พระเครื่อง

ครูที่แท้(๔)มองโลกตามความเป็นจริง

ครูที่แท้(๔)มองโลกตามความเป็นจริง

19 ต.ค. 2556

ครูที่แท้(๔)มองโลกตามความเป็นจริง : คันฉ่องและโคมฉาย โดยว.วชิรเมธี

              สิ่งที่ประเสริฐในชีวิตขององค์ดาไลลามะก็คือการที่ท่านต้องลี้ภัยออกมาจากทิเบต เพราะหากคราวนั้นท่านไม่ลี้ภัยออกมาท่านก็คงเป็นได้อย่างดีแค่พลเมืองคนหนึ่งของประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งบนหลังคาโลก ถึงแม้จะมีปรีชาญาณทำประโยชน์ได้บ้างก็แค่ทำประโยชน์ในกลุ่มชนเล็กๆ ณ ประเทศของตัวเอง

             แต่ครั้นเมื่อพระองค์ท่านลี้ภัยออกมา กลับพบสิ่งที่ดีที่สุด คือ หลุดจากการเป็นพลเมืองของทิเบต กลายเป็นพลเมืองของโลก และได้เดินสายอำนวยประโยชน์สุทธิผลด้วยธรรม พร และเมตตาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปทั่วทั้งโลก เวลาเสด็จต่างประเทศก็มีคนตามไปฟังธรรมท่านจำนวนมาก

              ดังเช่นล่าสุดที่เซ็นทรัล พาร์ค นิวยอร์ก ผู้เข้าฟังทั้งหมดสองแสนคน ต่างรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คนก็อยากไปฟัง อยากไปพบ อยากใกล้ชิดพระองค์ท่าน เพราะท่านเป็นดังหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความสุข

              เพราะเหตุใดคนที่ครั้งหนึ่งเคยทุกข์ระทมขมไหม้ขนาดนี้กลับกลายเป็นบุคคลที่มีความสุขและเดินสายแบ่งปันความสุขให้ใครต่อใครทั่วโลก เหมือนดังว่าความสุขนั้นจะไม่หมดสิ้นจากพระองค์ท่าน พระองค์ท่านได้ตอบไว้ในหนังสือว่า เพราะพระองค์ท่านทรงมีมโนทัศน์เชิงบวกก็คือ มีวิธีมองโลกในเชิงบวก

             คำว่ามองโลกในเชิงบวกไม่ได้หมายความว่าเกิดอะไรขึ้นก็มองบวกไปหมด เรื่องนี้ต้องระวัง ถ้ามองบวกไม่เป็นจะกลายเป็นการหลอกตัวเอง เช่น รถติด เราก็บอกไม่เป็นไรเป็นการฝึกความอดทน ถ้าอย่างนี้กรุงเทพฯ ก็ไม่ต้องมีผู้ว่าฯ หรือสอบตกก็คิดว่าไม่เป็นไร เรียนอีกสองปีความรู้จะได้แน่นเปรี๊ยะ อันนี้ไม่ใช่เป็นการมองโลกเชิงบวก แต่เป็นการมองแบบเข้าข้างตัวเอง ผลที่ตามมาก็คือ การล้าหลังไม่พัฒนา

              การจะมองโลกในเชิงบวก ประการแรกต้องมองตามความเป็นจริงว่า เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา ประการต่อมา ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นอย่างถึงที่สุด และประการที่สาม ถ้าหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นอย่างถึงที่สุดแล้วแก้ไม่ได้ เปลี่ยนข้างนอกไม่ได้แล้วก็ต้องหันมาเปลี่ยนข้างในคือเปลี่ยนวิธีคิด เหมือนพระองค์ท่านดาไลลามะที่สู้รบตบมือกับศัตรูจนถึงที่สุด เมื่อสู้ไม่ได้พระองค์ท่านก็ตัดสินพระทัยหนีออกมา

              หลังจากพระองค์หนีออกมาแล้ว ตั้งตัวได้ พระองค์ท่านก็เดินสายบรรยายธรรมไปทั่วโลก ไปบอกชาวโลกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแผ่นดินของพระองค์ ผลก็คือวิกฤติคราวนั้นทำให้ทุกคนทั่วโลกอยากจะฟังพระรูปหนึ่ง ว่าทำไมต้องระหกระเหินจากประเทศของตัวเอง พอพระองค์ท่านเดินสายบรรยายไปทั่ว คนก็สนใจจนกระทั่งฮอลลีวู้ดสนใจนำชีวประวัติของท่านมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “คุนดุน” ซึ่งเป็นพระนามหนึ่งของพระองค์ท่าน หรืออีกเรื่องก็คือ “เจ็ดปีในทิเบต” ซึ่งนำแสดงโดย วิลเลียม แบรดลีย์ พิตต์ (แบรด พิตต์) ทุกวันนี้มีดาราคนหนึ่งแทบจะเป็นโฆษกของพระองค์ท่านคือ ริชาร์ด เกียร์

              เมื่อมีบุคคลสำคัญเหล่านี้มาช่วยงาน คนก็ยิ่งสนใจประวัติ และธรรมะจากพระองค์ท่านมากขึ้น

              (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)

"}])