
'มิตซูโอะ'ควงแอนเปิด'ใจ-หนังสือ'ครั้งแรก
'มิตซูโอะ'ควงแอนเปิดใจครั้งแรก 'ไม่ได้โดนฉีดยา มอมยา หรือวางยา' พร้อมเปิดตัวหนังสือ ตอบคำถามสังคมคำต่อคำ : มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ เรื่อง สุกล เกิดในมงคล ภาพ
เมื่อสี่เดือนที่แล้วพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ลาสิกขาแบบสายฟ้าแลบเมื่อค่ำวันที่ 8 มิถุนายน 2556 เพื่อไปแต่งงานกับแอน สุทธิรัตน์ มุตตามระ หลังจากนั้นฝ่ายหญิงตกเป็นข่าวถูกกล่าวหาว่าสึกพระ มอมยา วางยาพระตลอดเวลาที่ผ่านมา
ยามบ่ายวันที่ 8 ตุลาคม 2556 ที่ห้องแคมปัส โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นอกจากเป็นวันเปิดใจของทั้งคู่แล้ว ยังเป็นการเปิดตัวหนังสือสองเล่มของมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ คือ 'ความในใจอาจารย์มิตซูโอะ' และ 'บทเทศน์วันสุดท้ายในเพศบรรพชิต' โดยมี ลักขณา จำปา เป็นพิธีกร
มิตซูโอะ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะทำความเข้าใจกัน เพราะที่ข่าวออกมากับความจริงมันต่างกันมากเหมือนขาวกับดำ การพูดวันนี้ก็เพื่อประโยชน์ต่อสังคม
"เป็นเวลากว่า 20 ปีที่เขียนหนังสือที่มูลนิธิมายาโคตมี ถ้านับจำนวนพิมพ์ ก็ 15 ล้านกว่าเล่ม วันนี้ก็อยากให้คนเข้าใจความจริงว่าอะไร เพราะไม่ใช่แค่อาจารย์สึกอย่างเดียว แต่พุทธศาสนาจะเศร้าหมองไปด้วย เนื่องจากเกิดจากคำให้ร้ายต่างๆ นานา โดยเฉพาะช่วงที่เราอยู่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้ข่าวหลายสิ่งต่างๆ ปัญหาต่างๆ ก็รับทราบมากขึ้น คิดว่า จำเป็นต้องพูดความจริง
"เป็นเวลาสี่เดือนที่เราเหมือนกบจำศีล เราก็อยู่นิ่งๆ ตลอดแล้วใช้เวลานั้นตัดสินใจเขียนหนังสือประมาณ 2 เดือน เขียนเล่าเรื่องตั้งแต่เด็กๆ ว่ามีความรู้สึกอย่างไรมา โดยเฉพาะช่วงที่พิจารณาลาสิกขานี่เป็นอย่างไรจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ อยากให้ทุกคนเข้าใจเราบ้าง เราพยายามจะบอกว่า อาจารย์มิตซูโอะ ไม่ใช่คนเลวร้ายขนาดนั้น เราเป็นคนธรรมดา คนดีในสังคม อยากให้สังคมเข้าใจโดยเฉพาะลูกศิษย์อาจารย์เองซึ่งมีหลายกลุ่ม และเป้าหมายของอาจารย์คือการเผยแผ่ธรรมะสำหรับชาวพุทธ คริสต์ มุสลิม ไม่ได้หมายถึงชาวพุทธอย่างเดียว เพราะเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว มนุษย์แปลว่า ใจสูง คือ รู้จักชั่วดี บุญ บาป นี่คือความเป็นมนุษย์ที่ดี ธรรมะเป็นเรื่องของจิตใจ อยู่ที่จิตใจ"
ดังนั้น หากเข้าใจอาจารย์มิตซูโอะผิดไป หนังสือธรรมะเหล่านี้ก็หมดความหมาย คนก็จะไม่ได้ประโยชน์จากธรรมะซึ่งจะนำไปใช้แก้ปัญหาชีวิตได้
สำหรับหนังสือ 'บทเทศน์วันสุดท้ายในเพศบรรพชิต ' คือวันที่ 8 มิถุนายน 2556 เล่มนี้ก็ตีพิมพ์ออกมาเพื่อบอกสังคมว่า อาจารย์มิตซูโอะเทศน์วันสุดท้ายด้วยสติสัมปชัญญะเต็มร้อยไม่ได้ขาดสติจากการถูกวางยา หรือมอมยาแต่อย่างใด
"ปกติอาจารย์มีกิจนิมนต์ทุกวันๆ แล้วพออาจารย์ลาสิกขาแล้ว ก็มีข่าวว่า อาจารย์ถูกมอมยา ไม่มีสติ จิตใจไม่ดี ข่าวนี้ก็กระจายในสังคมมากทั้งสื่อออนไลน์ด้วย หนังสือ 'บทเทศน์สุดท้ายฯ' เล่มนี้ ได้ถอดเทปคำบรรยายที่อาจารย์ได้เทศน์ทั้งวันตอนเช้าที่สภาทนายความ มีผู้ฟัง 1,300 คน ที่กำลังจะไปเป็นทนายความใหม่ กลางวันก็ไปเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตอนเย็นก็เป็นวัดยานนาวา ถ่ายทอดสด 6 ประเทศ อาจารย์อยากจะบอกว่าวันหนึ่งๆ อาจารย์เทศน์อย่างไร ให้เข้าใจว่า ไม่ใช่ถูกวางยา แต่เทศน์ด้วยจิตใจดี"
