับ ๑ สนามฟุตบอล เชียวนะครับ!
หากปล่อยเป็นแบบนี้แล้วไซร้ นอกจากเราจะเผชิญเคราะห์กรรมจากการไม่เหลือพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ก็ยากนักที่เราจะได้พบ หรือเห็นภาพพระพุทธเจ้าองค์ถัดไป หรือแม้แต่พระสุปฏิปันโนทั้งหลายเดินธุดงค์กันกลางเมือง นั่งปฏิบัติธรรมกันบนพรมในห้องแอร์ หรือแม้แต่เดินจงกรมกันบนยอดตึกระฟ้า เพราะตราบใดที่มนุษย์เราไม่ได้สัมผัสธรรมชาติ ก็ยากนักที่เข้าถึงธรรมที่แท้จริง