นั่นคือสามกัณฑ์เทศน์ในวันสุดท้ายก่อนที่จะลาสิกขาในค่ำวันนั้นอย่างสายฟ้าแลบ ซึ่งทำให้เกิดหนังสือ 'ความในใจ...อาจารย์มิตซูโอะ' ตามมาเพื่ออธิบายหลังการลาสิกขาในคืนนั้น
"อย่างที่อาจารย์เล่าให้ฟัง พอกลับมาเมืองไทย ข่าวอาจารย์กับความเป็นจริงมันคนละเรื่อง ข่าวแง่ร้ายต่างกับความจริงมาก นอกจากพวกเราเสียหายส่วนตัวแล้ว ยังเสียหายทั้งประเทศ คนที่ศรัทธาอ่านหนังสืออาจารย์มายี่สิบปี ที่บอกว่าทุกข์มาก อ่านแล้วจิตใจดีขึ้น ไปเทศน์ที่ไหนใครๆ ก็มาขอบคุณ ก็อาจจะทำให้คนเสื่อมศรัทธาได้ หนังสือนี้ก็พยายามอธิบายว่า อาจารย์คิดอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจลาสิกขา ความคิดอาจารย์เป็นอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร และตัดสินใจแล้วทำอย่างไร อธิบายละเอียดพอสมควรเพื่อให้เข้าใจว่า ช่วงสี่เดือน ห้าเดือนที่ผ่านมาคิดอะไร ทำอะไรมา"
ก็ต้องติดตามจากหนังสือสองเล่มนี้ เพราะผลจากข่าวร้ายที่ออกไปไม่เพียงส่งผลในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาจารย์มิตซูโอะเคยติดต่อไปว่าจะไปสอนธรรมะหลังการลาสิกขาแล้วก็ยกเลิกหมดเลย
พิธีกรถามอาจารย์มิตซูโอะต่อมาว่า เมื่อพบกับผลลบจากข่าว อาจารย์มิตซูโอะรู้สึกอย่างไร
"20 ปีสอนมาอย่างไร อาจารย์ก็ปฏิบัติเหมือนเดิม ก็คือ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก หายไป เหลือแต่อาจารย์มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ ชีวิตเหมือนเดิม เพียงแต่ความเป็นพระลดลงมาเหลือศีล 5 ระลึกถึงนางวิสาขา และอริยบุคคลมากมายก็รักษาศีล 5 เทศน์ครั้งสุดท้ายอาจารย์จะเน้นว่า ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ อย่ายินดียินร้าย ตั้งใจ คิดดี ทำดี พูดดี หรือ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและมีความสุข นั่นคือ โอวาทสุดท้ายในความเป็นพระ
หลังจากนั้น มีข่าวร้ายอะไรต่างๆ นานาของอาจารย์ก็รักษาใจให้เป็นปกติ โดยเฉพาะข่าวร้ายต่างๆ อาจารย์ก็จะเจริญมรณสติ และแผ่เมตตา ทำให้จิตใจสบายใจ มีความสุข ถ้าให้คะแนนตัวเองก็ใช้ได้ อาจารย์พิจารณาเช่นนี้ก่อนที่จะลาสิกขา ตอนลาสิกขา จนกระทั่งปัจจุบัน ในทุกวันนี้ก็พิจารณาเหมือนกัน ถึงจะมีอารมณ์ไม่สบายใจเกิดขึ้นก็พิจารณาไม่นานก็หายไป พอจิตใจเศร้าๆ ก็เจริญอานาปานสติไป หายใจเข้า หายใจออก แล้วก็สบายใจขึ้น นี่คือการทำเป็นประจำ มรณสติก็หัดตายทุกวัน แล้วก็เกิดทุกวัน"
ส่วนเรื่องสุขภาพ ที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ อาจารย์มิตซูโอะ กล่าวว่า มีการดูแลสุขภาพก่อนที่จะลาสิกขาประมาณ 2-3 เดือน ไปเช็กสุขภาพที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า น้ำตาลขึ้นมากแล้ว +180 ช่วงนั้นกำลังจะไปญี่ปุ่นและสเปน
"เมื่อลาสิกขาอาจารย์ก็ศึกษา คนญี่ปุ่นไม่กินยาเบาหวาน แต่ใช้วิธีคุมน้ำตาลแทน แอนก็มาช่วยตรงนี้ สิ่งที่เราชอบกินไม่ได้เลย ข้าว ก๋วยเตี๋ยว น้ำตาล ผลไม้หวานๆ งดหมด ตอนนี้คุมน้ำตาลได้ลดลงมา 130 ตอนก่อนลาสิกขา กินยาเต็มที่ ยังสูงกว่า 180"
ส่วนทางภรรยา อาจารย์มิตซูโอะ แอน สุทธิรัตน์ มุตตามระ เมื่อ "คม ชัด ลึก" ถามว่า ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนถึงวันนี้ เธอตอบว่า "ได้ภาวนามากขึ้น ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดอาจารย์ที่มีเมตตา กรุณา มีความสุขมากค่ะ"



